ถอดสูตร Enrich Salon จากร้าน 7 ที่นั่ง สู่กลุ่มธุรกิจความงาม ชูนวัตกรรม Eco-Luxury
“ลลิดา ปรีชาสนองกิจ” ซีอีโอ Enrich Gold เปิดอินไซต์การทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากร้านขนาดเล็กย่านบางนาสู่กลุ่มธุรกิจความงามครบวงจร ดูแล 4 แกนหลักทั้งซาลอน สถาบันเทรนนิ่ง และสินค้าพรีเมียม ชี้กุญแจยั่งยืนคือ “คนและระบบ” พร้อมจับมือพันธมิตรระดับโลกยกระดับช่างผมไทยสู่เวทีสากล
นางสาวลลิดา ปรีชาสนองกิจ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนริช โกลด์ จำกัด (Enrich Gold Co.,Ltd.) เปิดเผยถึงเส้นทางการเติบโตว่า จุดเริ่มต้นของ Enrich Salon เกิดขึ้นในปี 2558 จากร้านทำผมขนาดเล็กเพียง 7 ที่นั่งในย่านบางนา โดยทรานส์ฟอร์มตัวเองจากพนักงานประจำสู่ผู้ประกอบการที่มองเห็น Pain Point และโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมซาลอนไทยที่ยังขาดการวางระบบบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ตลอดระยะเวลา 3 ปีแรกของการทำธุรกิจ Enrich จึงไม่ได้มุ่งเน้นที่การเร่งขยายสาขา แต่ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างระบบบริการ มาตรฐานฝีมือ และการสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น
รากฐานที่แข็งแกร่งนี้ กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรพลิกวิกฤตโควิด-19 กลับมาเติบโตและทำกำไรได้อย่างมั่นคง สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจบริการจะยั่งยืนได้ ต้องขับเคลื่อนด้วย ‘คนและระบบ’ ไม่ใช่พึ่งพาเพียงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ปัจจุบัน Enrich เติบโตสู่กลุ่มธุรกิจความงามครบวงจร ดูแลทีมงานมืออาชีพกว่า 100 ชีวิต และขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ Multi-brand เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลายผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่
- Enrich Salon: ซาลอนระดับพรีเมียมที่มุ่งเน้นมาตรฐานงานเทคนิคผมขั้นสูงและการส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ
- Enrich Academy: สถาบันพัฒนาศักยภาพช่างผมและบุคลากรในอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันสร้างบุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดแล้วมากกว่า 300 คน
- Enrich Beauty Hall: ศูนย์รวมและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก
- Enrich Organic Salon: ซาลอนแนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคสายสุขภาพ (Clean Beauty)
“เป้าหมายความสำเร็จสูงสุดของ Enrich ไม่ใช่เพียงตัวเลข 30 สาขา หรือยอดขายที่เติบโต แต่คือการสร้าง Hair Business Ecosystem ที่แข็งแรง หากวันหนึ่ง Enrich สามารถเป็นสถาบันที่ช่วยผลักดันให้มาตรฐานวิชาชีพช่างผมไทยและซาลอนไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเราไม่ได้กำลังสร้างแค่แบรนด์ แต่เรากำลังสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมความงามไทย” นางสาวลลิดากล่าว

เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว Enrich ได้ปักหมุดตำแหน่งแบรนด์สู่การเป็นผู้นำด้าน Eco-Luxury ยกระดับประสบการณ์ความงามที่ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ระดับโลก อาทิ Davines และ Oway ตลอดจนการบริหารจัดการของเสียในซาลอนอย่างรับผิดชอบ ตอบโจทย์แนวคิด Clean Beauty และความยั่งยืนที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมบริการทั่วโลก
พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมแผนเชิงรุกในการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ภายในปี 2570 เพื่อเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง Ecosystem ในระยะยาวควบคู่ไปกับการเดินหน้าขับเคลื่อน Enrich Academy ให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้าง Hair Business Ecosystem เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพช่างผมไทยให้ได้รับการยอมรับในเวทีสากลอย่างยั่งยืน
