เลขาฯ กกต. ชี้ปม ‘แพทองธาร’ ถูกศาล รธน.ตัดสินผิดจริยธรรม ยังไม่เข้าเกณฑ์พ้นหัวหน้าพรรค รอศาลฎีกาฟัน-กก.บห.ขับออก ส่วน กกต.ก้าวก่ายไม่ได้
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่าหัวหน้าพรรคเป็นตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค เกิดจากการเป็นสมาชิกพรรคก่อน
ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคมีอยู่ 2 เรื่อง 1.คณะกรรมการจริยธรรมพรรคขับออกจากหัวหน้า แต่ยังเป็นสมาชิกอยู่ 2.พ้นจากสมาชิกพรรค ซึ่งในส่วนของสมาชิกพรรคนั้นจะพ่วงไปที่รัฐธรรมนูญด้วย โดยสมาชิกพรรคจะพ้นก็ต่อเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย แต่ถ้าเป็นศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นคนละอย่าง ซึ่งไม่ถือว่าเข้าเกณฑ์ ดังนั้น จะต้องเป็นคำพิพากษาของศาลฎีกา
“ส่วนกรณีการพ้นจากคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเรื่องภายในของพรรค ความรู้สึกของคนอาจจะมองว่าพ้นก็ได้ แต่กฎหมายมีวิธีปฏิบัติ ซึ่งเขาได้กำหนดเป็นเกณฑ์ไว้ ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องพิจารณาว่าจะมีมติให้พ้นหรือไม่ ซึ่งเราจะไปก้าวก่ายกิจกรรมภายในของพรรคการเมืองไม่ได้” นายแสวงกล่าว
เมื่อถามว่า ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องไปดูข้อบังคับพรรคด้วยหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่าเราดูข้อบังคับของพรรคการเมือง แต่ถ้าเป็นกิจกรรมของพรรค เป็นเรื่องที่พรรคดำเนินการ นายทะเบียนก็จะดูว่าพรรคได้ดำเนินการตามข้อกฎหมาย หรือข้อบังคับพรรคหรือไม่ แต่การพ้นสมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องภายใน หากไม่เป็นไปตามกฎหมายเดี๋ยวสมาชิกเขาก็จะมาร้องเอง ซึ่งกรณีที่สอบถามนี้เป็นเรื่องภายในอย่างแท้จริงที่เขาจะต้องไปดำเนินการกันเอง
เมื่อถามว่าคุณสมบัติของสมาชิกจะมีการล้อไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมเอาไว้ เป็นเหตุให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังนั้น จะทำให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เวลาพิจารณาเรื่องเหล่านี้เราจะต้องแยก เพราะความรู้สึกของคนเร็วมาก สัมผัสได้ว่าลักษณะแบบนี้พ้นแน่ เหมือน สส.ลาออก
แต่เขาบอกว่าเขาไม่พ้น เนื้อหาสาระตามหลักการบางครั้งก็พ้นแล้ว แต่รอคนมาชี้ หรือกระบวนการ เช่น การพ้นจาก สส.ก็ต้องให้ศาลฎีกาชี้ ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่าพ้นแล้ว ศาลตัดสินแล้วบอกว่าลักษณะแบบนี้เป็นลักษณะต้องห้าม แต่ สส.ยังเข้าประชุมสภาได้ตราบใดที่ศาลฎีกายังไม่ชี้ หรือกรรมการบริหารพรรคไม่ชี้ ก็จะยังไม่เกิดผลอะไร