เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Real Estate AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
Business Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
Finance สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
Tech iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
Finance เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
Finance ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
Biz Movement มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
Finance SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Finance 3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ดูทั้งหมด

รวิศ สอดส่อง ชี้เหตุผลทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถึงเวลาคืนกติกาที่เป็นธรรม

19 ม.ค. 2569 | 14:43น.
รวิศ สอดส่อง

รวิศ สอดส่อง ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย เปิดเหตุผลทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถึงเวลาคืนกติกาที่เป็นธรรม

นายรวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “รวิศ สอดส่อง – Ravit Sodsong” ระบุว่า ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ? : เมื่อ “กติกาชีวิต” ต้องจับต้องได้ และเป็นของประชาชน หลายคนอาจมองว่า “รัฐธรรมนูญ” เป็นเรื่องที่ดูไกลตัว เป็นเรื่องของนักกฎหมาย หรือนักการเมืองในสภา

แต่ในความเป็นจริง รัฐธรรมนูญคือ “กฎหมายสูงสุดของประเทศ” ที่เปรียบเสมือน “กติกาชีวิต” ที่กำหนดว่าเราจะมีสิทธิรักษาพยาบาลแบบไหน ลูกหลานเราจะได้เรียนฟรีถึงเมื่อไหร่ และเกษตรกรจะขายผลผลิตได้ราคาหรือไม่ หากกติกาเบื้องต้นคดเคี้ยว ชีวิตของคนทำมาหากินย่อมลำบาก

หาก “กติกา” ถูกออกแบบมาอย่างไม่เป็นธรรม ต่อให้คนไทยทำงานหนักแค่ไหน ก็อาจจะยังวนเวียนอยู่กับความยากจน เพราะกติกานี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเข้าถึงทรัพยากร ใครจะได้ประโยชน์จากที่ดิน และใครจะมีอำนาจตัดสินใจแทนเราในเรื่องปากท้อง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เรื่องการเมืองนามธรรม แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างที่กดทับโอกาสของประชาชน ให้กลายเป็นกติกาที่ “จับต้องได้” และ “ตอบสนองความต้องการของประชาชน” เพื่อให้ชีวิตของคนทำมาหากินดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นี่คือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมถึงต้องร่วมกันเขียนกติกาใหม่ให้เป็น “รัฐธรรมนูญที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง”

หากลองพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราจะพบว่าหลายเรื่องมีต้นตอมาจากกติกาที่ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สิทธิการรักษาพยาบาลที่ถูกลดทอนความเสมอภาคจากการเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” กลายเป็นการ “สงเคราะห์เฉพาะผู้ยากไร้”

คำว่า “สิทธิเสมอกัน” และ “บริการที่ได้มาตรฐาน” ที่เคยมีในรัฐธรรมนูญปี’40 และ 50 ถูกตัดออกไป ประชาชนอาจต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ยากไร้” ถึงจะได้รับบริการฟรีจากรัฐ ซึ่งทำลายหลักการ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” หรือ “บัตรทอง” ที่เคยทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอย่างมีศักดิ์ศรี หากไม่ใช่ผู้ยากไร้ แต่มีรายได้น้อยหรือปานกลาง คุณอาจต้องจ่ายค่ารักษาในราคาเดียวกับคนรวยในโรงพยาบาลเอกชน หรือจ่ายแพงขึ้นในโรงพยาบาลรัฐเพื่อให้ได้บริการที่ “ได้มาตรฐาน”

เช่นเดียวกับเรื่องการศึกษาที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันลดระยะเวลาเรียนฟรีให้สั้นลง จากเดิมที่เคยเรียนฟรีอย่างน้อย 12 ปี (ครอบคลุมถึงมัธยมปลาย หรืออาชีวะ) รัฐธรรมนูญปี’60 กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาให้ไม่เกิน 12 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) เท่านั้น

หลังจากจบ ม.3 พ่อแม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง หรือต้องให้ลูกหลานไปกู้หนี้ยืมสินจากกองทุนของรัฐ ทั้งที่การศึกษาควรเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่เครื่องมือสร้างหนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อรับรองความเสมอภาค ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ และหนี้สิน จึงกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับฝ่ายเดียว

ทางออกของเรื่องนี้คือ การสร้าง “ประชาธิปไตย” ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับ 4 เสาหลักสำคัญ

เริ่มจากเรื่องปากท้องและการทำมาหากินที่ต้องไม่ถูกทุนใหญ่หรือรัฐส่วนกลางผูกขาดทรัพยากร

การเปลี่ยนสิทธิในที่ดินทำกินให้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ไม่ต้องคอยร้องขอให้อนุญาตตลอดชีวิต

การประกันโอกาสของลูกหลานผ่านการศึกษาที่เสมอภาค ตั้งแต่ต้นทางโดยไม่ต้องเป็นหนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ การคืนอำนาจตัดสินใจให้ประชาชนมีสิทธิเลือก กำหนด และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าคูหาเลือกตั้งทุก ๆ 4 ปี แล้วกลับมาเป็นผู้ถูกปกครองที่ไร้สิทธิไร้เสียง

สุดท้ายแล้ว หัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือการทำให้กฎหมายสูงสุดฉบับนี้ “มาจากประชาชน” และเป็นกติกาที่ทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

“ชีวิตเราจะดีขึ้นได้ไหม ขึ้นอยู่กับกติกาที่เรามี” ดังนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็น “กติกาที่กินได้” คือกติกาที่ทำให้คนทำงานหนักแล้วลืมตาอ้าปากได้ มีสิทธิทำกินอย่างเสมอภาค และลูกหลานมีอนาคตที่เท่าเทียม

การร่วมกันเขียนกติกาใหม่จึงไม่ใช่แค่การรื้อโครงสร้างทางการเมือง แต่คือการสร้างรากฐานของชีวิตที่มั่นคงและเสมอภาคสำหรับคนไทยทุกคน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นของประชาชน ร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทย มาร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกันครับ