นายกฯ ลั่นไม่เอื้อประโยชน์ให้คนทำผิด หลัง สส.ปชน. จี้ปมถนนยุบ ยันไม่แทรกแซง
“อนุทิน” ให้สัตยาบันกลางสภา หลัง “สส.ปชน.” ถามกระทู้ ถนนยุบ ไม่แทรกแซงการตรวจสอบ-เอื้อประโยชน์ให้เอกชน ลั่นเหมือนไม่รู้จักซิโน-ไทย เหตุออกมา 20 ปีแล้ว บอกไม่มีมนุษย์หน้าไหนเอื้อประโยชน์ให้คนทำผิด โวถ้าไม่ได้พักร้อน 2 เดือน ประชาชนจะรู้เหตุการณ์มากกว่านี้-ทำเกิน “เท้ง” สั่งให้แก้ รธน.-ยุบสภา
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯคนที่สอง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน(ปชน.) เรื่องถนนยุบ ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตนได้ติดตามข่าวที่นายกฯลงพื้นที่ด้วยตนเองหลายครั้ง ในวันที่เกิดเหตุ 24 ก.ย. หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
สิ่งที่เราเห็นคือเป็นการถล่มของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการรัฐบาล โดยวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีความลึกกว่า 50 เมตร กว้าง 30 คูณ 30 เมตร โชคดีแค่ไหนที่ไม่มีการสูญเสียในครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าโชคอาจจะไม่ได้อยู่ข้างเรา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือประชาชนรู้สึกหวาดผวาไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้ และจุดอื่น
โดยเฉพาะถนนที่สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้ป่วยและบุคลากรในโรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงการรักษาและการเดินทางการสัญจร รวมถึงชุมชนที่พักอาศัย ร้านค้าต้องสูญเสียรายได้และเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเองอยู่ตลอดเวลา และการจราจรมีความปั่นป่วน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางวิศวกรรมธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนภัยต่อโครงการของรัฐระดับใหญ่ที่ใช้งบประมาณนับหมื่นล้านบาท
นายปารเมศกล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเสนอความเป็นไปได้สาเหตุที่ดินถล่มลงมาคือ 1.ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างไหลไปที่อุโมงค์ล่าง เพราะมีปัญหาเรื่องจุดเชื่อมต่อทำให้อุโมงค์ชั้นบนสูญเสียชั้นดินที่รองรับจึงอาจจะถล่มลงมา
2.ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างสูญเสียกำลังในการรับน้ำหนัก เกิดการกลายสภาพเป็นของเหลวทำให้ดินอ่อนตัวจนไม่สามารถค้ำอุโมงค์ได้ ทำให้อุโมงค์บนหล่นมาทับอุโมงค์ล่าง
และ 3.อาจเกิดจากความบกพร่องของโครงสร้างอุโมงค์ เพราะอุโมงค์ถูกต่อจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ต่อเป็นวงกลมหลายชั้น มีรอยต่อเป็นจำนวนมาก หากเพียงแค่ชิ้นใดชั้นหนึ่งมีความชำรุดก็อาจทำให้ทั้งโครงสร้างพังถล่มลงมาทั้งระบบได้
“ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ถ้าโครงสร้างหลักอุโมงค์สร้างเสร็จและได้มาตรฐานต่อให้ฝนตกหนักเท่าไหร่หรือต่อให้น้ำจากท่อประปาแตก ก็ไม่ควรที่จะมีดินถล่มลงมาขนาดนี้ รัฐบาลมีหน้าที่ในการตามล่าหาความจริงมาเปิดเผยต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะตราบใดที่รัฐบาลยังหาสาเหตุไม่เจอ ท่านก็จะไม่มีวันสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย และท่านจะไม่สามารถป้องกันให้เหตุนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในอนาคต แล้วประชาชนจะมีความเชื่อมั่นต่อโครงการของรัฐได้อย่างไร” นายปารเมศกล่าว
นายปารเมศกล่าวอีกว่า กรณีนี้อาจจะแย่กว่าตึกถล่มของ สตง. เพราะยังทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบของแผ่นดินไหวอย่างน้อยเรามีที่มา แต่กรณีถนนยุบ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ออกมาชี้แจงว่า โครงสร้างหลักของอุโมงค์ได้สร้างเสร็จมาหลายเดือนแล้ว และมีการเปิดให้ใช้ถนนในการสัญจรให้รถวิ่งถนนนี้ทุกวันเป็นจำนวนมาก นั่นแปลว่าหน่วยงานที่ท่านกำกับดูแลเชื่อว่าอุโมงค์โครงสร้างหลักนี้มีความปลอดภัยได้รับมาตรฐานที่ดี
โดยคำถาม 1.คือ มาตรการการแก้ไขท่านจะคืนผิวถนนที่มีคุณภาพทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและท่านจะทำเสร็จเมื่อไหร่ รวมถึงการซ่อมอุโมงค์ คำถาม 2.คือมาตรการการเยียวยาท่านจะช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนอย่างไร ทั้งผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้ ประชาชนที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในบริเวณรอบข้าง ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยที่รับยาที่โรงพยาบาลทางรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาอย่างไร
และคำถามที่ 3. คือมาตรการการป้องกันทางรัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นสำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสายสีม่วง หรือสายสีส้ม รวมถึงท่านจะยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างที่มีความเสี่ยงลักษณะนี้อย่างไร
โดยนายอนุทินชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่นำความเสียใจและผิดหวังมาให้ตนในฐานะที่เป็นนายกฯ ที่กำลังจะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯในช่วงเย็นวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นตนก็ได้รับรายงาน และได้ลงไปในที่เกิดเหตุทันที
และขณะนี้ความเสียหายเกิดขึ้นที่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และสถานีตำรวจนครบาลสามเสน สิ่งที่นายปรเมศได้อภิปรายมานั้น ทางตนได้รับทราบสาเหตุแล้ว เมื่อได้เข้ามาปฏิติบัติหน้าที่ก็ได้เร่งสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว เมื่อทราบสาเหตุที่แม่นยำ และขอให้รายงานผลการตรวจสอบมายังตนทุกสัปดาห์ ซึ่งการตรวจสอบนี้ตนได้เน้นย้ำไป
นายอนุทินกล่าวว่า ต้องขอบคุณที่นายปรเมศกล่าวถึงตึก สตง.ด้วย ซึ่งในเรื่องถนนยุบมีความไม่สมบูรณ์ทางวิศวกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งตนก็ใช้หลักเดียวกับตึก สตง. ที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งในกรณีถนนยุบ ตนจะขอให้ รมว.คมนาคมได้เชิญผู้แทนจากกรุงเทพฯ มาร่วมเป็นกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ตนมั่นใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิศวกรรมศาสตร์ เราจะต้องพบจุดบกพร่องและนำมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ ตลอดจนหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกในอนาคตอย่างแน่นอน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น ขณะนี้ทาง รฟม.ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อคืนสภาพพื้นที่ในบริเวณที่เกิดเหตุให้กับประชาชนที่สัญจรทั่วไป ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าว ที่สำคัญต้องให้ความดูแลอย่างเต็มที่กับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน
ทาง รฟม.ได้ให้ความมั่นใจมาว่าการคืนพื้นผิวจราจรบนถนนสามเสน จำนวน 2 ช่องจราจรจะใช้ได้ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ โดยในระหว่างการดำเนินการแก้ปัญหาและคืนสภาพพื้นที่เรามีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัด เคลื่อนตัวของอาคารและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
นายกฯ กล่าวว่า ขั้นตอนในการคืนพื้นผิวถนนก็ได้ดำเนินการไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ในการเตรียมการคืนพื้นที่ผิวการจราจร ตอนนี้หยุดการสไลด์ของดินเรียบร้อย และต้องถมทรายอีกประมาณหมื่นกว่าคิว หลังจากนั้นก็จะเติมหินคลุกเพื่อให้แน่นอนและทำการลาดยาง เพื่อคืนพื้นผิวจราจรให้กับผู้สัญจรตอไป และ รฟม.ก็ได้รับความร่วมมือที่ดีมาจาก กทม.ในการให้ความร่วมมือตรวจสอบสแกนโพรงใต้ดินที่เกิดเหตุให้เพื่อสามารถความคุมสถานการณ์ ลดความเสียที่อาจเกิดอันตรายต่อประชาชน
ทั้งนี้ ขณะนี้คณะกรรมการกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนได้รับการยืนยันจาก รฟม. และ รมว.คมนาคม ว่าให้ รฟม.ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานการก่อสร้าง ที่เป็นที่ยอมรับได้มาตรฐานทางวิศวกรรม และได้รับการยืนยันมาว่าทุกอย่างได้ดำเนินกการด้วยหลักมาตรฐานทางวิศกรรมให้มั่นคงแข็งแรง เน้นความปลอดภัยของประชาชน
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำถึงสิ่งที่เราจะต้องไปหาสาเหตุ ซึ่งตนจะติดตามการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุนี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด โดยใช้กลไกร่วมกันเพราะไม่ใช่ปล่อยให้ รฟม.หาสาเหตุฝ่ายเดียว และให้กรมโยธาธิการประสานงานสภาวิศวกร เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องการซ่อมอุโมงค์นั้น เราต้องเร่งคืนพื้นผิวจราจรโดยด่วนก่อน และทำการซ่อมอุโมงค์ทั้งสองชั้นให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และมีความปลอดภัยตามสัญญาต่อไป ส่วนเรื่องของการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้กำชับให้ทางกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการ รฟม.ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าไม่ได้ระบุอยู่ในสัญญาก่อสร้างว่าจะต้องมีการเยียวยาอย่างไร แต่ถ้ามีเหตุอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นเหตุที่มีนัยยะสำคัญ
ทางกระทรวงคมนาคมและ รฟม.ก็จะต้องหารือและสั่งการให้ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาผู้สูญเสียโอกาสทำมาหากินที่จะสร้างรายได้ด้วย
“ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดตั้งกรรมการสอบสวนและนำผลมาศึกษาวิเคราะห์หาความผิดพลาด บกพร่อง และต้องออกมาตรการการดำเนินการก่อสร้างใหม่ หากพบความผิดพลาดจากเทคนิคต้องดำเนินการแก้ไข แต่หากเกิดจากความสะเพร่าหรือเลินเล่อของผู้รบจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญาที่กำนดไว้ ขณะเดียวกันการตรวจสอบตึก สตง.ถล่ม ได้ติดตามทุกสัปดาห์ ซึ่งผมเชื่อว่าจะได้คำตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายอนุทินชี้แจง
ทั้งนี้ นายปารเมศตั้งคำถามความเกี่ยวพันทางการเมืองระหว่างนายกฯ ฐานะอดีตผู้บริหารบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะที่ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ช.การช่าง และ ซิโน-ไทย ดังนั้น การตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจะให้ความมั่นใจต่อการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมาได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามตนขอให้กรรมการที่ตั้งขึ้น ขอให้ทำงานเป็นอิสระ และทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์รัฐไม่ใช่นายทุน นอกจากนั้นการตรวจสอบของเหตุการณ์
“ขณะนี้ยังไม่ได้ยินจากนายกฯ ว่าจะดำเนินการเอาผิดกับผู้รับจ้างอย่างไร หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความบกพร่องของการก่อนสร้างหรือการออกแบบ ดังนั้นขอให้นายกฯพูดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินคดีหรือเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้างหรือหน่วยงานภาครัฐ จะแบล็กลิสต์ หรือระงับการรับงานโครงการภาครัฐในอนาคตหรือไม่ รวมไปถึงการเรียกร้องค่าเสียหายหากการส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด ที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงครั้งนี้ และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดข้อครหาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้” นายปารเมศกล่าว
จากนั้น นายอนุทินชี้แจงว่าในประเด็นความเกี่ยวข้องของผมกับบริษัทผู้รับจ้างนั้น ผมอยู่ในการเมือง เป็นรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2547 มาจากภาคเอกชน ไม่ต่างจากผู้สถาปนาพรรคอนาคตใหม่ เมื่อตัดสินใจทำงานการเมือง รู้ถึงข้อจำกัดต้องเคลียร์ตัวเองให้เกลี้ยง ผมใช้เวลา 21 ปีในการเมือง
ซึ่งการออกจากการเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนหลายแห่ง ไม่เฉพาะ บริษัทซิโน-ไทย เท่านั้น และเมื่อมีการเลือกตั้ง 2562 รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสเข้าทำงานในสภาอย่างยั่งยืน สิ่งล่าสุดที่ทำเมื่อปีนั้น คือ ขายหุ้นในบริษัท ซิโน-ไทย ผ่าน กลต. จนหมด และไม่มีการถือหุ้นใด ๆ ที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กฎระเบียบที่ทำงานการเมือง
“ผมไม่เกี่ยวข้องกิจการภาคเอกชนใด ๆ ตั้งแต่ลาออกมาทำงานภาคการเมือง และเมื่อพ้นตำแหน่งทางการเมืองปี 2549 ไม่ได้กลับเข้าไปทำงานภาคเอกชนอีก กรณีนี้บริษัทรับจ้างที่ผมทำงาน 20 ปีก่อน การปกป้องเพื่อให้ประโยชน์ไม่มี ผมและซิโน-ไทย เหมือนไม่รู้จักกัน รู้แค่เป็นบริษัทก่อสร้างและทำธุรกิจอยู่
แต่เมื่อผมอยู่ในภาครัฐ ไปตรวจดูได้ว่า ไม่มีตรงไหนที่ผมเคยใช้ความเกี่ยวข้อง อิทธิพล การโน้มน้าวใด ๆ ช่วยเหลือบริษัทนี้ ผมสบายใจที่จะตอบว่า ผมให้สัตยาบันว่า นอกจากจะให้อิสระในการตรวจสอบ รวมถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบความเสียหาย ที่เป็นสิทธิของ รมว.คมนาคม ทั้งนี้การตรวจสอบต้องเน้นประโยชน์ของรัฐของราชการเป็นสำคัญ” นายอนุทินชี้แจง
นายปารเมศได้ถามอีกว่า เชื่อว่าประชาชนติดตามและได้ฟังคำชี้แจงของนายกฯ และตนขอฝากอีกว่า 1.คณะกรรมการการตรวจสอบ ความหมายของผมคือควรจะมีองค์กรที่เป็นอิสระที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้าร่วมการตรวจสอบด้วย และเป็นจำนวนที่มากเพียงพอที่จะให้ความเห็นที่มีน้ำหนักและประชาชนก็จะติดตามผลต่าง ๆ ในการตรวจสอบของคณะกรรมการด้วย ซึ่งผมเรียกร้องว่าผลการตรวจสอบแต่ละขั้นตอน ขอให้ท่านเปิดเผยต่อสาธารณะในทุกขั้นตอน ผมและเพื่อน ๆ สมาชิกพรรคประชาชนและประชาชนอีกมากมายจะคอยตรวจสอบในการตรวจสอบครั้งนี้ด้วย“
ผมขอเรียกร้องให้นายกฯ ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา
สุดท้ายท่านมีเวลา 4 เดือน ผมขอฝากเรื่องระบบเซลล์บอร์ดแคส ว่าวันที่เกิดเหตุผมลงพื้นที่ประชาชนไม่รู้จะเอาข่าวสารที่รวดเร็วและแม่นยำจากไหน มีคนถามผมเยอะ นี่คือความไม่ชัดเจนคือความมืดมนท่ามกลางโศกนาฏกรรม
ผมจึงต้องฝากว่ามีเวลา 4 เดือนให้รีบทำ และเพื่อให้สภาฯ แห่งนี้มีส่วนร่วมในการหาทางออกอย่างรอบด้าน พรรคประชาชนจะยื่นญัตติด่วนให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นและความเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงการตรวจสอบในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย“ นายปารเมศ กล่าว
นายอนุทินชี้แจงว่า ในการตรวจสอบหากพบว่าเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ซึ่งในขั้นตอนนั้น รฟม.มีบริษัทตรวจการจ้างดูแล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหนเอื้อประโยชน์ให้คนที่ทำผิด ผู้รับจ้างเหนื่อยแน่ ต่อให้เคลียร์ตัวเองได้ ต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม หากพิสูจน์พบว่าบกพร่องรุนแรง มีขั้นตอนจะต้องเสียค่าชดใช้ตามสัญญาที่กำหนดไว้ชัดเจน เท่าที่ทราบ คือ สิ้นสุดเดือน ส.ค. 70 หากส่วนที่เสียหายที่ต้องซ่อมเมื่อวันสัญญาสิ้นสุด ทำไม่เสร็จ ค่าปรับเดินแน่นอน
“ผมขอให้ความมั่นใจ เรื่องพวกนี้ ผมไม่เคยเสียหาย มีแต่เสียเพื่อนหลายคนแล้ว เพราะไม่ได้ใช้อิทธิพลหรือ ใช้อำนาจใด ๆ ช่วยเหลือ หากใครขอผมจะเจอแต่ความว่างเปล่า แม้จะส่งไลน์มา ผมกดทิ้งไม่อ่านและจะบล็อกด้วย เพราะผมยึดถือการปกป้องประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ
ซึ่งการตั้งกรรมการนั้นยืนยันว่าต้องมีผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ นอกจากไม่มีแล้ว ผมจะช่วยกระทืบด้วย เพราะเรื่องเหล่านี้ทำให้พวกผม ตัวผมเองในฐานะวิศวกรรู้สึกไม่ดี และผมเองจะติดตามงานด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และทุกครั้งหลังประชุมจะเปิดเผยต่อสาธารณะทุกครั้ง
ส่วนเรื่องเซลล์บอร์ดแคสมีแล้ว เสียดายผมไปพักร้อน 2 เดือนกว่า ถ้าผมอยู่อย่างต่อเนื่องเหตุการณ์เหล่านี้ประชาชนจะรู้มากกว่านี้ 4 เดือนนี้รู้มากกว่านี้แน่นอน และรู้เร็วกว่านี้ ถือว่าเป็นการแถมก็แล้วกัน เพราะหัวหน้านายณัฐพงษ์บอกให้ผมแก้รัฐธรรมนูญกับยุบสภา แต่เรื่องนี้ผมจะรับข้อเสนอของท่านไปดำเนินการ” นายอนุทินชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตอบกระทู้ถามสดดังกล่าวของนายอนุทินดังกล่าวถือเป็นกระทู้แรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งนายกฯ