Skip to content

เปิดโปรไฟล์ ครบทุกตัวละคร ในคดี “พิธา” ถือหุ้นสื่อ ITV

13 มิ.ย. 2566 | 07:24น.
เปิดโปรไฟล์ ครบทุกตัวละคร ในคดี “พิธา” ถือหุ้นสื่อ ITV

ประเด็นถือ “หุ้นสื่อ” ไอทีวี ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เคลื่อนมาไกลถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างคลิปการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 กับรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท ในประเด็นที่ว่าไอทีวียังดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือไม่

โยงไปถึงการตั้งสมมติฐานทางการเมืองว่ามีขบวนการ “ปลุกชีพไอทีวี” ขึ้นมาเพื่อสกัดพิธาไม่ให้ไปถึงดวงดาว

ต่อไปนี้คือ 5 ตัวละครสำคัญในคดีหุ้นสื่อ

พิธา ตัวละครนำ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคก้าวไกล จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ การเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ ปริญญาโท คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ (M.I.T) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้ “พิธา” รับไม้ต่อจากบิดาที่เสียชีวิต เข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัว นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ผลิตน้ำมันดิบจากรำข้าว ตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2549-6 มีนาคม 2560 ต่อมาปี 2562 มีผู้ถือหุ้นต่างชาติสิงคโปร์เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 49% ของทุนจดทะเบียน 98 ล้านบาท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ออยล์ฟอร์ไลฟ์” เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563

ในปี 2560 พิธากระโจนเข้าวงการสตาร์ตอัพ นั่ง Country Head Public Affairs ของ Grab ก่อนจะได้รับทาบทามจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งขณะนั้นมีความคิดที่จะตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยเลือก “พิธา” ให้มาชูเรื่องปฏิรูปการเกษตร

ผ่านโมเดลการแก้ปัญหากระดุม 5 เม็ด ที่ต้องติดให้เกษตรกรไทย โดยกระดุมเม็ดแรกคือที่ดิน กระดุมเม็ดที่ 2 คือเรื่องหนี้สินการเกษตร กระดุมเม็ดที่ 3 คือเรื่องสารเคมีและการประกันราคาพืชผล กระดุมเม็ดที่ 4 คือเรื่องการแปรรูปและนวัตกรรม และกระดุมเม็ดที่ 5 คือการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร

21 กุมภาพันธ์ 2563 นาทีที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ธนาธร” ถอดเข็มกลัดพรรคอนาคตใหม่ ส่งต่อให้ “พิธา” นำพรรคต่อในนาม พรรคก้าวไกล

สปีชแรกของ “พิธา” หลังรับไม้ต่อจากธนาธร เขากล่าวตอนหนึ่งว่า ในภาวะผู้นำแม้เราไม่ใช่ดาวฤกษ์ แต่พวกเราจะเป็นดาวกระจายในช่วงเวลาสังคมต้องการ พวกเราคือกลุ่มคนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน แม้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่พวกเรามีอุดมการณ์ร่วมกัน ความฝันยิ่งใหญ่แค่ไหนก็คงไม่สำเร็จหากไม่มุ่งมั่น ในวันนี้เราจะไม่ละทิ้งเสาหลักของบ้าน เราจะถอดบทเรียนก้าวในพาหนะใหม่ที่พวกเราจะไปด้วยกัน

วันนี้ “พิธา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่กำลังติดหล่มด้วยหุ้นไอทีวี

เรืองไกร แจ็กผู้ฆ่ายักษ์

ครั้งหนึ่งเมื่อทศวรรษที่แล้ว คนการเมืองรู้จักชื่อ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ในนามแจ็กผู้ฆ่ายักษ์ หลังจากเขาร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ “สมัคร สุนทรเวช”​ นายกรัฐมนตรี กระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ จากการเป็นลูกจ้าง รายการชิมไป บ่นไป

เขาจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจทางด้านบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เส้นทางการเมือง ในฐานะที่เขาเป็น “นักบัญชี” เคยเป็นที่ปรึกษา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) รุ่นเดียวกับ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่างกันที่ “เส้นทาง”

เส้นทางการเมืองของ “เรืองไกร” อยู่มาแล้วทุกขั้ว เคยเข้าไปอยู่ในรั้วพรรคเพื่อไทย กระทั่งเกิดรัฐประหารปี 2557 ย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ แต่ก็ถูกยุบพรรค กลับเข้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง แต่เกิดความขัดแย้งกับคนในพรรคเรื่องการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ “เรืองไกร” จึงไปขอพื้นที่ทางการเมืองจากพรรคเสรีรวมไทย กระทั่งย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ เป็นมือไม้ของ “วิรัช รัตนเศรษฐ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

“ผมเป็นนักอ่าน นักเก็บข้อมูล การกระทำของคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมแท็กคุณทุกชีวิตเลย กระดุกกระดิก อภิปรายตรงไหน ผมเก็บไว้ทุกคน”   

“เดี๋ยวนี้ง่ายมากเก็บเข้าคอมพิวเตอร์ ใส่ไว้ใน External Hard disk 2 ก้อน back up ไว้ เผื่อเสีย ถึงเวลาก็มาไล่ว่าวันนี้มีอะไร เช่น ยุทธพงศ์ (จรัสเสถียร) ใส่นาฬิกา ซึ่งนาฬิกามาจากไหน ไม่เห็นมีในบัญชีทรัพย์สิน ผมมีเก็บบัญชีทรัพย์สิน ทั้งหมด 7 ครั้ง ที่ยื่นไว้กับ ป.ป.ช.สมัยนายกฯ ปู 3 ครั้ง เป็น รมช.เกษตรฯ 3 ครั้ง ครั้งนี้อีก 1 ครั้ง ผมเก็บตั้งแต่เขายังไม่มีเมีย จนมีเมีย แล้วทำแบบนี้ทุกคน” เรืองไกรยกตัวอย่างการขุดคุ้ยแบบ “เกาะติด”

วันนี้เขาตามเกาะติด “พิธา” คดีหุ้นสื่อ

นิกม์ มือเปิดคดีหุ้นสื่อ

“นิกม์ แสงศิรินาวิน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย เขตคลองสามวา มือเปิดปมคดีหุ้นสื่อ “พิธา” โดยเป็นผู้ที่โอนหุ้นไอทีวีให้กับภานุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นไอทีวี ผู้ที่ซักถามนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานคณะกรรมการบริษัท ว่า “มีการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ”

ย้อนกลับไป 2 วันก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทไอทีวี วันที่ 24 เมษายน 2566 ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กของตนเองว่า

“นักการเมืองที่กำลังถือหุ้น ITV เตรียมตัวประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี และมอบตัว กกต.ด้วยนะครับ หัวหน้าพรรคหนึ่งถือ 42,000 หุ้น”

ตามประวัติ “นิกม์” จบการศึกษาปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะ (การปกครองท้องถิ่น) คณะรัฐประศาสนศาสตร์ เอก การปกครองท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นบุตรชายของ พล.ต.ท.นพ.สิทธิเดช แสงศิรินาวิน อดีตรองแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ

เคยเป็น Supervisor ที่ Thai Airways International เคยเป็นผู้จัดการส่วนพัฒนาธุรกิจที่ Channel 9 MCOT HD เคยดำรงตำแหน่ง International Manager ที่ รพ.สหวิทยาการมะลิ

ผ่านงานการเมือง เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขตสายไหม แต่สอบตก ช่วงโควิด-19 “นิกม์” ลงทำพื้นที่สร้างตัวตนทางการเมืองอย่างเต็มที่ เข้าร่วมกับกลุ่มเส้นด้าย มีเสี้ยวหนึ่งเคยปรากฏข่าวว่าเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคไทยสร้างไทย แต่หลังจากเปิดรับสมัคร เขาเป็นผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ เขตสายไหม ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง แต่ก็สอบตก

กระทั่งย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้ง ส.ส.รอบล่าสุด นอกจากนี้ ยังเคยมีตำแหน่งที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ที่ไม่มีค่าตอบแทน และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมมาธิการสาธารณสุข ที่ไม่มีค่าตอบแทน

ภาณุวัฒน์ ผู้ถามในที่ประชุม

เมื่อเอ่ยถึง “นิกม์” ต้องโยงมาถึง “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน” ผู้ถือหุ้นไอทีวี ผู้ที่ซักถามนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานคณะกรรมการบริษัท โดยตั้งคำถามว่า “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” จากนั้น “นายคิมห์ สิริทวีชัย” ประธานที่ประชุม ตอบว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ” ซึ่งปรากฏในคลิปที่รายการข่าว 3 มิตินำมาเปิดเผย

บันทึกรายงานการประชุมว่า นายคิมห์ สิริทวีชัย ได้ตอบคำถามของคุณภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ว่า “ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” จนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ “เรืองไกร” หยิบมาร้องเรียน

“ภาณุวัฒน์” เป็นผู้จัดการคลินิกนวลจันทร์ ซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งของครอบครัวแสงศิรินาวิน-พล.ต.ท.ดร.สิทธิเดช แสงศิรินาวิน

ทั้งนี้ “นิกม์” ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ช่อง 3 ยอมรับว่า  ภาณุวัฒน์ เป็นอดีตลูกน้องคนสนิทของตน เคยทำงานที่คลินิก และตนก็เป็นผู้ขายหุ้นให้กับนายภาณุวัฒน์ ซึ่งวันที่มีการถ่ายคลิปตั้งคำถามไปยังนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานกรรมการบริษัทไอทีวี ตนก็นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน และรับทราบคำถามทั้งหมด ยอมรับทุกอย่างเป็นการดำเนินการเอง ไม่มีใครจ้างวานให้ออกมาเคลื่อนไหว และไม่อยากให้ทัวร์ไปลงที่นายภาณุวัฒน์

“คิมห์ สิริทวีชัย”

คิมห์ แห่งอินทัช-ไอทีวี

“คิมห์ สิริทวีชัย” ตัวละครหลักอีกคนหนึ่งของเรื่อง เพราะปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) และเป็นประธานการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี

ปัจจุบันอายุ 54 ปี จบการศึกษาสูงสุดคือระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2557 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น INTUCH อยู่ที่ 0.0006%

ทั้งนี้ ยังพบว่าเป็นกรรมการอยู่ใน บมจ.ไทยคม (THCOM) บมจ.ไอทีวี (ITV), บจก. อาร์ตแวร์ มีเดีย, Shenington Investments Pte Ltd, บจก. ลิตเติ้ล เชลเตอร์, บจก. ไอ.ที.แอพพลิเคชั่นส์ แอนด์ เซอร์วิส, บจก. อินทัช มีเดีย, บจก. ทัชทีวี, บจก. สเปซ เทค อินโนเวชั่น นอกจากนี้ เคยเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน และรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุนของ INTUCH อีกด้วย

และที่สำคัญผ่านการอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และอื่น ๆ ประกอบด้วย 1.DCP : Directors Certification Program รุ่น 116/2552 2.Harvard#1 Executive Learning Sustainment Program ปี 2561-2562 3.Harvard Leadership Development Program, Harvard Business Publishing ปี 2560-2561 4.SFLP : Strategic Financial Leadership Program ปี 2562 โดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และ 5.หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 21

ประเด็นหุ้นไอทีวียังคงร้อนระอุไปทั้งสัปดาห์