เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ดูทั้งหมด

สุรนันทน์ พยากรณ์เลือกตั้ง 69 ภท.กวาดอีสานใต้ เพื่อไทย-ปชน.กระแสหด

15 ธ.ค. 2568 | 15:01น.
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

‘สุรนันทน์’ ชี้ เลือกตั้งครั้งหน้า ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมสุด-กวาดพื้นที่อีสานใต้เกือบหมด มอง ‘เพื่อไทย-พรรคประชาชน’ กระแสตกทำ สส.หด บอก หาก ปชน.ดึงกระแสกลับมาได้ อาจพัด สส.หวนคืนได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ลั่น ‘พรรคน้ำเงิน’ มาอันดับหนึ่ง ‘ส้ม’ สอง ขณะที่ ‘แดง’ มาที่ 3 แต่ ‘น้ำเงิน-แดง’ จับมือกันเป็นรัฐบาล

จากนั้นเวลา 10.50 น. นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพร้อมของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนตามการเมืองมาตั้งแต่เด็กที่จะตัดสินว่าใครพร้อมหรือไม่พร้อม เดิมที่เราคิดว่าพรรคประชาชนพร้อมที่สุด มีความคงเส้นคงวามาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประเทศกัมพูชา แต่เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ เราเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยดูพร้อมกว่า ตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากท่วงท่าของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่พูดมาตลอดว่าจะยุบสภา และพูดมาตั้งแต่ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมันลำบาก อย่างไรก็ต้องยุบสภา แต่ตอนนั้นเรามองว่าพรรคภูมิใจไทยไม่น่าพร้อมที่จะยุบสภา

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนก็เคยฟันธงไปแล้วว่านายอนุทินจะยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม เพราะคิดว่าอย่างไรก็ต้องมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อมีการเปิดประชุมสมัยสามัญประจำปี เมื่อมีเรื่องรัฐธรรมนูญก็กลายเป็นข้ออ้าง

นายสุรนันทน์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อเห็นพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งที่ยาวมาก มีทั้งผลงานและเหตุผลของการยุบสภา รวมถึงนโยบายในการหาเสียงในอนาคต น่าจะมีการเตรียมการมาแล้วอย่างน้อยที่สุดหนึ่งสัปดาห์ ฉะนั้น วันนี้หากจะตอบว่าใครพร้อมที่สุดในการเลือกตั้งก็คือพรรคภูมิใจไทย ถัดมาคือพรรคประชาชน จากที่เราฟังกระแสภายในมาอาจจะมีปัญหาเรื่องของผู้สมัคร ที่เหลืออาจจะยังไม่พร้อม

ส่วนพรรคที่พร้อมอีกพรรค คือพรรคพี่พรรคน้องของพรรคภูมิใจไทย อย่างพรรคกล้าธรรม เพราะมี สส.เก่าเข้าไปอยู่ด้วยเช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ในวันที่รับสมัครอาจจะมีคนถือใบสมัครไป 2 ใบแล้วไปเลือกหน้างานอีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะตัดสินใจในคืนนั้น เช้ามาใส่เสื้อพรรคใดไปก็พรรคนั้น

ส่วนความท้าทายของแต่ละพรรคคืออะไรนั้น นายสุรนันทน์กล่าวว่า ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าผู้สมัครคือใครบ้าง แต่ที่ตนบอกว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่สุด เพราะมีอดีต สส.เข้าไปอยู่มากที่สุด เขาน่าจะรักษาอดีต สส.ในการลงสมัครทั้ง 60 กว่าคนของเขาได้ ไม่รวม สส.บัญชีรายชื่อ หากเขาเบ่งมาเป็น 120 คนได้ เพราะเขาได้ สส.เก่า เช่น พรรคชาติไทยพัฒนามา 10 คน พรรคนั้นมาอีก 10 คน พรรคนี้มาอีก 20 คน แล้วทางภาคใต้ก็ไม่มีกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยในส่วนของ สส.เขตภาคใต้นั้น ตนคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เยอะ และอีสานใต้ที่รวม จ.นครราชสีมาจนถึง จ.อุบลราชธานี ตนมองว่าพรรคภูมิใจไทยกวาดเกือบหมด ยกเว้นโรงแป้งใน จ.นครราชสีมาและ จ.อุบลราชธานีบางเขต ส่วน จ.สระแก้ว นามสกุลเทียนทองก็ไปแบ่งกันเอาเอง สำหรับพื้นที่ใน จ.ตราดและ จ.จันทบุรี ที่เดิมทีเป็นของพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นพื้นที่บริเวณชายแดนมีสิทธิที่จะเลี้ยวขวามากกว่า ความท้าทายของการบริหารจัดการ สส.เขต

ผมคิดว่าความสามารถของพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่ง สองคือความกล้าได้กล้าเสียของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

นายสุรนันทน์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ยังมีกำลังอยู่ ส่วนหนึ่งพรรคเพื่อไทยยังมีแฟนคลับอยู่ ไม่ว่าจะแฟนคลับพรรคหรือแฟนคลับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหลายพื้นที่ที่เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงทั้ง จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น หรือออกจากเมืองมา หาก สส.ไปลงพื้นที่แล้วทิ้งเพื่อไทยไป ตนมองว่าไม่ได้เป็น สส. ยังคงมีเขตพวกนี้อยู่ แต่จะได้เท่าไหร่นั้นไม่ทราบ ต้องรอเปิดตัวแล้วมาประเมินกัน ส่วนพรรคอื่นตนมองว่าเป็นคนละสปีซีส์กัน

ความท้าทายของการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง ตนมองว่าไม่ใช่การบริหาร สส.แต่ละเขต แต่คือการบริหารกระแส ทั้งนี้ หากเราเชื่อผลสำรวจของนิด้าโพลจะเห็นได้ว่ากระแสของแต่ละพรรคตกหมด แม้ว่าสีฟ้าจะขึ้นมา 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะแม่ยกของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมีอยู่ รวมถึงมีคนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นขึ้นมา ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคประชาชน เหลือประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์นั้น

แต่ที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมมากกว่า ณ​ วันนี้ เพราะ สส.เขตมีโอกาสกลับเข้ามาสูง แม้ว่าเมื่อก่อนการเลือกตั้งครั้งหนึ่งจะเปลี่ยน สส. ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งนี้ด้วยกระสุนดินดำหรืออะไรก็ตาม ตนคิดว่าความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมมีสูงมาก อีกทั้งทั้งสองพรรคก็ไม่ใช่พรรคกระแส แน่นอนว่าพรรคภูมิใจไทยอาจจะอยากได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาสักประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คือได้สัก 10 คนเพื่อให้สมศักดิ์ศรีให้ได้เป็นรัฐบาลต่อ แต่ สส.เขตเขาจะได้เยอะ

ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นพรรคผสมผสานระหว่างกระแสกับ สส.เขต วันนี้จะเหลือแค่ สส.เขต และต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีกระแส เพื่อไทยเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ตนคิดว่าการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนั้น พรรคเพื่อไทยควรจะเหลือประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตกลงมาจากครั้งที่แล้วที่พรรคเพื่อไทยได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ได้ 30 คน และได้ สส.เขตเท่ากับพรรคก้าวไกลคือ 112 คน

แต่รอบนี้กระแสทั้งสองพรรคตก ซึ่งปัญหาของพรรคเพื่อไทยคือจะทำอย่างไรให้กระแสขึ้นเพื่อไม่ให้เสียที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ และหากจะประเมิน สส.เขตที่เหลือคือ 50-80 ที่นั่ง หากเบ่งจริง ๆ อาจจะได้ 100 คน แต่พรรคประชาชนมีปัญหามากกว่าคือ เป็นพรรคที่กระแสเต็มที่ แต่เมื่อกระแสตก เขาจะเอาอะไรไปพัด สส.เขตเข้ามา

หากถามตนในฐานะที่ทำงานการเมืองกรุงเทพฯ มา วันนี้ หากพรรคประชาชนในกรุงเทพฯกระแสตก อาจจะพัดเข้ามาไม่ถึง 32 ที่นั่ง เหมือนครั้งที่แล้ว และอาจจะกลับไปโมเดลปี 2562 หรือไม่ที่ทั้งสามพรรคแบ่งกันคนละ 10 ที่นั่ง แต่อาจจะไม่ใช่สามพรรคเดิมเหมือนในปี 2562 คือพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ที่ได้คนละ 10 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคประชาชนอาจจะไม่ได้ทั้งหมด หากกระแสไม่แรง ย้ำว่าความท้าทายในการเลือกตั้งครั้งนี้คือการสร้างกระแส และที่ต้องรีบสร้างกระแสมากที่สุดคือพรรคประชาชน

นายสุรนันทน์กล่าวต่อว่า ในส่วนของภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติการเลือกตั้งครั้งที่แล้วด้วยกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ได้ สส. 10 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้รวมไทยสร้างชาติไม่มีกระแสนั้น และมองว่า 10 เปอร์เซ็นต์นั้นจะหมุนมาที่พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะไม่เป๊ะแต่สมการจะเป็นประมาณนี้ เพราะวันนี้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะมีพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รวมพรรคเล็ก ๆ ซึ่งคนที่จะสะวิงมาจากซ้ายกลางมาขวา อาจจะไม่ไปขวาขนาดพรรคภูมิใจไทย หรือ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ หรือพรรคกล้าธรรม แต่มาขวากลาง

วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นขวากลางที่คนอยากได้ คนชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่มองว่านายอภิสิทธิ์พูดจาดี มีหลักการ และพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะกลับมามีหลักการหลังจากที่หายไปก็จะกลับมาอยู่ที่นายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้ หากเทียบดูแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ณ วันนี้ก็ถือว่านายอภิสิทธิ์ถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงที่สุด เพราะเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมา สามารถสู้กับนายอนุทินได้

วันนี้ประเทศเลี้ยวขวามากกว่าปี 2566 ที่ขณะนั้นแข่งกันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับ 3 ป. แต่วันนี้ไม่มีแล้ว เป็นการแข่งกันระหว่างพรรคฝ่ายก้าวหน้า และวันนี้หากดูแล้วก็จะเห็นว่า พล.อ.รังษี สามารถได้คะแนนขึ้นมาแซงหน้าหลายพรรคการเมืองได้ โดยในทางภูมิภาคได้ถึง 5-10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ฐานของพรรคเศรษฐกิจคือเส้นด้ายเก่า ที่มีคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจโซเชียลทำให้ พล.อ.รังษีสามารถติดกระแสได้ หากขึ้นดีเบตนายอภิสิทธิ์อาจจะเป็นคนที่ดีเบตเก่งที่สุด แต่หากเจอ พล.อ.รังษี การดีเบตแบบออกซ์ฟอร์ดอาจจะแพ้ก็ได้ เพราะเป็นคนที่พูดแล้วเข้าใจง่าย ๆ

ขณะที่นายอนุทินยังเป็นคนที่พูดแล้วยังไม่กล้าเด็ดขาดเต็มที่ พูดจาประนีประนอม ดูจากการตอบสื่อที่มีลูกเล่น ไม่ได้ฟันธงเหมือนที่สาธารณะชนต้องการ เช่นเดียวกับพรรคประชาชนที่ถือเป็นโจทย์หลักเช่นกัน เพราะวันนี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนคือเรื่องของประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ปัญหาที่ซับซ้อนทำให้คนมองว่าต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานบริหาร ใครกล้าที่จะฟันธง

ส่วนหากพรรคประชาธิปัตย์กลับมา คนที่ลำบากจะเป็นพรรคประชาชนหรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า วันที่นายอนุทินไปทานข้าวกับนายอภิสิทธิ์นั้น เราไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน เขาอาจจะรู้จักกันมาก่อนก็ได้ และเขาอาจจะมองว่าในเรื่องของ สส.เขต พรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ได้ แต่อาจจะช่วงชิงกระแสของพรรคประชาชนได้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์น่าจะมีคะแนนประมาณ 1-1.5 ล้านคะแนน ซึ่งเขาจะตี สส.เขตของพรรคประชาชน หรือบ้านใหญ่ของพรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย หรือแม้กระทั่งเพื่อไทยในเขตที่คิดว่าตัวเองควรจะได้กลับมาได้

แต่หากพรรคประชาชนสามารถดึงกระแสกลับมาได้อาจจะพัด สส.เขตกลับมาได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในเขตเมือง คิดง่าย ๆ หากเขาได้กรุงเทพฯ 33 คน เชียงใหม่ 7 เขตจาก 10 เขต ซึ่งหากกระแสแรงเขาอาจจะได้ทั้งหมด บวกกับเขต 1 ทั้งประเทศ 76 จังหวัด รวม 100 กว่าคนแล้วนี่คือเขต แต่หากอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์แล้วโดนนายอภิสิทธิ์กินไปเรื่อย ๆ ในฐานะขวากลาง และโดนพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคซ้ายกลางกินไปเรื่อย ๆ แต่เพื่อไทยก็ต้องรักษา สส.เขตเดิมไว้ให้ได้ แม้ส้มจะโดนรุมแต่หากรักษากระแสไว้ได้ และในช่วง 2 เดือนนี้นายณัฐพงษ์อาจจะต้องบิวต์ตัวเองให้ได้

นายสุรนันทน์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคประชาชนที่เปิดเรื่องสแกมเมอร์หลายคนและแสดงบทบาทได้เด่นชัดที่สุด แต่หากถูกโยนออกมาคนที่ดูอาจจะบาดเจ็บที่สุดคือพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะกระทบกับพรรคภูมิใจไทยมากน้อยแค่ไหน ดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นระเบิดเวลาที่ทำให้พรรคประชาชนฟื้นกลับมาได้ ขณะที่นายทักษิณจะยังเป็นไม้เด็ดให้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น ตนมองว่ายังเป็นปัจจัยในแง่ของฐานเสียงที่หลายพื้นที่เสื้อแดง และการที่นายทักษิณเล่นบทเป็นผู้ถูกกระทำยอมติดคุกจะทำให้รักษาฐานไว้ได้

แต่ปัญหาคือไม่สามารถขยายฐานนั้นได้ การที่คนกรุงเทพฯ จะกลับไปเลือกเพื่อไทยเพราะสงสารนายทักษิณหรือไม่นั้น ตนว่าไม่ เพราะคนกรุงเทพฯมองไปด้านหน้าแล้ว ดังนั้น ตนมองว่านายทักษิณจะช่วยรักษาฐานได้ และต้องมีเครือญาติของนายทักษิณเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้เห็นว่าตระกูลชินวัตรยังไม่ทิ้งพรรคเพื่อไทย เพราะหากตระกูลชินวัตรไม่สู้ สัปดาห์นี้พรรคเพื่อไทยจะมีคนไหลออกอีกเยอะ พอมีสัญญาณว่าตระกูลชินวัตรสู้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สู้ อย่างน้อยกลุ่มทุนใหญ่ยังอยู่ สส.ไปต่อได้ แต่อาจจะไม่ถึง 200 บวกลบ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ประเมินว่าการจับขั้วรัฐบาลจะเป็นอย่างไร นายสุรนันทน์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงตนมองว่าพรรคภูมิใจไทยมาเป็นที่หนึ่ง พรรคประชาชนมาที่สอง พรรคเพื่อไทยมาอันดับสาม และพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย แต่ไม่แน่ว่าพรรคอันดับหนึ่งกับพรรคอันดับสองอาจจะจับมือกันก็ได้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่กำลังจะมาถึงเป็นการเลือกอนาคตของประเทศจริง ๆ

และเมื่อตนตัดสินใจได้ว่าจะไม่เล่นการเมือง ผมคิดว่ามีหลายประเด็นที่ต้องมองคือ 1.การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก 2.ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยน 3.ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่มีสูง จนทำให้เกิดแรงปะทุจากคนที่เสียโอกาส และ 4.เรื่องเอไอ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ตนมองว่ายังไม่มีพรรคการเมืองไทยพรรคใดพูดชัดเจน และอาจจะสะท้อนมาถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ยังไม่ตัดสินใจด้วย

และเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะมีผลต่อระบอบประชาธิปไตยด้วย นักการเมืองควรตระหนักถึงแนวนโยบายที่ควรจะเกิดขึ้น รวมถึงต้องมีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างของประเทศให้เดินต่อได้ หากถามว่าตนจะเลือกพรรคไหน ตนจะดูว่า 4 เรื่องนี้พรรคไหนพูดได้และมีนโยบายที่ชัดเจน