Skip to content

ภูมิธรรม รับ มีปะทะหลังตกลงหยุดยิง จากนี้ลุยเจรจาตามกลไก ย้ำไม่ใช่โยนภาระให้กองทัพ

29 ก.ค. 2568 | 11:03น.
ภูมิธรรม รับ มีปะทะหลังตกลงหยุดยิง จากนี้ลุยเจรจาตามกลไก ย้ำไม่ใช่โยนภาระให้กองทัพ

ภูมิธรรมถูกสื่อซักปมรับเงื่อนไข ‘ฮุน มาเนต’ ชิ่งหนีหลังถูกถามใช้เรื่องภาษีสหรัฐกดดันมัดคอทหาร ระบุเจรจาบนเงื่อนไขของกองทัพ 6 ข้อ มองเหตุยังไม่หยุดยิงยังสื่อสารกันไม่ได้หมด ยันไม่เกี่ยวยื่นฟ้องฐานอาชญากรสงคราม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ไทย-กัมพูชามีการเจรจาหยุดยิงตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันเดียวกันนี้ แต่พบว่าช่วงเช้ายังมีการปะทะเป็นระยะ ว่ายอมรับว่ายังมีอะไรที่ยังสื่อสารกันไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากมีการปะทะอยู่ตลอดทั้งแนวชายแดน 800 กิโลเมตร ซึ่งแต่เดิมพูดคุยกันว่าจะหยุดยิงกันในเวลา 18.00 น. แต่ขยายมาเป็น 24.00 น.

ทั้งนี้ กองทัพไทยค่อนข้างมีวินัย แต่ฝั่งกัมพูชาถ้าเขาไม่มีความตั้งใจ ก็เป็นเพราะทหารมีวินัย เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างถูกต้อง และในอนาคตจะต้องคุยกันต่อไป ว่าแม่ทัพภาคของทั้ง 2 ประเทศจะหารือกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกัน และหลังจากพูดคุยก็น่าจะหยุดยิงชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นายภูมิธรรมกล่าวว่า การหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไขเพราะอยากให้จบ แต่ในรายละเอียดคงต้องพูดคุยกันอีก เพราะเราได้ชี้แจงแล้วว่า หลังจากนี้ไปเราจะพูดคุยผ่านกลไก RBC และ GBC เพื่อให้ได้ข้อสรุป ย้ำว่าการพูดคุยครั้งนี้ได้นำข้อเสนอของทางกองทัพบกเข้าหารือในวงเจรจาด้วย ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับ แต่ต้องรอดูว่าผลที่ออกมาจะเป็นลักษณะอย่างไร โดยขอขอบคุณกองทัพบกและวีรกรรมของทหารหาญที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและดีเยี่ยม โดยจะหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะดูแลกำลังพลทั้งหมดเป็นกรณีพิเศษ

“เรื่องนี้จะเป็นประสบการณ์และบทเรียนให้ได้เห็นว่ามีทหารเอาไว้ทำไม ชัดเจนว่าหากไม่มีทหารเรื่องนี้คงแย่ไปมากกว่านี้” นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดบนพื้นฐานความเป็นจริง เพราะการปกป้องประเทศไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา หรือบอกว่าจะเกิดขึ้นตรงนั้นตรงนี้ตลอดทั้งปี แต่เป็นเรื่องภาวะวิกฤต อย่างที่ตนเคยบอกว่ากำลังทหารต้องอยู่ในฐานความพร้อมที่จะปกปักรักษาประเทศและอธิปไตย ตนขอขอบคุณทุกแนวรบที่ทหารทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีวินัย ต้องให้กำลังใจทหารหาญของประเทศ

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่อยากให้ประชาชนไม่สบายใจ ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเราเป็นฝ่ายที่ยึดมั่นในข้อตกลง และสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์บางจุด เพราะทหารกัมพูชาไม่มีวินัย เราตอบโต้บนพื้นฐานที่เกินเลย ยิงปืนเล็กมาเราก็ยิงปืนเล็กกลับ

แต่ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์สงบอยู่ แต่ไม่ได้มีการยกระดับ ขอให้รอดูการหารือว่าจะเป็นอย่างไร ขณะนี้มีการมอบอำนาจชัดเจนให้ทางแม่ทัพภาคเป็นผู้หารือ เนื่องจากอยู่ในส่วนปฏิบัติหน้าที่ตอนหน้า แต่เราประสานงานกันตลอด นอกจากนี้ เมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้โทรศัพท์หา ซึ่งตนจะประสานให้มีการ โทร.กลับไปคุย

เมื่อถามว่า ก่อนจะไปเจรจานายภูมิธรรมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การจะหยุดยิงต้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจ ด้วยการปรับกำลังและอาวุธหนักออกจากพื้นที่ แต่ทางฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่าการหยุดยิงต้องไม่มีเงื่อนไข ไปเจรจากันยังไงถึงออกมาเป็นเช่นนี้

นายภูมิธรรมกล่าวว่า สื่อคงเข้าใจผิด สิ่งที่เราพูดเรื่องการหยุดยิง คือการให้ยุติดำเนินการ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบ แต่การหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข คือให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะหยุดยิงเมื่อไหร่ ส่วนการเจรจาหลังจากนั้น มีการกำหนดอยู่แล้วว่าให้เจรจาตามกลไก ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพจะเจรจา

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่ายังไม่หยุดยิงอย่างแท้จริงใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นไปตามขั้นตอน ถามแบบนี้จะกลายเป็นทำให้ระหองระแหงกัน ขณะนี้ต้องทำให้นานาประเทศและประชาคมโลกเข้ามาดูแลและสังเกตการณ์ ซึ่งการหยุดยิงเป็นมาตรฐานของเรา ที่อยากให้มีการพูดคุยกันทั้งหมด ไม่อยากให้มีการกระทบกระเทือนถึงปัญหาระหว่างประเทศ และเรายังยึดมั่นรักษาอธิปไตยของประเทศได้

เมื่อถามว่าเป็นการที่ฝ่ายการเมืองโยนงานให้ทหารหน้างานหรือไม่ นายภูมิธรรมเอียงศีรษะ ก่อนจะกล่าวว่าพูดแบบนี้เหมือนจะให้ฝ่ายการเมืองทะเลาะกับทหาร ตนคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีการพูดคุยมาตลอด ก่อนจะไปก็พูดคุยกัน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่การโยน แต่ทางกองทัพอยากใช้เงื่อนไข ดังนั้น จะให้กองทัพเป็นคนตัดสินใจและประสานกับเรา ยืนยันว่าไม่ใช่การโยนภาระ หากพิจารณาตรงนี้ แต่สถานการณ์ในพื้นที่เห็นอะไรที่แตกต่างไป ก็จะเป็นปัญหาอีก ยืนยันว่าทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งกระทรวงกลาโหมและ 4 เหล่าทัพ รวมถึงรัฐบาล ทำงานเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน

เมื่อถามว่าหลักการทั่วไปของการเจรจาหยุดยิงเราต้องให้เขาถอนอาวุธ หรือยื่นเงื่อนไขในการเจรจา แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายภูมิธรรมไปรับเงื่อนไขเขามา นายภูมิธรรมย้อนถามว่า ถามแบบนี้เหมือนไม่เข้าใจ แต่เรายืนยันว่า หากเราไปคุยเงื่อนไขทั้งหมดก็ไม่จบ แต่ในขณะที่ยิงกันก็เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ดังนั้น ก่อนอื่นต้องหยุดยิง เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงอยากให้ทำความเข้าใจ สิ่งที่ทำทั้งหมดไม่ได้สนองความสะใจของใคร แต่ต้องระมัดระวังและยุติความเสียหาย หากเจรจากันไม่ได้ก็ไปเริ่มต้นใหม่ การตั้งคำถามแบบนี้ไม่ถูก คนเสียหายเวลานี้คือประชาชนและกำลังทหาร อยากให้ใช้สติในการพิจารณา ว่าการทำเช่นนี้น่าจะเป็นการยุติความเสียหาย และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เราคุยกัน

เมื่อถามว่าจะมีการเรียกร้องกัมพูชาในฐานะอาชญากรสงครามหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อันนั้นเป็นเงื่อนไข การหยุดจริงไม่ได้หมายความว่าจะมีเงื่อนไขเป็นคดี แต่เป็นการยุติไม่ให้เกิดความเสียหาย และมาคุยกัน มอบหมายให้เป็นกลไกทวิภาคี หลังจากนี้จะเป็นการพูดคุยกัน โดยไม่มีเสียงปืนทำร้ายกัน ถ้าจะคุยกันในขณะที่มีการยิงกันอยู่ ที่ไหนก็ไม่มีใครทำได้ ส่วนจะเดินหน้าเอาผิดกัมพูชาในฐานละเมิดหรือไม่ เดี๋ยวรอพูดคุยกัน ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลตรงนั้น

นายภูมิธรรมกล่าวยํ้าว่า เงื่อนไขในการหารือคือเงื่อนไขของกองทัพบก 6 ข้อ ซึ่งกองทัพบกทราบดี ขอให้ไปถามดู ขอให้นึกถึงประเทศชาติ ซึ่งเงื่อนไขที่กองทัพบกเสนอมานั้นเรารับได้ และนำมาเจรจาต่อ ที่ประชุมก็ยอมรับ

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลเอาเรื่องภาษีสหรัฐมากดดันผูกคอกองทัพหรือไม่ นายภูมิธรรมย้อนถามว่า ท่านเอาความเชื่อมั่นมาถาม แล้วมากดดัน ตนไม่ขอตอบแล้ว ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ และขึ้นตึกบัญชาการไปทันที