ศุภชัยถอนแจ้งความ “ภูมิธรรม” ม.157 ปมยื่นยุบสภา แจงประธานสภาบรรจุวาระเลือกนายกฯแล้ว ถือว่าความพยายามยุบสภายุติ พ้อชีวิตการเมืองก็เป็นเช่นนี้ หากแพ้ก็หมอบให้ราบ รอเวลา ถ้าชนะก็ไม่ซ้ำเติม ไม่มีอาฆาต
นายศุภชัย ใจสมุทร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวการถอนแจ้งความนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรักษาการนายกรัฐมนตรี ปมทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ภายหลังการเจรจากับพรรคประชาชนร่วมรัฐบาลไม่สำเร็จ
เมื่อวานนี้ นายศุภชัยเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ร้องทุกข์กล่าวโทษนายภูมิธรรมว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 โดยอ้างเลขาฯกฤษฎีกา วินิจฉัยยุบสภา จะเป็นการทำให้ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท ต่อมาจึงมีการถอนแจ้งความ โดยข้อความของนายศุภชัยระบุว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว นั่นหมายความว่าความพยายามที่จะยื่นยุบสภาอีกได้ยุติลง ซึ่งประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปได้เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ผมว่าหลายท่านเห็นการเมืองของเมืองไทยมา ก็จะพบว่าในบางสถานการณ์ก็สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ความจริงที่มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ แต่ละฝ่ายที่อยู่คนละข้างกันล้วนแล้วแต่รู้จัก คุ้นเคย รักใคร่ เป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนกัน บางครั้งเคยอยู่ฝ่ายเดียวกัน แล้วสถานการณ์ก็ผลักดันให้ไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม
ชีวิตการเมืองของผมก็เป็นเช่นนี้ เพราะการต่อสู้ที่ว่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือสงครามช่วงชิงอำนาจ ซึ่งบางคราวก็ชนะ บางครั้งก็แพ้ ผู้ใหญ่ที่รักเคารพของผมเคยให้คำแนะนำ ว่าหากแพ้ก็ให้หมอบให้ราบ รอเวลา และเมื่อชนะก็ไม่ซ้ำเติมฝ่ายที่แพ้ ซึ่งผมก็ยึดถือปฏิบัติแบบนี้มา จบถือว่าจบ ไม่มีอาฆาต หรือคิดแก้แค้น เพราะที่สุดแล้วคนทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ เป้าหมายของเราก็คือประโยชน์สุขของประเทศชาติ ประชาชน ซึ่งแน่นอนที่สุดประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ก็ด้วยความสามัคคี
ผมจึงตัดสินใจว่า ผมไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอาญากับนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกต่อไป และจะดำเนินการถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน
“บ้านเมืองไทยสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้โดยดี เพราะว่าจิตใจสามัคคีและแสดงออกซึ่งสามัคคี ถ้าตราบใดเรารักษาความสามัคคี ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันไว้ได้ เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขตราบนั้น”
ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะประชาชนจังหวัดราชบุรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531