เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
Politics สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
Finance กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
Politics คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

TH-AI Passport ลุยต่อ เฟส 2 สู่ “National AI” ? ปลัดดีอี กาง Timeline โชว์จัดจ้างถูกต้อง

29 พ.ค. 2569 | 16:39น.

ปลัดฯ-เลขาฯ สดช. แจงปมเร่งรัดจัดจ้างทำ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้าน ชี้ เป็นไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม ผู้จัดทำราคากลาง มาประมูลไม่ผิด การพิจารณาผู้ชนะมีมาตรฐานตาม Price Performance พร้อมเผยโครงการมีต่อเฟส 2 

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ชี้แจงประเด็นปัญหาของการเร่งรัดจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI passport มูลค่า 1.6 พันล้าน ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์-ปีใหม่ ว่าเป็นไปตามขั้นตอนและกรอบระยะเวาลที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงการตามนโยบายรัฐบาลชั่วคราว อนุทิน 1 ในเสาที่ 5 ด้านการอัปสกิลรีสกิล เริ่มตั้งแต่ 5 พ.ย. 2568 ที่เริ่มตั้งโครงการเข้าคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ของกระทรวงฯ (รายละเอียดตามไทม์ไลน์)

ส่วนคำถามว่าทำไมจึงต้องมี 5 ล้านสิทธินั้น เราใช้วิธีการเทียบเคียงกับโครงการลักษณะเดียวกันที่สิงคโปร์ ซึ่งทำแจกเอไอให้ประชากรทุกคน แต่พลเมืองเขาน้อย จึงต้องมาเทียบเคียงกับสัดส่วนประชากรในประเทศไทย

เห็นว่ากลุ่มคนที่ต้องการใช้เอไอ นักเรียนนักศึกษา First jobber และคนทำงานอื่น โดยสัดส่วนแล้วมีราว 5-6 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 10% ของประชากรเป้าหมายที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก นักเรียน/นักศึกษา รวมกลุ่ม First Jobber), ภาคแรงงาน, บุคลากรภาครัฐ, ประชาชนทั่วไป

และมีกลไก “Upskill” และการสะสมเครดิตระบบไม่ได้ให้สิทธิ์ใช้งานฟรีแบบถาวรโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ใช้ระบบเครดิต/เลเวล หากได้รับสิทธิ์แล้วไม่มีการใช้งาน สิทธิ์จะถูกโอนไปให้ผู้อื่นในลำดับสำรอง ในการอัปเกรดเอไอ เป็นเวอร์ชั่น Pro/Premium ผู้ใช้ต้องเข้าเรียนหลักสูตรอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมในแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อรับเครดิตเพิ่มในการใช้งานโมเดลที่สูงขึ้น

คำถามเรื่องทำไมต้องมีค่าประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายร้านสะดวกซื้อ ปลัดดีอี กล่าวว่า โครงการนี้จําเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนเข้าถึง เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาสิ่งที่ เรากลัวที่สุดคือเมื่อทําแล้วจะไม่มีคนใช้ ดังนั้นงบประมาณในส่วนการประชาสัมพันธ์ถือว่าเป็นส่วนน้อยราว 40ล้านบาท แต่จําเป็นต้องมี

“เราอยากให้มีคนใช้งานครบถ้วน ยิ่งใช้มาก ก็จะยิ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนา ยุทธศาสตร์ National AI ยิ่งใช้มาก เราก็จะมีข้อมูล ภาพรวมการใช้งานมาก รู้ว่าคนไทยใช้เรื่องอะไรใช้ตอบลักษณะไหน จะทําให้การพัฒนา เอไอแห่งชาติ เก่งขึ้น”

โดยมีการสร้างความตระหนักให้ประชาชนเข้าถึงโครงการดังกล่าว ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ที่เป็นวิดีโอ คลิปสั้น อินโฟกราฟิก กำหนดเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งาน (Reach) ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

รวมทั้งการจัดกิจกรรมอบรม ในโครงการฯ ให้กับผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่งทั่วประเทศ และกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ (Boot Camp) ให้แก่ผู้ที่สนใจจำนวนรวม 4,000 คน ใน 4 ภูมิภาค

“ตามแผนการที่จะทำเพื่ออัพสกิล และพัฒนา National AI แล้ว โครงการปัจจุบันที่กำลังดำเนินการอยู่ถือเป็นเฟสแรก ซึ่งทางกระทรวงวางแผนที่จะดำเนินโครงการประมาณ 2-3 เฟส เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับนำไปพัฒนาเป็น National AI ต่อไป ในระยะที่ 2 จะเปลี่ยนจากการใช้เงินนอกงบประมาณ (เงินกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) มาเป็นการขอใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยได้มีการยื่นคำของบประมาณประจำปี 2570 ไปเรียบร้อยแล้ว

ตัวชี้วัดอีกประการของโครงการนี้ คือเป้าหมายที่ยกระดับอัตราการใช้ AI ของประเทศ (AI Adoption Rate) ให้ขึ้นสู่ระดับ 20% ภายใน 2570 ปี จากสถิติ 10.7% ในปี 2568 เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้กับคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว

นายพชร อนันตศิลป์

โดยวงเงินงบประมาณ สำหรับเฟสที่ 2 นี้ มีการระบุตัวเลขงบประมาณไว้ที่ประมาณ 900 ล้านบาท 

 ซึ่งเป็นวงเงินที่น้อยกว่าเฟสแรก เนื่องจากระยะเวลาการดำเนินงานในเฟสนี้จะไม่เต็มปี โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 เดือน ทั้งนี้เพื่อความต่อเนื่องในการยกระดับทักษะ AI ของคนในประเทศ และนำข้อมูลจากการใช้งานในเฟสแรกมาประมวลผลเพื่อพัฒนา Thai LLM ให้เป็น National AI ที่สมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ราคากลาง 1.6พันล้าน เป็นมาอย่างไร 

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งเป็นคณะบริหารกองทุนดีอี (กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) เปิดเผยว่า การใช้เงินจาก กองทุนดีอี เป็นเงินนอกงบประมาณที่มีระเบียบการใช้จ่ายเฉพาะ โดยโครงการนี้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์

“โดยปกติเอกชน หน่วยงานรัฐ รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถของบสนับสนุนจากกองทุนดีอีได้ และตามกฎหมายของกองทุนมีระเบียบและข้อบังคับที่อนุญาตให้ทำโครงการโดยที่ สดช. เป็นเจ้าของโครงการได้เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” 

ปลัดดีอีเน้นย้ำด้วยว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่ออัปสกิลรีสกิลทักษะดิจิทัล และวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ 

จำเป็นต้องรวมซื้อและประมวลผลในภาพรวมว่ามีการใช้เอไออย่างไรเท่าไหร่ และจากประสบการณ์ของเราการรวมเหมาซื้อทำให้ได้ราคาที่ถูกลง โดยปกติราคาตลาดของของเอไอรุ่น Pro ประมาณ 700 บาท/เดือน หากซื้อแยกรายบุคคลสำหรับ 5 ล้านคนจะต้องใช้งบประมาณกว่า 36,000 ล้านบาทต่อปี แต่การบริหารแบบรวมศูนย์ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเหลือเพียง 1,621 ล้านบาท

เลขาฯ สดช. กล่าวเสริมด้วยว่า ตัวเลขดังกล่าว มาจากการร “สืบราคากลาง” โดยส่งไปสอบถามบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ 7 แห่งเพื่อประมาณการงบประมาณ เน้นย้ำว่าต้องเป็นเอกชนที่เคยทำงานลักษณะนี้ บริหารโครงการขนาดใหญ่กว่าพันล้านบาท มีประสบการณ์สูง ทำให้ได้ราคากลาง 1.6พันล้านบาท จึงมีการจัดทำ TOR เพื่อประกวดราคา 

ต่อมามีบริษัทที่ทำราคากลาง กลับเข้ามาประกวดราคาใหม่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้มาประมูลงาน เพราะถ้ามีคุณสมบัติเหมาะสม เคยทำโครงการมูลค่าพันล้านบาท เคยทำให้ให้ภาครัฐมาก่อน ก็จะมีคะแนนประเมินเพิ่มขึ้นตามมาตรฐานการประเมินผู้ประกวดราคา ดังนั้นการที่ผู้ทำราคากลาง กลับมาประมูลงาน และชนะงานไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลก 

และว่า วิธีการพิจารณาผู้เสนอราคา ใช้วิธี “Price Performance” ซึ่งมีความแตกต่างจากการประมูลที่เน้นเฉพาะราคาเพียงอย่างเดียว (Price Only) โครงการนี้กำหนดสัดส่วนคะแนนโดยให้ความสำคัญกับด้านเทคนิคสูงถึง 80% และให้คะแนนด้านราคาเพียง 20% เนื่องจากงานด้านไอทีและ AI มีความหลากหลายและซับซ้อนสูง ไม่เหมือนกับการซื้อสินค้าทั่วไปอย่างปากกาหรือดินสอที่เปรียบเทียบคุณสมบัติได้ง่าย  การใช้เกณฑ์นี้จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผู้ให้บริการที่มีศักยภาพครอบคลุมหลายด้านตามที่โครงการต้องการ

และพิจารณาจากผลงานในอดีตว่าเคยดำเนินโครงการขนาดใหญ่มาก่อนหรือไม่ รวมถึงมีการให้คะแนนตามความนิยมของโมเดลในระดับโลก เช่น หากเป็นโมเดลที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก (Top 5 Popular) จะได้คะแนนสูงกว่าโมเดลอันดับรองลงมา วัดความสามารถในการจัดหาโมเดลที่หลากหลายที่สุด และการพัฒนาระบบกลางเพื่อเชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องมีการเสนอระบบที่มีทั้งแบบทดสอบก่อนใช้งานและหลังใช้งานเพื่อพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้และการใช้งานจริง

ดังนั้นโครงการ TH AI passport ในนระยะแรก มีกลุ่มผู้เสนอราคา 3 ราย และผู้ที่ชนะการประมูลได้คะแนนรวมสูงสุดในวงเงิน 1,621 ล้านบาท ซึ่งประหยัดงบประมาณไปได้ประมาณ 29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคากลางที่ตั้งไว้

เลขาฯ สดช. กล่าวด้วยว่า เอกสาร TOR และการประกวดราคาเผยแพร่ต่อสาธารณชนอยู่แล้ว สามารถดาวน์โหลดเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ 

สแกนดาวน์โหลด TOR โครงการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงดีอี ไชยชนก ชิดชอบ