ศึก ‘ธรรมนัส-อภิสิทธิ์’ ประดาบก็เลือดเดือด
ธรรมนัส พรหมเผ่า-กล้าธรรม
คอลัมน์ : สู่สนามเลือกตั้ง 2569
งานนี้ต้องเรียกว่า “ประดาบก็เลือดเดือด” ตามชื่อเบสต์เซลเล่อร์เล่มหนึ่งของ “สุจิตต์ วงษ์เทศ”
เป็นการใช้วรรณศิลป์ของภาษา ทำให้เห็นภาพนักรบกระโจนลงสมรภูมิ แค่ฟาดดาบปะทะกัน ยังไม่ทันรู้ผลแพ้ชนะ ก็ร้อนฉ่าขนาดเลือดเดือด
เลือกตั้งรอบนี้ดีกรีร้อนฉ่าแต่หัววันประมาณนั้น
สมรภูมิชิง 500 สส.จะเปิดรับสมัครเสาร์ที่ 27 ธ.ค.นี้ ไปจนถึง 31 ธ.ค. 2568
หลังจากปิดรับสมัครแล้ว คงได้มาสรุปกันอีกครั้ง
จะได้เห็นแนวโน้มว่าพรรคไหนจะได้มากได้น้อย
เดิมพันของสมรภูมิเลือกตั้ง คือ “อำนาจรัฐ”
การเมืองประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้ประชาชนอาสาเข้ารับการคัดเลือกจากประชาชน
เพื่อจะทำหน้าที่ สส. และเป็นรัฐบาล เป็นระบบการเมืองที่ใช้กันทั่วโลก
ประเทศไหนผูกขาดอำนาจการเมืองโดยคณะบุคคล แทนที่จะเลือกตั้ง กลับส่งต่อสืบทอดอำนาจไปเรื่อย ๆ ก็จะถูกสังคมโลก นานาประเทศ ตั้งคำถาม
ประเทศไทยในยุครัฐประหาร ก็โดนต่างชาติคว่ำบาตร ไม่ค้าขายด้วย ไม่เจรจาด้วย
สุดท้ายต้องกลับสู่ระบบเลือกตั้ง มีสภา และมีรัฐบาลที่ยึดโยงกับประชาชน โดยผ่านการเลือกตั้ง
แต่ก็ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีมาตรฐานสมบูรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายแม่บท อันเป็นกติกากลางของประเทศยังมีปัญหา
จะแก้ไขก็ไม่ได้ บาดเจ็บสาหัสกันมาเยอะแล้ว เพราะกับระเบิด ทุ่นระเบิดวางไว้แน่นขนัดไปหมด
เลือกตั้งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นโอกาสของการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง โดยมีเสียงโหวตของประชาชนเป็นพลังผลักดัน
หลังจากคืนอำนาจให้เลือกตั้ง ประชาชนคนไทยได้เข้าคูหามา 2 รอบ วันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้จะเป็นครั้งที่ 3
เครือมติชนทำหน้าที่เกาะติด ทำข่าว รายงานข่าว ทำบทวิเคราะห์ และทำโพล เพื่อให้ประชาชนได้มีข่าวสารข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจ
ถามว่าเลือกตั้งรอบนี้ใครมาแรง หากเปิดโพลจะพบว่ามี 3 พรรคขับเคี่ยวกัน
คือพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย
“ภูมิใจไทย” เป็นรัฐบาลรักษาการที่เข้ามาในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน และทำงานแก้ปัญหาได้ ด้วยทีมเศรษฐกิจชั้นดี และ รมว.ต่างประเทศระดับมืออาชีพ
พรรคประชาชนเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ ทำงานจริงจัง เป็นพรรคที่ชนะใจผู้มีสิทธิออกเสียง ด้วยการทำงานอย่างจริงจัง พูดและทำตรงไปตรงมา
รอบนี้อยู่ในกลุ่มท็อป 3 จะเป็นที่หนึ่ง หรือสอง หรือสาม มีโอกาสเป็นไปได้หมด
ส่วน “เพื่อไทย” เคยเป็นเบอร์ต้นของการเมืองไทย แต่รอบที่ผ่านมา เจอศึกหนักมาก ๆ
ยิ่งพรรคประชาชนเติบโต ก็มาเบียดคะแนนนิยมของเพื่อไทย
ถึงกับเชื่อกันว่า เลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยอาจต้องเตรียมรับความผิดหวังอย่างมาก ๆ
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว “เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ลูกชายอดีตนายกฯสมชาย กับ “เจ๊แดง เยาวภา” กลายเป็นตัวช่วยฉุดคะแนนนิยมของพรรคกลับคืนมา
นอกจาก 3 พรรคกลุ่มนำที่แย่งกันเป็นพรรคระดับ 100 เสียงขึ้นแล้ว
ยังมีพรรคลำดับรอง ๆ ลงมาในกลุ่มนี้ มี “กล้าธรรม” ของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า กับ “ปชป.” ที่ซบเซามาพักใหญ่ ภายใต้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”
พรรคอันดับ 4-5 ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการจัดตั้งรัฐบาล
ที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมได้ร่วมทั้งรัฐบาลเพื่อไทยและภูมิใจไทย และคาดว่าหลังเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่น่าพลาดได้เป็นพรรคร่วมอีก
ส่วน ปชป.เคยไปร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ในยุคที่มี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เป็นหัวหน้าพรรค
เมื่อ “อภิสิทธิ์” กลับมา เฉลิมชัยก็ไปเข้าพรรคกล้าธรรม
วันก่อนอภิสิทธิ์ไปขึ้นเวทีดีเบต ประกาศว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม
ทำให้เกิด “คลื่นความร้อน” ในการเมืองพอสมควร
ผู้กองธรรมนัสถึงกับ “เดือด” ออกรายการสรยุทธ สุทัศนะจินดา ตอบโต้ทันที
ผู้กองธรรมนัสกล่าวว่า ที่พรรคประชาชนบอกว่าจะไม่ร่วมกับกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่พูดมานานแล้ว เป็นจุดยืนที่เข้าใจได้
“ผมชื่นชมในความสามารถของเด็กกลุ่มนี้นะครับ เขามีจุดยืนชัดเจนแต่แรกแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งมากระแดะทำตอนนี้” หัวหน้าพรรคกล้าธรรมกล่าว
ใครที่กำลังคิดเรื่องการรวบรวมพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล อาจจะเริ่มปวดหัวแล้ว
เป็นโจทย์ยากอีกเรื่องของการเลือกตั้งครั้งนี้