นพดล ชง 5 ยุทธศาสตร์ แก้ปมไทย-กัมพูชา ใช้ความถูกต้องให้เป็นอำนาจเจรจา
นพดล อดีต รมว.ต่างประเทศ เสนอยุทธศาสตร์ 5 ข้อ แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ต้องใช้ความชอบธรรม-ความถูกต้องเป็นอำนาจในการเจรจาบนเวทีโลก
นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา ตลอดจนแนวทางการนำสันติภาพกลับมาสู่ชายแดนว่า ภายหลังการหยุดยิง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินไปในการเจรจาเพื่อนำสันติสุขกลับมาบริเวณชายแดนนั้น ขอเสนอดังนี้
1.ต้องเน้นการพูดที่กระชับรวดเร็ว Diplomacy of Speed โดยเน้นการสื่อสารทางการทูต จุดยืนกฎหมายระหว่างประเทศ และท่าทีของไทยให้รวดเร็วมากขึ้น และต้องรวดเร็วและแม่นยำกว่ากัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมีศักยภาพที่จะทำได้
2.ต้องเน้นยุทธศาสตร์สร้างความชอบธรรมให้ประเทศไทยในเวทีโลกอย่างเข้มข้น เเข็งขัน ต่อเนื่อง เพราะเราเป็นประเทศมหาอำนาจขนาดกลาง ต้องเน้นกฎหมายระหว่างประเทศและความชอบธรรมเป็นหลังพิง แต่ก่อนอาจมีคำกล่าวว่า Might is Right ก็คือพลังอำนาจคือความถูกต้อง แต่ปัจจุบันตนคิดว่า Right is Might ความถูกต้องเป็นพลังอำนาจ
3.ทางการทูตต้องตอกย้ำความชอบธรรมของไทยใน 5 ประเด็นอย่างต่อเนื่องคือ 1) ไทยมุ่งแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาทวิภาคี ตามกรอบเอ็มโอยู 2543 ไม่ประสงค์ที่จะให้มีการยกระดับไปเวทีนานาชาติ แต่กัมพูชาไม่ทำตามข้อผูกพัน 2) กัมพูชาเป็นฝ่ายวางกับระเบิดละเมิดอนุสัญญาออตตาวา 3) กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากรุกรานไทย ฝ่าฝืนกฎบัตรสหประชาชาติ ไทยเพียงใช้สิทธิป้องกันตนเอง 4) กัมพูชายิงระเบิดใส่เป้าหมายทางพลเรือน เช่น โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา 5) กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซียจัดขึ้น ซึ่งทั้ง 5 ประเด็นนี้จำเป็นจะต้องตอกย้ำในทุกเวทีอย่างต่อเนื่องให้ประชาคมโลกได้ทราบ
นายนพดลกล่าวอีกว่า 4.ในการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเวทีจีบีซีในวันที่ 4 ส.ค. หรือเจบีซีในเดือน ก.ย. หรือในเวทีอื่น ๆ ก็ตาม ไทยซึ่งมีความสุจริตใจ Good Faith ในการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ต้องเรียกร้องสิ่งนั้นจากกัมพูชาให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะจะมาที่โต๊ะเจรจาจะต้องพกความจริงใจมาด้วย มิฉะนั้นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะยากขึ้น 5.รัฐบาลควรจัดระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและเอกภาพมากยิ่งขึ้น เปิดใจฟังคำวิจารณ์แล้วปรับปรุงอย่างจริงจัง จุดสำคัญคือความรวดเร็วและความไม่กระจัดกระจายของการให้ข่าว นอกจากนั้น ศูนย์ต่อต้าน Fake News ควรทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น
“ผมเห็นว่าปัญหาไทย-กัมพูชามีความซับซ้อน และคงต้องใช้เวลาในการแก้ไข ผมเชื่อมั่นในการปกป้องอธิปไตยของกองทัพ ถ้าการทูตไทยสามารถรักษาความชอบธรรมในเวทีโลก เน้นการสื่อสารให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับประชาชนอย่างทันท่วงที ไม่มีเฟกนิวส์ เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งผมขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่อไป” นายนพดลกล่าว