หนุนพลิกโฉมที่ดิน ‘คลองเตย’ ผุดฮับธุรกิจ-เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง พิมพ์เขียวการพัฒนาที่ดิน “ท่าเรือกรุงเทพ” หรือท่าเรือคลองเตย พื้นที่ 2,353 ไร่ หลัง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดไอเดียจะย้ายท่าเรือคลองเตยไปรวมศูนย์ที่ “ท่าเรือแหลมฉบัง” หวังลดแออัด นำที่ดินพัฒนาเชิงพาณิชย์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไร้กาสิโน สร้างรายได้ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในระยะยาว

เร่งย้ายท่าเรือกรุงเทพ
“มีนโยบายลดบทบาทท่าเรือกรุงเทพ ลง และย้ายการบริหารจัดการไปรวมศูนย์ที่ท่าเรือแหลมฉบังที่เดียว ปัจจุบันท่าเรือกรุงเทพมีตู้สินค้า 1.3 ล้านทีอียูต่อปี ขณะที่แหลมฉบังรองรับได้ 8-10 ล้านทีอียูต่อปี มอบปลัดกระทรวงคมนาคมและการท่าเรือฯไปสำรวจข้อมูล” พิพัฒน์ระบุ
พร้อมขยายความว่า เมื่อพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพว่างลง มีนโยบายจะนำมาพัฒนาเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในรูปแบบที่ทันสมัย และไม่มีกาสิโน โดยจะพัฒนาเป็นท่าเรือเรือสำราญ ท่าเรือยอชต์และโครงการอสังหาริมทรัพย์

ส่วนชุมชนที่อยู่รอบ ๆ ท่าเรือกรุงเทพ กว่า 12,600 ครัวเรือน หรือ 40,000 คน จะยกระดับคุณภาพชีวิต เปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากแนวราบที่แออัดเป็นอาคารสูงหรืออพาร์ตเมนต์ที่ทันสมัย นำพื้นที่ที่เหลือพัฒนาสวนสาธารณะ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนต้นแบบ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสูง คาดใช้เนื้อที่ 500-600 ไร่ อย่างไรก็ตามการเดินหน้าต้องรับฟังเสียงของประชาชนด้วย
“ท่าเรือกรุงเทพเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศได้หลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ ตลอดจนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงในรูปแบบใหม่ ให้เป็น World Class Gateway Port” พิพัฒน์ย้ำ
ยกระดับชุมชนผุดเมืองอัจฉริยะ
ย้อนดูพิมพ์เขียวที่การท่าเรือฯวางแนวทางการพัฒนาการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ 2,353 ไร่ จะเน้นด้านโลจิสติกส์และเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง และชุมชน เพื่อเป็น Logistics Hub ของภูมิภาค ด้วยหลัก 3 Smart (3S)
เริ่มจาก “Smart Port” ยกระดับพื้นที่หลักท่าเรือกรุงเทพเป็นท่าเรือที่ทันสมัย ใช้พื้นที่เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว ลดต้นทุนโลจิสติกส์ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาท่าเรืออัตโนมัติในพื้นที่ Terminal 3, โครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า อาคารสำนักงาน และพื้นที่สนับสนุนท่าเรือ รองรับการกระจายสินค้าในพื้นที่เมืองหลวงและปริมณฑล และโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางด่วนบางนา-อาจณรงค์ (S1) แก้ปัญหาการจราจร รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ใช้เส้นทาง S1 เชื่อมต่อกับทางด่วนบูรพาวิถีเข้าสู่ถนนบางนา-ตราดหรือวงแหวนกาญจนาภิเษกได้

“Smart Commercial” พัฒนาพื้นที่ 629 ไร่ สำหรับโครงการเชิงธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือโครงการอื่น ๆ ที่สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจโลจิสติกส์ การค้า พื้นที่ค้าปลีก ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนโดยรอบเพื่อเพิ่มมูลค่า ความน่าสนใจให้กับพื้นที่ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มศักยภาพด้านลงทุนและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
และ “Smart community” พัฒนาพื้นที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต 26 ชุมชน
รอบท่าเรือและใต้ทางด่วนอีก 5 ชุมชน 13,000 ครัวเรือน รวมถึงหน่วยงานราชการ
สถาบันการศึกษาในพื้นที่ ไปพร้อมกับการพัฒนาโครงการต่าง ๆ โดยมีพื้นที่ 123 ไร่ สำหรับเป็นที่พักอาศัยรองรับชุมชนและศูนย์ฝึกอาชีพในพื้นที่ พัฒนาเมืองใหม่
ทำเลเหมาะเป็นศูนย์กลางธุรกิจ
“โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) มองว่า ท่าเรือคลองเตยเหมาะพัฒนาให้เป็น CBD in CBD (Central Business District) หรือศูนย์ธุรกิจใจกลางเมืองลักษณะ Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ ในโครงการอาจประกอบด้วย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงานของวิสาหกิจขนาดใหญ่ อาคารชุดเช่าพักอาศัย 50 ปี และอื่น ๆ
เหตุผลที่ควรพัฒนา 1.ท่าเรือไม่จำเป็นต้องอยู่ในใจกลางเมืองแล้ว ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดสามารถรองรับการขนส่งต่าง ๆ ได้ดีอยู่แล้ว การเดินทางเข้ามาขนส่งสินค้าถึงในเมืองอาจจำเป็นต้องยุติ คล้ายกรณีลอนดอนด็อกแลนด์ส ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของท่าเรือกรุงลอนดอน ขณะนี้ได้พัฒนาเป็นอสังหาฯเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในกรุงลอนดอน
2.ทำเลที่ตั้งเหมาะสมมาก อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกทั้งทางบก ทางน้ำ 3.ในกรุงเทพฯมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากที่สุด การพัฒนาจึงมุ่งตอบสนองต่อนักท่องเที่ยว การก่อสร้างใจกลางกรุงเทพฯจึงถือเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ 4.ไม่ต้องเวนคืน เพราะเป็นที่ดินของการท่าเรือฯสามารถนำมาพัฒนาได้ง่าย สิ่งที่อาจสร้างเพิ่ม เช่น รถไฟฟ้าเชื่อมต่อจาก MRT คลองเตยเข้าไปในท่าเรือ
หนุนท่องเที่ยว-การลงทุน

ด้าน “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เห็นด้วยนำที่ดินคลองเตยพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่มีกาสิโน เนื่องจากการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะจะเป็นจุดหมายสำคัญดึงนักท่องเที่ยวและตำแหน่งที่ดินมีความเหมาะสมจะนำมาพัฒนา เนื่องจากติดแม่น้ำ ยังเดินทางได้ทั้งทางเรือ รางและรถยนต์
“การลงทุนพัฒนา เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติเข้ามา ถ้าผลักดันโครงการสำเร็จเชื่อว่าจะมีแม่เหล็กใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุน เพราะประเทศไทยขาดการลงทุนขนาดใหญ่ไปนานนับจากสนามบินสุวรรณภูมิและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งโครงการนี้เป็นการลงทุนในใจกลางกรุงเทพฯและเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน”
ผังเมือง กทม.ใหม่เอื้อพัฒนา
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ผังเมืองใหม่กรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงใหม่ที่เตรียมจะประกาศใช้ในปี 2570 ได้มีการปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินของการท่าเรือฯ 2,353 ไร่ด้วย แต่เป็นการปรับให้เพียงครึ่งหนึ่งในบริเวณที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จากสีน้ำเงินปรับเป็นพื้นที่สีแดงพาณิชยกรรม ให้พัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ได้
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือยังคงให้เป็นพื้นที่ท่าเรือสำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยลดบทบาทจากเดิมเป็นท่าเรือหลัก เพื่อให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ของเมืองในปัจจุบัน ซึ่งที่ดินท่าเรือคลองเตยจะถูกยกระดับให้เชื่อมกับถนนพระรามที่ 4 ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ๆ เช่น วัน แบงค็อก, ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค, สามย่าน มิตรทาวน์ เป็นต้น
นอกจากนี้เพื่อเป็นการรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น กทม.กำหนดให้สร้างถนนสายใหม่กว้าง 40 เมตร เพื่อเป็นการรองรับ โดยแนวเส้นทางจะเลาะไปตามแม่น้ำจากท่าเรือคลองเตยไปถึงถนนนราธิวาสราชนครินทร์