ก้าวแรกรัฐบาลเฉพาะกิจของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ภายใต้เสียงข้างน้อย เปิดนโยบายเรือธงภูมิใจไทย ท่ามกลางโจทย์การเมืองท้าทาย
ภายหลังที่สภามีวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 วันนี้ (5 ก.ย.) ผลปรากฏว่า เสียง 146 สส.ในมือของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมกับเสียง สส.จากพรรคอันดับหนึ่งอย่างพรรคประชาชน ทำให้นายอนุทิน นั่งเก้าอี้นายกฯ ได้สำเร็จ
ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อยแม้จะรวมกับพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน สส. 143 เสียง บวกกับเสียงจากฝั่งที่สนับสนุนนายอนุทิน 146 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย (68) พรรคกล้าธรรม (31) พรรคพลังประชารัฐ (17) เพื่อไทย (8) กลุ่มสุชาติ (16) และประชาธิปัตย์ (3)
แม้ว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นการรวมเสียงของพรรคอันดับ 1 และพรรคอันดับ 3 แต่จากจำนวน สส. ทั้งหมด 492 เสียง ทำให้เหลือพรรคเพื่อไทยและอื่น ๆ ถึง 203 เสียง กลายเป็นว่า รัฐบาลนี้กลายมาเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับเงื่อนไขท้าทายอย่าง “นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่” ที่ตกลงกับพรรคประชาชนเอาไว้
แผนของรัฐบาลเฉพาะกิจที่ดำเนินการภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะถูกผลักดันมากน้อยแค่ไหน ?
นโยบายท่องเที่ยว
นโยบายการท่องเที่ยว พรรคภูมิใจไทยวางเป้าเพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวสู่ 80 ล้านคน เพิ่มรายได้ท่องเที่ยวสู่ 6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 ผ่านการดำเนินงาน ดังนี้
- สร้างงานดี 10 ล้านตําแหน่ง เพิ่มอัตราการจ้างงาน สร้างแรงจูงใจพัฒนาศักยภาพแรงงาน
- ชุมชนดี แหล่งท่องเที่ยวดี และผู้ประกอบการดี ด้วยกองทุนท่องเที่ยว
- เพิ่มรายได้ท่องเที่ยว โดยการเพิ่มระยะเวลาการพํานัก จํานวนการใช้จ่ายต่อคน และเพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้จ่ายสูง
- 365 วัน เที่ยวทุกที่ เที่ยวทั้งปี ไม่มีวันหยุด
- กําจัด Low Season แก้ปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว สร้างสมดุลของการเที่ยวทั้งในเชิงพื้นที่และเวลา โดยใช้ Event รูปแบบต่าง ๆ ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในช่วง Low Season จํานวนไม่น้อยกว่า 300 กิจกรรม
- สร้างเศรษฐกิจ ด้วยงานเทศกาลปั้นเมือง สร้างงาน วางรากฐาน “ท้องถิ่นเข้มแข็ง” ดึงงานระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทย ดันงานเทศกาลไทยสู่ระดับโลก
- Wellness Resort of the World รักษาเมืองหลัก พักฟื้นเมืองรอง จุดหมายแห่งการ “รักษา” “พักผ่อน” และ “ฟื้นฟู” ร่างกายและจิตใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ครอบคลุมทั้งเรื่องที่พัก กิน เที่ยว
- Low Carbon Menu ที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นหลัก และเข้าพักในโรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างการยอมรับ และสร้างจุดยืนในเวทีโลก เป็นจุดหมายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคํานึงถึงคนรุ่นหลัง

นโยบายเศรษฐกิจ
พักหนี้ 3 ปี
พรรคภูมิใจไทยชูนโยบาย “หยุดต้น ปลอดดอก 3 ปี” แก้หนี้ประชาชน ครอบคลุมหนี้ในระบบทุกประเภท ทั้งธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ กยศ. กองทุนหมู่บ้าน บัตรเครดิต ไฟแนนซ์ และลีสซิ่ง โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เป็นเวลา 3 ปี โดยดอกเบี้ยไม่ทบต้นไม่ทบดอก
นอกจากนี้ จะออกพันธบัตร “Thai Power” อัตราดอกเบี้ย 2.5-3% จำหน่ายให้ประชาชน เพื่อนำเงินมาใช้แก้ปัญหาหนี้ ลดภาระลูกหนี้ และช่วยลดหนี้เสียในระบบการเงิน ขณะที่ผู้ไม่เป็นหนี้ยังได้ประโยชน์จากการลงทุนในพันธบัตรดังกล่าว ทั้งนี้รัฐบาลคาดว่า เมื่อประชาชนมีภาระหนี้ลดลง จะมีกำลังซื้อมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยโครงการจะเริ่มภายใน 3 เดือนหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
เงินกู้ฉุกเฉิน 5 หมื่น
นโยบายเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องค้ำประกัน ผ่อนชำระวันละ 150 บาท 365 วัน เพื่อประกอบอาชีพ และหยุดวงจรหนี้นอกระบบ โดยให้คนไทยทุกคนที่บรรลุนิติภาวะอายุ 20 ปีขึ้นไป มีวงเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินของชีวิตตัวเองและครอบครัว หรือใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ตัวเอง
รวมไปถึงใช้เป็นเงินปิดวงจรหนี้นอกระบบของตัวเองได้ โดยการจัดหาแหล่งเงินมาจัดทำโครงการเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ประชาชนคนละ 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนวันละ 150 บาท เป็นเวลา 365 วัน คิดเป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย 54,750 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่เชื่อว่าผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้ และทำให้ทุกคนมีเงินทุนประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ รวมถึงหยุดปัญหาหนี้นอกระบบของตนเองได้อีกทางหนึ่ง
นโยบาย “เกษตรร่ำรวย”
นโยบายนี้ดำเนินไปด้วยด้วย Contract Farming นำมาใช้กับ 4 ชนิด ที่มีการกำหนดราคารับซื้อล่วงหน้าในตลาดโลก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน และจะขยายไปสู่พืช หรือผลผลิตการเกษตรชนิดอื่น ๆ ต่อไป เช่น ข้าวโพด มะพร้าว ลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ
นโยบายสุขภาพ
ภูมิใจไทยนำเสนอ “เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ” เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว และวางเป้าว่าจะต้องมีเครื่องฉายรังสีให้ครบทุกจังหวัดภายใน 4 ปี และต้องรักษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว มีโอกาสหายจากอาการป่วยได้มากที่สุด และครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ฟอกไตฟรีทุกอำเภออีกด้วย
ฟรี กองทุนประวัติชีวิต 60 ปีขึ้นไป : ตายได้ 100,000 บาท กู้ได้ 20,000 บาท ไม่ต้องมีค้ำประกัน

นโยบายพลังงานสะอาด
นโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน ด้วยโครงการ 2 โครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อเป็นการนำประเทศไทย เข้าสู่กฎกติกาใหม่ของโลก คือ การใช้พลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรต่อโลก และไม่ทำร้ายสุขภาพประชาชน
- ฟรี โซลาร์เซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท
- รับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด
แลนด์บริดจ์
นโยบาย Landbridge อ่าวไทย-อันดามัน เชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ยกระดับการคมนาคมของประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมอาเซียน พัฒนาเศรษฐกิจทุกมิติ และทำให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
นโยบายสาธารณูปโภค
พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายเพื่อตอบโจทย์การเดินทางของประชาชน ด้วยรถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ที่มีค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสาย ตลอดวัน
เปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะจากรถใช้พลังงานที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประเทศด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน เนื่องจาก อสม.ทำให้รากฐานระบบการสาธารณสุข มีความแข็งแกร่งขึ้น อสม.เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถือว่า เป็นกลไกสำคัญที่ร่วมกับบุคลากร สธ. บริหารจัดการ และควบคุมสถานการณ์โรคระบาด
ฟรี น้ำดื่มสะอาด : ติดตั้งเครื่องกรองน้ำทุกหมู่บ้าน ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน