เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
Tech เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
iPhone รุ่นเก่า ขึ้นราคายกแผง
Tech iPhone รุ่นเก่า ขึ้นราคายกแผง
“ศุภจี” เปิดเกมอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก
Economic “ศุภจี” เปิดเกมอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอ-เงินเฟ้อ Q4 เร่งขึ้น
Finance ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอ-เงินเฟ้อ Q4 เร่งขึ้น
‘สารัชถ์’ ขายบิ๊กลอต GULF จำนวน 1.69 พันล้าน ให้นักลงทุนสถาบัน ส่วน BBL โผล่อีก 451 ล้าน
Finance ‘สารัชถ์’ ขายบิ๊กลอต GULF จำนวน 1.69 พันล้าน ให้นักลงทุนสถาบัน ส่วน BBL โผล่อีก 451 ล้าน
ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
Finance ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
Real Estate สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
“อริษา นิมมานเหมินท์” ดึง Nomad ปลุกศก.เชียงใหม่โต 3 พันล.
Economic “อริษา นิมมานเหมินท์” ดึง Nomad ปลุกศก.เชียงใหม่โต 3 พันล.
นวัตกรรมวิทย์พลิกโลกเอ็กโก กรุ๊ป จุดประกายเยาวชนรู้ทันเอลนีโญ
SD นวัตกรรมวิทย์พลิกโลกเอ็กโก กรุ๊ป จุดประกายเยาวชนรู้ทันเอลนีโญ
ดูทั้งหมด

น้ำมันรั่วคลองเตยยังต้องเฝ้าระวัง คพ.พบ VOCs 626 ppm เตรียมตรวจ Oil Fingerprint หาต้นตอ

10 ก.ย. 2569 | 09:34น.

กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. เดินหน้าติดตามเหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิง เขตคลองเตย หลังตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ภายในท่อระบายน้ำบางช่วงสูงสุด 626 ppm และค่าระดับการติดไฟ หรือ LEL อยู่ที่ 2-18% สะท้อนความเสี่ยงจากไอระเหยน้ำมันที่สะสมในระบบท่อปิด โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานตรวจวัดค่า LEL ก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงไฟไหม้และการลุกติดไฟ พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน คพ.ยังติดตามการจัดการน้ำเสียและตะกอนปนเปื้อนน้ำมันจากกรณี Data Center พระราม 9 ซึ่งบริษัทผู้รับจ้างได้สูบและขนย้ายของเสียออกจากพื้นที่แล้วเสร็จ โดยผลตรวจวัดภายหลังดำเนินการพบค่า VOCs, ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ H₂S และค่า LEL อยู่ที่ศูนย์ ขณะที่กรณีน้ำมันรั่วถนนเชื้อเพลิงยังอยู่ระหว่างเปิดหน้าดินค้นหาจุดรั่ว พร้อมเตรียมส่งตัวอย่างน้ำมันตรวจ Oil Fingerprint เพื่อพิสูจน์แหล่งที่มา

“สุรินทร์” ตรวจถนนเชื้อเพลิง พบ VOCs สูง 626 ppm

วันที่ 9 กันยายน 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ.ได้ติดตามตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือตรวจวัดลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชนและเร่งค้นหาต้นตอการรั่วไหล

ผลการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs และค่าระดับการติดไฟ หรือ LEL ภายในท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร พบว่า บริเวณด้านท้ายน้ำบางช่วงมีค่า VOCs สูงถึง 626 ppm และค่า LEL อยู่ที่ 2-18%

คพ.คาดว่าเป็นผลจากการจำกัดพื้นที่ปนเปื้อนน้ำมัน ทำให้ไอระเหยของน้ำมันสะสมอยู่บริเวณบ่อที่ถูกปิดกั้น จึงทำให้ค่าตรวจวัดสูงขึ้นเป็นบางช่วงเวลา โดย คพ.ยังคงติดตามตรวจวัดอย่างใกล้ชิด

เฝ้าระวังชุมชนรอบจุดเกิดเหตุ แนะงดกิจกรรมเสี่ยงประกายไฟ

ขณะเดียวกัน คพ.ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สำรวจผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบ พบว่า ชุมชนที่อยู่ติดพื้นที่เกิดเหตุยังคงได้กลิ่นน้ำมันเป็นระยะ

ส่วนชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา เขตยานนาวา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20-50 เมตร ไม่พบกลิ่นน้ำมัน และผลตรวจวัดของสำนักอนามัยไม่พบค่า VOCs และ LEL

เจ้าหน้าที่ได้แนะนำประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัย งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ เพื่อความปลอดภัยระหว่างที่ยังมีการตรวจสอบและค้นหาต้นตอการรั่วไหล

ผู้ประกอบการหยุดใช้ท่อ เปิดหน้าดินหาจุดรั่ว คาดซ่อม 5 วัน

สำหรับการค้นหาสาเหตุ ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันได้หยุดใช้งานท่อน้ำมันตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 และอยู่ระหว่างเปิดหน้าดินบริเวณจุดต้องสงสัย เพื่อค้นหาตำแหน่งการรั่วไหลที่แน่ชัด

เบื้องต้น หากพบจุดรั่วและสามารถเข้าซ่อมแซมได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน โดยผู้ประกอบการแต่ละรายได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากการหยุดใช้งานท่อไว้แล้ว

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และสั่งเร่งเปิดผิวดินบริเวณถนนเชื้อเพลิงที่ความลึกประมาณ 1.5-2 เมตร เพื่อค้นหาจุดท่อน้ำมันรั่วซึมใต้ดิน

การดำเนินงานดังกล่าวประสานระหว่างกรุงเทพมหานคร การรถไฟแห่งประเทศไทย และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พร้อมระงับการส่งและจ่ายน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวทั้งหมด จนกว่าจะซ่อมแซมและยืนยันความปลอดภัย

ใช้ DCVG พบจุดต้องสงสัย 3 จุด กำชับวัด LEL ก่อนทำงาน

ด้านการค้นหาต้นเหตุล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนใช้เครื่องตรวจสอบแนวท่อและการรั่วไหล DCVG หรือ Direct Current Voltage Gradient พบจุดต้องสงสัยเบื้องต้น 3 จุด ก่อนเปิดผิวถนนตรวจสอบ

คพ.ได้กำชับให้ตรวจวัดค่า LEL ก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไอระเหยน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นพื้นที่ปิดหรือมีการสะสมของไอระเหยในท่อระบายน้ำ

ล่าสุดเวลาประมาณ 17.30 น. ทีมผู้เชี่ยวชาญเปิดหน้าดินบริเวณจุดแรกริมทางรถไฟ และพบคราบน้ำมันเล็กน้อยที่ความลึกประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในการสืบหาต้นตอการรั่วไหล

ในวันถัดไป คพ.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บตัวอย่างน้ำมันบริเวณดังกล่าว ส่งตรวจวิเคราะห์ Oil Fingerprint หรือลายนิ้วมือน้ำมัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างน้ำมันที่พบในท่อระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยยืนยันว่ามีแหล่งที่มาเดียวกันหรือไม่ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการระบุต้นตอการรั่วไหล

“คพ. จะติดตามตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญทั้งการค้นหาต้นเหตุ การควบคุมผลกระทบ และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมประสานทุกหน่วยงานจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” ดร.สุรินทร์กล่าว

ย้อนเหตุ 7 ก.ย. พบ VOCs 350 ppm เตือนเสี่ยงไฟไหม้-ระเบิด

ก่อนหน้านี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ คพ.สนับสนุนกรุงเทพมหานครในการติดตามตรวจสอบและร่วมแก้ไขเหตุน้ำมันรั่วไหลลงท่อระบายน้ำริมถนนเชื้อเพลิง เขตคลองเตย พร้อมให้คำปรึกษาด้านวิชาการและสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ดร.สุรินทร์เปิดเผยว่า วันที่ 7 กันยายน 2569 คพ.ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือลงพื้นที่สนับสนุนการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหล โดยตรวจวัดค่าความเสี่ยงต่อการระเบิดและการลุกติดไฟ หรือ Lower Explosive Limit : LEL บริเวณท่อระบายน้ำจำนวน 10 จุด ครอบคลุมระยะทางประมาณ 85 เมตร

ผลการตรวจสอบพบว่า บางจุดมีค่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด หรือ VOCs สูงถึง 350 ppm และพบความเสี่ยงต่อการระเบิดและการลุกติดไฟบริเวณท่อที่มีน้ำมันหกรั่วไหล จึงได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง พร้อมร่วมวางแผนการเข้าจัดการสถานการณ์กับสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร

“จากการประเมินสถานการณ์ พบว่าการลดความเข้มข้นของไอระเหยสารไวไฟเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เบื้องต้นการฉีดโฟมบริเวณจุดที่มีน้ำมันรั่วไหลสามารถลดความเข้มข้นของไอระเหยภายในท่อระบายน้ำลงจนอยู่ในระดับที่สามารถปฏิบัติงานได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินการสูบและขนย้ายน้ำมันตกค้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และตรวจประเมินความเสี่ยงและความปลอดภัยเป็นระยะ” ดร.สุรินทร์กล่าว

ทั้งนี้ บมจ.เชลล์แห่งประเทศไทย ให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับสูบและขนย้ายน้ำมันตกค้างในท่อระบายน้ำ เพื่อนำไปกำจัดยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ขณะที่ คพ.จะร่วมกับสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตคลองเตยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบแหล่งที่มาและสาเหตุ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดการ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อประชาชนกับสิ่งแวดล้อม

กรณี Data Center พระราม 9 กำจัดน้ำเสีย-ตะกอนปนเปื้อนแล้วเสร็จ

อีกกรณีหนึ่ง ดร.สุรินทร์เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเป็นระบบ นายสุชาติได้กำชับให้ คพ.ติดตามและสนับสนุนการจัดการกรณีน้ำมันรั่วไหลจากศูนย์ข้อมูล Data Center พระราม 9 ซึ่งไหลเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำสาธารณะอย่างใกล้ชิด

เป้าหมายคือเร่งเก็บกู้และกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.สุรินทร์พร้อมเจ้าหน้าที่ คพ.และสำนักงานเขตห้วยขวาง ลงพื้นที่ติดตามการบำบัดและกำจัดน้ำเสียกับตะกอนดินที่ปนเปื้อนน้ำมัน บริเวณบ่อพักน้ำทิ้งภายในศูนย์ข้อมูลฯ และท่อระบายน้ำด้านนอกบริษัท DAMAC Digital Thailand (BKK 01)

บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท เจนโก้ จำกัด ดำเนินการสูบน้ำเสียและตะกอนที่ปนเปื้อนน้ำมัน เพื่อนำไปบำบัดและกำจัดอย่างถูกต้อง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เวลา 14.00-23.30 น. สามารถนำของเสียที่ปนเปื้อนออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ

ตรวจหลังเก็บกู้ VOCs-H₂S-LEL เป็นศูนย์

ภายหลังการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบ่อพักน้ำทิ้ง พบว่า สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs เท่ากับ 0 ppm ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ H₂S เท่ากับ 0 ppm และค่าการลุกติดไฟ หรือ LEL เท่ากับ 0%

ขณะที่บริเวณท่อระบายน้ำด้านนอก ซึ่งสูบน้ำและตะกอนที่ปนเปื้อนน้ำมันออกไปกำจัดประมาณ 32 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ตรวจวัดจำนวน 3 จุด พบว่าทั้ง 3 จุดมีค่า VOCs เท่ากับ 0 ppm, H₂S เท่ากับ 0 ppm และ LEL เท่ากับ 0% เช่นเดียวกัน

“ผลการตรวจวัดหลังดำเนินการกำจัดน้ำเสียและตะกอนที่ปนเปื้อนน้ำมัน พบว่าค่าก๊าซสำคัญทั้ง VOCs, H₂S และ LEL อยู่ที่ศูนย์ ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินการสามารถลดการปนเปื้อนและกลิ่นไอระเหยในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน” ดร.สุรินทร์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัท เจนโก้ จำกัด ยังขนย้ายกระสอบที่ใช้ปิดกั้นบริเวณท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเสียที่ปนเปื้อนน้ำมันไหลลงสู่คลองสามเสน ไปบำบัดและกำจัดทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้ของเสียและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้รับการจัดการและนำออกจากพื้นที่ครบถ้วน

คพ.ย้ำยังติดตามต่อ แม้บางจุดค่าเป็นศูนย์

ดร.สุรินทร์กล่าวว่า แม้การกำจัดน้ำเสียและตะกอนที่ปนเปื้อนน้ำมันจากกรณี Data Center พระราม 9 จะแล้วเสร็จ และผลตรวจวัดก๊าซสำคัญทั้ง VOCs, H₂S และ LEL อยู่ที่ศูนย์ แต่ คพ.จะยังติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบคอบ

คพ.จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภายหลังการกำจัดน้ำเสียและตะกอนปนเปื้อนแล้วเสร็จ พร้อมสอบถามประชาชนในพื้นที่ถึงสถานการณ์กลิ่นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งประเมินสถานการณ์และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้การจัดการปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

น้ำมันรั่วลงท่อ สัญญาณเตือนความเสี่ยงใต้เมือง

ภาพรวมเหตุการณ์ทั้งถนนเชื้อเพลิงและ Data Center พระราม 9 สะท้อนความเสี่ยงของน้ำมันรั่วไหลเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงปัญหากลิ่นหรือการปนเปื้อนน้ำเสีย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจากไอระเหยสารไวไฟในพื้นที่ปิด

กรณีถนนเชื้อเพลิง ค่า VOCs ที่เพิ่มจาก 350 ppm ในช่วงแรก เป็นสูงสุด 626 ppm ในบางช่วงของการตรวจวัด ทำให้การปฏิบัติงานต้องให้ความสำคัญกับการประเมิน LEL อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะก่อนเปิดฝาท่อ สูบน้ำมัน เปิดหน้าดิน หรือเข้าซ่อมแซมท่อใต้ดิน

ขณะที่กรณี Data Center พระราม 9 แม้ผลตรวจหลังเก็บกู้พบค่า VOCs, H₂S และ LEL เป็นศูนย์ แต่ คพ.ยังต้องติดตามผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง เพื่อยืนยันว่าการกำจัดของเสียและวัสดุปนเปื้อนครบถ้วน

ภารกิจต่อจากนี้จึงอยู่ที่การระบุต้นตอการรั่วไหลให้ชัดเจน โดยเฉพาะการตรวจ Oil Fingerprint เพื่อเปรียบเทียบน้ำมันจากจุดต้องสงสัยกับตัวอย่างในท่อระบายน้ำ หากยืนยันแหล่งที่มาได้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการซ่อมแซม ป้องกันเหตุซ้ำ และกำหนดความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง

ในระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ มาตรการเฝ้าระวังชุมชน การตรวจวัด VOCs และ LEL อย่างต่อเนื่อง การงดกิจกรรมที่ก่อประกายไฟ และการควบคุมไม่ให้น้ำมันปนเปื้อนแพร่กระจาย จึงเป็นแนวป้องกันหลักเพื่อให้สถานการณ์ไม่ขยายตัวเป็นอันตรายต่อประชาชนและพื้นที่เมือง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คพ. คลองเตย น้ำมันรั่ว