ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง คืนเงินผู้เสียหายเหตุอาชญากรรมไซเบอร์
ภัยออนไลน์ ภัยไซเบอร์ ดูดเงิน
ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปัจจุบันมีเงินค้างในบัญชีที่ถูกระงับ 8.5 แสนบัญชี มูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านบาท
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้
ร่างกฎกระทรวง มีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1.การรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กำหนดให้เมื่อพนักงานสอบสวนตรวจพบความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้ยึดหรืออายัดเงินในบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรม ไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) เพื่อพิจารณาประกาศรายชื่อบัญชีหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง และรายงานไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายผ่านระบบที่กำหนด
กรณีที่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอันควรสงสัยว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบ และหากยังไม่มีการยึดหรืออายัดเงินในบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ไว้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบต่อไป หากพบการกระทำความผิดให้ยึดหรืออายัดเงิน และรายงานไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ ให้ผู้เสียหายผ่านระบบที่กำหนด
กรณีที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. พบเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้รายงานไปยัง ศปอท. เพื่อพิจารณาประกาศรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง และหากพบว่ามีผู้เสียหาย ให้เสนอเลขาธิการ ปปง. พิจารณาคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล
ให้เลขาธิการ ปปง. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายงานข้อมูลการทำธุรกรรม โดยหากพบว่ามีผู้เสียหายเกิดขึ้นให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาคืนเงินหรือสินทรัพย์ หรือหากพบว่าบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ใดไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ถอนการยึดหรืออายัดบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.การยื่นคำร้องหรือคำร้องคำคัดค้านและการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคำคัดค้าน กำหนดให้ประกาศรายชื่อบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษาและสื่อของสำนักงาน ปปง. เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง พร้อมหลักฐานหรือยื่นคำร้องคัดค้าน ในกรณีเห็นว่าบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีภายใน 90 วัน นับจากวันประกาศ และหากทราบผู้เสียหายและที่อยู่ชัดเจน ให้มีหนังสือแจ้งผู้เสียหายทราบโดยตรงด้วย
3.การพิจารณาคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมและรวบรวมข้อเท็จจริงของผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว ให้จัดทำรายงานพร้อมความเห็นเสนอ เลขาธิการ ปปง. เพื่อขอความเห็นชอบในการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรม โดยในรายงานต้องระบุข้อเท็จจริง เหตุผล และความเห็นให้ดำเนินการคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลหรือชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย
เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้คืนเงินหรือทรัพย์สินดิจิทัลหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย หรือมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับคำร้องคัดค้านสำนักงาน ปปง. ต้องแจ้งให้ผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมแจ้งสิทธิในการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว หากไม่มีการยื่นคำร้องภายในระยะเวลาดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการตามคำสั่งได้ แต่หากมีการยื่นคำร้อง ให้สำนักงาน ปปง. รอผลค้าพิพากษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
การคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือชดใช้เงินคืนตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ไปยังบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้เสียหาย แต่ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้อาจพิจารณาคืนเงินไปยังบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่นของผู้เสียหายได้
ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ใดไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้แจ้ง ศปอท. เพื่อถอนการยึดหรืออายัด และให้มีหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องทราบด้วย
4.การจัดการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล กรณีไม่มีผู้เสียหาย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมายื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านการเก็บรักษาและการจัดการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีผู้เสียหาย
กรณีไม่มีผู้เสียหาย หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมายื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน ในกรณีเป็นเงิน มายื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านให้นำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่เลขาธิการ ปปง.กำหนด หรือในกรณีเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ให้นำเก็บในบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เลขาธิการ ปปง.กำหนด
การเก็บรักษาเงินและดอกผลที่เกิดขึ้นจากเงินในบัญชีเงินฝาก ซึ่งเหลือจากการคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย หากไม่มีผู้เสียหาย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องภายใน 10 ปี นับจากวันที่คืนหรือชดใช้เงินหรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้สำนักงาน ปปง. นำเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล หรือดอกผลที่เหลือ ส่งเข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หากเจ้าของเงินมาขอรับคืนภายหลัง ต้องพิสูจน์ว่ามีเหตุสมควรที่ไม่สามารถมารับคืนภายในกำหนดเวลา
5.ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลประกอบการเสนอพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ดังนั้น จึงไม่เข้าข่ายเป็นกฎที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบก่อนการออกกฎตามกฎกระทรวงกำหนดร่างกฎที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ พ.ศ. 2568
รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า ปัจจุบันพบว่ามีเงินค้างในบัญชีที่มีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้จำนวน 853,486 บัญชี เป็นมูลค่าเงินคงเหลือในบัญชี รวมทั้งสิ้น 3,076,368,582.21 บาท ที่รอการตรวจสอบ
ดังนั้นเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหายตามที่ควรจะเป็น จึงได้จัดทำร่างกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ที่กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานของรัฐ สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาและการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายให้ชัดเจน อันจะทำให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีช่องทางในการได้รับเงินคืนหรือคัดค้านการคืนเงิน โดยมีกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว
รวมทั้งการจัดการกับเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ไม่ปรากฏผู้เสียหายหรือที่เหลือจากการคืน ซึ่งเป็นการนำเงินที่คงค้างจากการระงับการทำธุรกรรมที่รอการตรวจสอบกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่จะได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็ว หากตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย