นวัตกรรมวิทย์พลิกโลกเอ็กโก กรุ๊ป จุดประกายเยาวชนรู้ทันเอลนีโญ
ถ้าพูดถึง “เอลนีโญ” หลายคนอาจนึกถึงแค่ปีที่ฝนแล้งผิดปกติหรือทะเลร้อนกว่าเดิม แต่ปีนี้ที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ฟังดูไกลตัวเรื่องนี้ถูกแปลงร่างให้กลายเป็นภารกิจกู้โลกที่เด็กและเยาวชนต้องออกเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group จัดกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “นวัตกรรมวิทย์พลิกโลก” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 แล้ว โดยปีนี้มาในธีม “EGCO Base: Expedition Beyond El Nino สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” ณ ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อำเภอขนอม โดยนิทรรศการนี้จัดยาวข้ามปีจนถึงวันเด็กปีหน้า
ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ดัดแปลงมาจากโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 1 หรือที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกันในชื่อ “โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” ซึ่งยุติการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้ว EGCO Group เลือกจะไม่ปล่อยให้มันกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่ปรับปรุงให้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงวันนี้

พินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม เอ็กโก กรุ๊ป เล่าถึงปรัชญาเบื้องหลังโครงการนี้ว่า ตลอดกว่า 34 ปีของการดำเนินธุรกิจ EGCO Group ยึดมั่นในความเชื่อว่าต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี และมองว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนในต้นทาง นั่นคือโอกาสทางการเรียนรู้ของเยาวชนและครู ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า
โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อนมากขึ้น การทำความเข้าใจ El Nino จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่คือการเข้าใจว่าทุกระบบบนโลกเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้เราสามารถคาดการณ์ วางแผนรับมือ และเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเด็นสำคัญที่สุดที่งานนี้ต้องการส่งต่อ ก็คือ
“ทางรอดของมนุษย์ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ แต่คือการเข้าใจธรรมชาติ และปรับตัวให้สอดคล้องกับจังหวะของโลก”

ด้าน ราเชนทร์ บุณยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด ระบุว่า ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันนี้เป็นความจำเป็น เพราะปัญหาที่ดูเหมือนไกลตัวกลับส่งผลกระทบถึงชุมชนและเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว พลังของวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่การทำนายอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่คือการช่วยให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตได้ดีขึ้น และหัวใจของกิจกรรมปีนี้ไม่ได้ต้องการแค่ถ่ายทอดความรู้เรื่องเอลนีโญ แต่อยากปลูกฝังวิธีคิด วิธีตั้งคำถาม และวิธีใช้ข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจโลกอย่างมีเหตุผล
นักสืบสภาพภูมิอากาศ
งานปีนี้ให้ผู้เข้าร่วมสวมบทบาทเป็น “Climate Explorer” นักสำรวจและนักสืบด้านสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเรียนรู้แบบ Mission-based Learning ที่ให้เด็ก ๆ ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง แบ่งเป็น 4 โซนนิทรรศการ ได้แก่ โซนที่ 1 Living Planet เรียนรู้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศโลก ผ่านตัวอย่างป่าฝนอเมซอนที่ดูดซับคาร์บอนและรักษาสมดุลภูมิอากาศ, โซนที่ 2 Something is Wrong เรียกตัวเข้าสู่ “ฐานบัญชาการ EGCO Base” ชมภาพยนตร์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิก จุดกำเนิดของเอลนีโญ
โซนที่ 3 The Broken World สำรวจผลกระทบผ่าน 4 พื้นที่ตัวแทนทั่วโลก ทั้งความแห้งแล้งในทะเลทราย ปะการังฟอกขาว ผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่ง และน้ำแข็งขั้วโลกที่แอนตาร์กติกา และ โซนที่ 4 EGCO Expeditors War Room เรียนรู้การทำงานของนักวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรม Ocean Observation, Forecast AI และ Community Planning ก่อนปิดท้ายด้วยการชวนแชร์ไอเดียปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป
ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบ Immersive ผ่านภาพยนตร์ Sci-fi Cinematic รูปแบบ Dual Screen และนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์ที่ออกแบบขึ้นใหม่เฉพาะสำหรับงานปีนี้ โดยมีทีมสตาฟในงานล้วนเป็นเยาวชนท้องถิ่นขนอมและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นผู้แนะนำตลอดทั้งงาน เปิดโอกาสให้พวกเขาเรียนรู้ไปพร้อมกับถ่ายทอดเรื่องราวบ้านเกิดของตัวเอง
พินทุ์สุดา เปิดเผยว่า ทุกปีตั้งใจให้บรรยากาศเปลี่ยนไปไม่ซ้ำเดิม โดยเฉพาะปีนี้ที่ผูกโยงกับตัวตนของสถานที่เอง เพราะโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำหลังนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับการเรียนรู้ที่ต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ และยอมรับว่าปีหลัง ๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดถี่และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว ที่ไม่โฟกัสเฉพาะพื้นที่ขนอมก็เพราะไม่อยากให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าภัยพิบัติในประเทศอื่นเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่การเปลี่ยนแปลงในจุดหนึ่งของโลกส่งผลกระทบไปได้ทั้งใบ
“เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ตามรอบธรรมชาติที่เคยเกิดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อกิจกรรมของมนุษย์เร่งอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้เอลนีโญทวีความรุนแรง แปรปรวน และคาดการณ์ได้ยากขึ้นตามไปด้วย”
ส่วนคำถามที่ว่าปรากฏการณ์นี้กระทบกำลังผลิตไฟฟ้าของบริษัทหรือไม่ พินทุ์สุดายืนยันว่าไม่กระทบโดยตรงเพราะเป็นคนละแผนงาน แต่เรื่องภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมล้วนเกี่ยวโยงกันแยกไม่ออก และเป็นสิ่งที่ EGCO ทำงานด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อมมาต่อเนื่องกว่า 10 ปี ร่วมกับโรงเรียนกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ

วัดผลด้วยความตระหนัก
เมื่อถามถึงการวัดผลกิจกรรมที่เน้นสร้างความตระหนักรู้ซึ่งจับต้องเป็นตัวเลขได้ยาก พินทุ์สุดาตอบตรงไปตรงมาว่า ขอเพียงมีคนตระหนักถึงเรื่องนี้เพิ่มขึ้นก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เพราะหากไม่เกิดความตระหนักตั้งแต่แรก ก็ไม่มีทางเกิดความสนใจหรือการปรับตัวตามมาได้
และดูเหมือนความตระหนักนั้นจะเกิดขึ้นจริง เพราะตัวเลขยอดจองเดือนกันยายนก็ทะลุ 3,500 คน และคิวเต็มตลอดทั้งเดือน โดยปีที่ผ่านมาตลอด 10 วันของสัปดาห์วิทยาศาสตร์มีผู้เข้าชมกว่า 5,000 คน จนหลายโรงเรียนเริ่มจัดให้เป็นกิจกรรมประจำของแต่ละระดับชั้น พร้อมฟีดแบ็กจากคุณครูว่า เด็ก ๆ ที่เคยมองเห็นเส้นทางอาชีพอย่างจำกัด เมื่อได้สัมผัสแรงบันดาลใจจากวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ก็กลับไปด้วยความสนใจเรียนที่เพิ่มขึ้นและความฝันที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
กิจกรรมทั้งหมดเปิดให้เข้าชมฟรี และไม่ต้องการให้การเรียนรู้มีแต่การท่องจำ แต่อยากกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดความสงสัย ตั้งคำถาม สืบค้น และวิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเป็นตัวช่วย