Skip to content

คมนาคมสนองดำริเศรษฐา ชง 7 โครงการ อำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวภูเก็ต

26 ก.ย. 2566 | 15:30น.
คมนาคมสนองดำริเศรษฐา ชง 7 โครงการ อำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวภูเก็ต

คมนาคมชง 7 โครงการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ดึงนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตเพิ่ม 5.5 ล้านคน เพิ่มรายได้ 275,000 ล้านบาท

วันที่ 26 กันยายน 26 กันยายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้มีดำริว่า

ควิกวินในทางท่องเที่ยวต้องใช้ภูเก็ตกับเชียงใหม่เป็นเกตเวย์สำคัญในการดึงนักท่องเที่ยว แต่ปัญหาความจุของสนามบินยังรับนักท่องเที่ยวได้เพียง 12.5 ล้านคน ถ้าต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวต้องการ 18 ล้านคน หรือเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงได้เร่งรัดให้กระทรวงคมนาคมทำแผนเพื่อทำให้ภูเก็ตสามารถรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มได้ 5.5 ล้านคน เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย รวมถึงการคมนาคมขนส่งจากภูเก็ตเข้าเมืองสู่แหล่งท่องเที่ยว

นายชัยกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้สนองตอบต่อดำรินายกรัฐมนตรี จึงได้เสนอแผนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และยกเครื่องการให้บริการด้านการท่องเที่ยว จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการก่อสร้างขยายช่องทางจราจร ทางหลวง หมายเลข 4027 ช่วง บ.พารา-บ.เมืองใหม่ ได้แก่ โครงการก่อสร้างขยาย 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 4027 (กม.14+300-กม.18+850) ระยะทาง 4.55 กิโลเมตร จากเดิมกรมทางหลวงมีแผนที่จะดำเนินการในปี 2569 แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้ดำเนินการในปี 2567

โครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 4027 (กม.18+850-กม.20+800 ระยะทาง 1.95 กิโลเมตร และโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับที่จุดตัด ทล.402 กับ ทล.4027 และ ทล.4025 (ทางลอดท่าเรือ) ที่ กม.34+680 (ทล.402)

2.โครงการทางพิเศษ จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร มีค่าลงทุนประมาณ 14,670 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในปี 2567 และเปิดให้บริการได้ในปี 2571 ระยะที่ 2 ที่ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร มีค่าลงทุนประมาณ 42,633 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในปี 2567 และเปิดให้บริการในปี 2571 ทั้งนี้ หากโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าสามารถลดระยะเวลาเดินทางจากเดิม 1.30 ชั่วโมง เหลือเพียง 20 นาที

3.โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต โครงการรถไฟฟ้ารางเบา จากท่าอากาศยานภูเก็ตถึงห้าแยกฉลอง ระยะทาง 50 กิโลเมตร และ แผนก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 จังหวัดพังงา รองรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน

นายชัยกล่าวว่า นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อคนขั้นต่ำ 50,000 บาทต่อทริป 5.5 ล้านคนจะหารายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่ม 275,000 ล้านบาท เชียงใหม่กำลังขยายเป็นคู่ขนาน ความจุอีกประมาณ 5 ล้านคน หรืออีก 2 แสนกว่าล้านบาท รวม 5 แสนกว่าล้านบาท ไม่นับสุวรรณภูมิ

“ท่านทูตจีนมารายงานท่านนายกฯว่า ทันทีที่ประกาศวีซ่าฟรีในประเทศจีนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะไชน่า ผู้คนเข้าไปชมเว็บไซต์ท่องเที่ยวไทยเป็นร้อยเท่า จองแล้ว ปกตินักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทยเดือนละ 270,000 คน เวลานี้ นับตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน คนจีนจองแล้ว มีในกระเป๋าแล้วในเดือนตุลาคม 650,000 คน เพิ่มเกินกว่า 1 เท่าตัว นี่ขยับโดยไม่ใช้เงินสักบาทนะครับ แค่ประกาศวีซ่าฟรี นักท่องเที่ยวก็เข้ามาเดือนเดียวเพิ่มขึ้น 3-41 แสนคน” นายชัยกล่าวและว่า

“การท่องเที่ยวคือการคิดที่ทำเงินได้อย่างนี้ นี่คือความสามารถ ถ้าเราจะทำเศรษฐกิจ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เรื่องง่ายที่ว่า ได้ผลไว้ ได้ผลเป็นรูปธรรม อันนี้ผมกลับมองว่า นี่คือฝีมือ ของที่มีอยู่แล้วในประเทศ ทำให้เกิดดอกออกผลมา อย่างนี้เรียกว่าสุดยอดฝีมือ ยังไม่ต้องใส่งบฯไปเลย” นายชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คมนาคม ครม. เศรษฐา ทวีสิน