Skip to content

KIKI สปีดรายได้โต 200% ขายแฟรนไชส์บุก “ลาว” ปั้นพอร์ตโปรดักต์สู้ ศก.

30 ธ.ค. 2568 | 09:53น.
KIKI สปีดรายได้โต 200% ขายแฟรนไชส์บุก “ลาว” ปั้นพอร์ตโปรดักต์สู้ ศก.

“KIKI Beauty Space” (กีกี้ บิวตี้ สเปซ) เขย่าวงการซาลอนพรีเมี่ยมไทย ประกาศความสำเร็จปีที่ 5 ดันรายได้แตะ 110 ล้านบาท พร้อมบิ๊กมูฟเมนต์ครั้งใหญ่ ชูระบบ CRM ระดับโลกบริหารดาต้าลูกค้า 5 หมื่นราย เตรียมรุกตลาดต่างประเทศขายสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ นำร่อง “สปป.ลาว” มีนาคมปีหน้า เล็งปรับพอร์ตรายได้โปรดักต์แบรนด์ตัวเองพุ่ง 50% รับมือเศรษฐกิจผันผวน

นายก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ ผู้บริหาร บริษัท นับเงินไม่ทัน จำกัด ผู้ก่อตั้งกีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space) เปิดเผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ว่า ถือเป็นก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบปีที่ 5 ของแบรนด์ โดยปัจจุบัน KIKI วางตำแหน่งเป็น “วันสต็อปเซอร์วิส” ระดับลักเซอรี่ที่มีความครบวงจรที่สุด ล่าสุดได้เปิดตัวแผนกที่ 5 คือ “เมกอัพเซอร์วิส”

เข้ามาเสริมทัพจากเดิมที่มีบริการทำผม, ทำเล็บ, แวกซ์คิ้ว-ต่อขนตา และการต่อผม เพื่อตอกย้ำจุดแข็งที่ลูกค้าสามารถรับบริการความงามได้ครบจบในที่เดียว ซึ่งปัจจุบันให้บริการผ่าน 2 โมเดลหลัก คือ สาขาแฟลกชิปสยามสแควร์ (Full Service) และสาขาเมกาบางนา (Hair Salon)

KIKI

สำหรับทิศทางการเติบโตในปี 2568 คาดว่าจะปิดปีด้วยรายได้ 110 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 80 ล้านบาท แม้ในภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความท้าทายและกำลังซื้อลดลง แต่แบรนด์ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าประจำไว้ได้ด้วยกลยุทธ์ความเชื่อมั่นในแบรนด์และการรักษามาตรฐานราคา โดยไม่มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมยังคงให้การยอมรับในคุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “แพงแต่ดี”

ขณะที่ไฮไลต์สำคัญของการขยายตัวในปี 2569 หลัก ๆ จะเป็นการรุกตลาดต่างประเทศผ่านโมเดลมาสเตอร์แฟรนไชส์ โดยรายแรกได้รับสิทธิในประเทศ สปป.ลาว มูลค่าสัญญาเริ่มต้น 20 ล้านบาท กำหนดเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งลาวถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีฐานลูกค้าเดิมข้ามมาใช้บริการที่สาขาสยามสแควร์จำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายต่อไปยังดูไบ สิงคโปร์ และเวียดนาม ส่วนในประเทศไทยยืนยันที่จะไม่ขยายสาขาเพิ่ม เพื่อควบคุมคุณภาพการบริการให้คงความพรีเมี่ยมสูงสุด

KIKI
นายก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ ผู้บริหาร บริษัท นับเงินไม่ทัน จำกัด ผู้ก่อตั้งกีกี้ บิวตี้ สเปซ

นายก้องภพกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ KIKI แตกต่างคือ การทุ่มงบฯกว่า 3 ล้านบาท ยกระดับระบบ CRM และ Data Analytic แพลตฟอร์มระดับโลกมาใช้บริหารจัดการฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 50,000 ราย เพื่อวิเคราะห์ Insight และสร้างประสบการณ์แบบ Personalized ให้แก่ลูกค้า ซึ่งระบบนี้ถือเป็นหัวใจหลักในการส่งต่อมาตรฐานการดำเนินงานไปยังสาขาแฟรนไชส์ต่างประเทศ

ในด้านการปรับโครงสร้างรายได้ เบื้องต้นตั้งเป้าปรับสัดส่วนจากเดิมที่เน้นงานบริการ (Service) 80% และผลิตภัณฑ์ (Product) 20% ให้กลายเป็น 50 : 50 ภายในปี 2569 โดยจะรุกหนักผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “KIKI BEAUTY” ซึ่งครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Hair Care, Body Care, Perfume และแบรนด์น้องใหม่ “KIKI COSMO” (เครื่องสำอาง) ที่เตรียมเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีหน้า โดยมีการพัฒนาร่วมกับโรงงานชั้นนำในประเทศเกาหลีใต้

“เราเห็นศักยภาพของสินค้ากลุ่ม Self-Care ที่ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปดูแลตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาที่หน้าร้าน ซึ่งปัจจุบันยอดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee ของเราสามารถสร้างรายได้จากแชมพูเพียงอย่างเดียวถึงหลัก 7 หลักต่อเดือน ดังนั้นในปีหน้าเราจะมีการรีแบรนด์สินค้าให้มีความสนุกขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังคงภาพลักษณ์พรีเมี่ยม เพื่อขยายฐานการรับรู้และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสู่รีเทลมากขึ้น”

KIKI

สำหรับงบประมาณการตลาด แบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับการทำ Branding และ Digital Marketing โดยใช้งบฯกว่า 10 ล้านบาทต่อปี เน้นการสร้างความน่าเชื่อถือและการบอกต่อมากกว่าการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2569 เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 200% จากการบุกตลาดโปรดักต์ไลน์ใหม่ ๆ และการรับรู้รายได้จากการขยายฐานสู่ต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์โมเดลธุรกิจซาลอนสายพันธุ์ไทยที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระดับสากล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจความงาม