Skip to content

เท้ง ท้า เพื่อไทย ต้องการเสียง ปชน.ตั้งรัฐบาล ต้องเจรจาที่พรรค ไม่รับดีลหลังบ้าน

30 ส.ค. 2568 | 17:23น.
เท้ง ท้า เพื่อไทย ต้องการเสียง ปชน.ตั้งรัฐบาล ต้องเจรจาที่พรรค ไม่รับดีลหลังบ้าน

ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ท้าพรรคเพื่อไทย ถ้าอยากได้เสียงพรรคประชาชน โหวตนายกฯ ต้องแสดงเจตจำนง มาพบผู้บริหารชุดปัจจุบันที่พรรค ไม่รับดีลหลังบ้านใดๆ

ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแสข่าวการดีลพรรคประชาชนให้ยกมือสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยเสนอให้นั่ง 8 เก้าอี้รัฐมนตรีว่า อยากจะยืนยันอีกครั้ง ไม่ได้มีดีลลับใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น ที่ผ่านการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยตนและเพื่อน สส.ทุกคน วัตถุประสงค์ของพรรคประชาชน ต้องการใช้ทั้ง 143 เสียงในสภา เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศ โดยเราจะไม่ร่วมรัฐบาล ถ้าพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็จะมาขอเสียงจากพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีให้ ก็จะเกิดสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ในเรื่องการเจรจาต่อรองที่มีดีลลับ ว่าพรรคประชาชนไปแลกตำแหน่งอะไรหรือเปล่า ปฏิเสธว่าไม่มีทั้งสิ้น เราไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะหรือเจรจาหลังบ้านใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีข่าวการให้สัมภาษณ์ หรือพูดด้วยวาจาปากเปล่าโดยไม่แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจน เช่น ไม่ได้ส่งผู้บริหารของพรรคเข้ามาพูดคุยเพื่อแสดงเจตจำนงและรับข้อเสนอของพรรคประชาชน พร้อมกับตนและผู้บริหารพรรค ถ้าไม่ได้ส่งตัวแทนเข้ามาเราจะไม่รับว่าเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการ

“สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราเห็นแล้วว่าแม้มีการเจรจากันบนโต๊ะแต่ก็ยังมีพรรคการเมืองบางพรรคที่ล้มดีล และฉีกเอ็มโอยู ที่ทำไว้ต่อประชาชนได้ ดังนั้น ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค ไม่รับข้อเสนอใดๆ ที่ได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนและไม่ได้ส่งตัวแทนอย่างเป็นทางการมาพูดคุยกับผม” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังไม่รับข้อเสนอจากพรรคเพื่อไทย และ พรรคภูมิใจไทย ในการขอสนับสนุนเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ยืนยันอีกครั้งว่ายังไม่ได้ตัดสินใจในทางหนึ่งทางใดว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ คนต่อไป

กระบวนการนี้ต้องใช้การตัดสินใจจากผู้บริหารพรรคและที่ประชุม สส.ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนนี้ ตอนนี้ข้อเสนอที่เราเปิดออกไป ทุกพรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้และต้องใช้เสียงของพรรคประชาชนในการเลือกแคนดิเดตนายกฯจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของพรรคประชาชนและพูดคุยกับผู้บริหารพรรค รวมถึงตัวผมอย่างเป็นทางการ ณ ที่ทำการพรรคด้วย

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้มาเจรจาอย่างเป็นทางการหรือยัง เพราะมีการให้สัมภาษณ์ว่าได้คุยกันหลังบ้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การให้ข่าวหรือการไปแอบเจรจากับใครลับหลัง โดยไม่ได้เจรจากับตนและผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันโดยตรงในที่ทำการของพรรค จะไม่เป็นการรับเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาพูดคุยกับตนและผู้บริหารพรรคอย่างเป็นทางการที่พรรคประชาชนแล้ว แสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการว่ารับข้อเสนอของพรรคประชาชน ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่ให้ข่าวออกไปว่าเจรจากับใครก็ตามที่ไม่ใช่ตน และผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน ก็ไม่ถือว่าเป็นการแสดงเจตจำนง หรือ การรับข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า การที่แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีการพูดคุยกันหลังบ้านเป็นการแสดงความไม่จริงใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าสิ่งที่สุดขณะนี้คือการที่ต้องฟังข่าวอย่างเป็นทางการ เพราะขณะนี้มีการปล่อยข่าวโคมลอยต่างๆ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่ามีใครพูดคุยหลังบ้าน ในหลายกรณีเป็นเรื่องปกติที่ สส.พูดคุยกันหลังบ้าน แต่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนจะไม่ถือว่าพรรคนั้นๆ ประกาศรับข้อเสนอของพรรคประชาชน ตราบใดที่ไม่ได้มาเจรจาอย่างเป็นทางการที่พรรคประชาชน

“จากวินาทีนี้จนถึงวันจันทร์บ่าย ถ้ายังไม่มีพรรคการเมืองอื่นแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าจะรับข้อเสนอของพรรคประชาชน และส่งตัวแทนผู้บริหารพรรคมาเจรจาหรือพูดคุยกันอย่างเป็นทางการในที่ทางการพรรคก็ถือว่าไม่ตอบรับทีโออาร์ของพวกเรา” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยดูมีภาษีมากกว่า และการแก้รัฐธรรมนูญพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเชื่อมโยงกับ สว.ที่จะต้องเห็นชอบด้วย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกพรรคมีโอกาสเท่าๆ กัน ก่อนจะเข้าที่ประชุม สส. เราไม่มีธงล่วงหน้า หรือ ตัดสินใจจะเลือกทางใดทางหนึ่งล่วงหน้า แต่ทุกพรรคมีโอกาสเท่ากันตราบใดที่แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่ารับข้อเสนอพรรคประชาชน และพร้อมที่จะยุบสภา 4 เดือนหลังจากมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พร้อมกับทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า และยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

เมื่อถามว่า แฟนคลับพรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับพรรคการเมืองทั้งสองฝั่ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคจะต้องมีการสื่อสารภายในพรรครวมถึงผู้สนับสนุนพรรค ยืนยันว่า ทุกการตัดสินใจของพรรคประชาชนคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาชนได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองแต่อย่างใด

“ตอนนี้เรามองว่าสถานการณ์ในประเทศที่รุมเร้าอยู่หลายด้าน การที่มีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าว

เมื่อถามว่า หากฝ่ายแดง กับ น้ำเงิน รวมกัน แล้วชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กล่าวว่า ขอให้ประชาชนช่วยประเมินฉากทัศน์ และยืนยันว่าถ้าตอนนี้ถ้ามีการเสนอแคนดิเดตนายกฯที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคประชาชนไม่สามารถโหวตให้ได้แน่นอน

ส่วนท่าทีที่มีการพูดคุยเมื่อวานนี้กับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ระบุว่า เป็นการพูดคุยที่ให้เกียรติกันในฐานะนักการเมือง และผู้บริหารพรรคจะสามารถเชื่อใจพรรคภูมิใจไทยได้มากน้อยขนาดไหน อยู่ที่การจัดรัฐบาลเสียงข้างน้อย รวมถึงการใช้จำนวนเสียงสส.ของพรรคประชาชนที่เรายืนยันว่าจะทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้าน และกรอบระยะเวลา 4 เดือน หากมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดไม่สมควร หรือทำให้ขบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซงเราพร้อมที่จะใช้จำนวนเสียงในสภาในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

ทั้งนี้ระหว่างการให้สัมภาษณ์นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ได้มอบภาพ โฉนดที่ดินเขากระโดงยื่นให้นายณัฐพงษ์ ให้นำไปพิจารณาหากจะโหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกังวลว่าจะทำให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความล่าช้า หรือพังทลายไป

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรอบเงื่อนไขการยุบสภา 4 เดือน ว่ามีการพูดคุยกันในพรรคแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอเรื่องการทำประชามติ เพื่อการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 กันยายนนี้ ว่าจะต้องทำประชามติกี่ครั้ง และเห็นว่ากรอบ 4 เดือนหลังจากที่แถลงนโยบายต่อสภา จะเริ่มเห็นความชัดเจน ว่าการทำประชามติ พร้อมการทำเลือกตั้งจะเป็นคำถามแบบใด ถือเป็นกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้แล้ว ไม่มีช้าไปกว่านี้ หลังจากมีข้อเสนอ นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขยายให้เป็นยุบสภาเป็น 6 เดือน เชื่อว่าเป็นกรอบที่ทำทันและเหมาะสมในการทำประชามติ

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการชิงยุบสภา ถ้าหากเพื่อไทยใช้จังหวะนี้ในการยุบสภา ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยจะใช้แนวทางนี้คงยุบสภาไปนานแล้ว ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาชน แต่ตอนนี้มีการพยายามให้ข่าวว่า เรื่องอำนาจรักษาการนายกรัฐมนตรีในการยุบสภา มองว่า เป็นเพราะเพื่อไทยต้องการคุมอำนาจ และสร้างอำนาจต่อรองกับพรรคร่วมที่เพื่อไทยต้องการคุมเสียง เชื่อว่าทุกคนมองออกได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในความจริงใจของการใช้อำนาจยุบสภาของพรรคเพื่อไทย ถ้าหากจริงใจก็คงไม่ต้องรอถึงวันนี้

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวลือว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ไม่ทราบในรายละเอียด ย้ำว่าพรรคประชาชนจะรับพิจารณาเฉพาะพรรคการเมือง ที่มาพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น
ช่วงท้ายนายณัฐพงษ์ยังเปิดเผยว่าในช่วงสองสามวันนี้จะมีการลงนาม MOU สนับสนุนการโหวตนายกรัฐมนตรีกับพรรคการเมืองที่ได้ ตอบรับข้อเสนอพรรคประชาชน และเชื่อว่าจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันพุธที่ 3 กันยายนนี้