Skip to content

CAAT ยันทุกเที่ยวบินยังให้บริการปกติ คมนาคม ยกระดับคุมเข้มสนามบินบุรีรัมย์

08 ธ.ค. 2568 | 13:45น.
CAAT ยันทุกเที่ยวบินยังให้บริการปกติ คมนาคม ยกระดับคุมเข้มสนามบินบุรีรัมย์

การบินพลเรือนยืนยันเที่ยวบินต่าง ๆ ยังให้บริการปกติ หลังเกิดเหตุชายแดน พร้อมประสานความมั่นคงกำหนดพื้นที่หลีกเลี่ยง ‘รมช.คมนาคม’ สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินบุรีรัมย์

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะในบางพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นในระยะนี้ โดย CAAT ได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศของประเทศ

CAAT ระบุว่าขณะนี้ได้มีการประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการกำหนดพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง (Conflict Zone) เพื่อแจ้งแก่ผู้ทำการบิน ทั้งสายการบินพาณิชย์และผู้ทำการบินทั่วไปให้รับทราบและวางแผนเส้นทางการบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ CAAT ได้ประสานบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการการจราจรทางอากาศ ให้จัดระบบการเฝ้าติดตามและบริหารจัดการห้วงอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศยานทุกลำจะไม่เข้าสู่บริเวณที่อาจเกิดความไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติการบินให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยสูงสุด และจากการบริหารจัดการห้วงอากาศร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้การเดินอากาศทั้งในประเทศและระหว่างประเทศของไทยยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เส้นทางบินเข้า-ออกประเทศไทยยังคงให้บริการได้ครบทุกเส้นทาง โดยไม่มีการปิดน่านฟ้า หรือจำกัดการปฏิบัติการบินในภาพรวมของประเทศ

CAAT ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางในช่วงนี้ติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีการปรับเปลี่ยนตารางบินอันเนื่องมาจากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงเพิ่มเติม สายการบินจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความขัดข้อง เช่น การเลื่อนหรือเปลี่ยนเที่ยวบิน ขอให้ผู้โดยสารติดต่อสายการบินโดยตรงเพื่อรับทราบมาตรการเยียวยา หรือทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการของสายการบิน ผู้โดยสารสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมายัง CAAT ผ่านช่องทาง compliant.caat.or.th

CAAT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินอากาศของประเทศยังคงปลอดภัย มีมาตรฐาน และดำเนินการได้อย่างราบรื่นในทุกสภาวการณ์

ขณะที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น จึงได้สั่งการกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคล สัมภาระ และยานพาหนะที่เข้า-ออกพื้นที่ ตลอดจนจัดกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ในการรักษาความปลอดภัยให้พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเฉพาะท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ให้ปรับเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังด้านการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด และให้เร่งประสานการข่าวกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ในการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการและประชาชนในพื้นที่

รวมถึงกำชับให้ท่าอากาศยานอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนในทุกด้าน

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ท่าอากาศยานในสังกัด ทย.ทุกแห่งมีความพร้อมสูงสุด ในการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามแผนเผชิญเหตุ และแผนฉุกเฉินของสนามบินตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามและเตรียมความพร้อมรองรับสาธารณภัยและภัยความมั่นคง กรมท่าอากาศยาน เพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูล ประสานงานระหว่างศูนย์ปฏิบัติการย่อยของแต่ละท่าอากาศยาน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าระวัง และรายงานข้อมูลต่อกระทรวงคมนาคม

ซึ่งในขณะนี้ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่สำหรับให้บริการประชาชน