เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ดร.การดี’ ปักธงฟ้า สร้างการเมืองสุจริต จับพิรุธรวมมิตร TOR AI พันล้าน

17 มิ.ย. 2569 | 09:35น.
ดร.การดี เลียวไพโรจน์

ดร.การดี เลียวไพโรจน์

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ,วิรวินท์ ศรีโหมด

เป็นเรื่องดีของการเมืองไทย แต่อาจเป็นความโชคไม่ค่อยดีของรัฐบาล ที่พรรคฝ่ายค้านวันนี้มีบุคคลระดับ Expert ด้านเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หนึ่งในนั้นคือ ดร.อ้อ-การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 

ก่อนลงเล่นการเมืองสถานะของเธอคือ “นักอนาคตศาสตร์” ในวันที่ผู้คนยังไม่สะกดคำว่า AI จนชินปากเหมือนในปัจจุบัน 

“ดร.การดี” ขึ้นพูดบนเวทีเศรษฐกิจ พยากรณ์อนาคต AI ตั้งแต่ช่วงปี 2566 ว่าอีกไม่เกิน 10 ปี AI จะเชื่อมต่อกับสมองมนุษย์ และทำให้ AI มีไอคิว 1,600 เหนือมนุษย์หลายสิบเท่า  

เมื่อโครงการของรัฐบาลภูมิใจไทยอย่าง TH-AI Passport กลายเป็นตำบลกระสุนตก “ดร.การดี” ในฐานะฝ่ายค้านย่อมไม่พลาดเข้าร่วมชำแหละโครงการ 

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “ดร.การดี” ในบทบาทจาก “นักอนาคตศาสตร์” ในภาคเอกชน มาสู่ “นักการเมือง” ที่เธอพยายามทำ “การดี” เพื่อทำการเมืองสุจริต 

จากภาคเอกชนสู่การเมือง 

เส้นทาง-ประสบการณ์ของ “ดร.การดี” เคยเป็นทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย ก่อนผันตัวมาสู่แวดวงธุรกิจ บุกเบิกสตาร์ตอัพด้านฟินเทค เป็นนักอนาคตศาสตร์ ผ่านมาหลายรสชาติ แต่เมื่อมีโทรศัพท์สายหนึ่งดังขึ้น ชีวิตเธอก็พลิกบทมาสู่นักการเมือง เธอยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยาก “ยากค่ะ…ไม่ง่าย แต่ก็มาด้วยใจ เพราะหัวหน้าอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) โทร.มาชวน ความที่เรารู้จักและเคยทำงานด้วยกัน ไม่ได้มีอะไรที่ต้องโฆษณาชวนเชื่อมาก”

“แต่ท่านบอกอย่างหนึ่งว่า ไม่ง่ายนะอ้อ มาลำบากนะการเมือง เรารู้ว่าตอนนั้นพรรค (ประชาธิปัตย์) อยู่ในภาวะที่ว่าง่าย ๆ ก็ตกต่ำดำมืดทีเดียว แต่เราก็บอกโอเคค่ะ เดี๋ยวอ้อไปช่วย ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาพอดีที่อ้อกำลังเปลี่ยนงานจากบริษัทออกมาทำบริษัทของตัวเอง เลยเป็นโอกาสที่ดีในการตัดสินใจ”

เธอให้เหตุผลในการตัดสินใจลงการเมืองว่า “รู้สึกเหมือนประเทศเราไม่มีตัวเลือกเลย แล้วเราก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับทุจริต ความไม่ซื่อสัตย์ของนักการเมือง เราก็บ่นมาตลอดนะ ตอนที่เราทำงานอยู่ภาคเอกชน เมื่อท่านอภิสิทธิ์ โทร.มา เราก็ถือว่า เอาซะหน่อย มันเป็นอย่างงี้เลย..เอาก็เอา” (หัวเราะ)  

การเมือง
ดร.การดี เลียวไพโรจน์

 คัลเจอร์ช็อก สภา AI 

“ดร.การดี” ยอมรับว่า เมื่อเปลี่ยนบทบาทจากนักธุรกิจมาสู่นักการเมืองรู้สึกคัลเจอร์ช็อก 

“โอ้ย..ช็อก ช็อก ช็อกหลายเรื่อง ตั้งแต่การประชุม จากที่เราเคยบอกว่าประชุมครั้งนึงเกินชั่วโมงนึงหรือชั่วโมงครึ่งถือว่ายาวนานมากแล้ว แต่ว่าวันนี้การประชุมสภาในแต่ละครั้ง เราแทบจะกำหนดไม่ได้เลย มีการพูดคุยในความหลากหลาย”

“ช็อกอันที่สอง คุณภาพการพูดคุย การถกเถียง จากที่เราเคยนำข้อมูลมาเจาะตรงประเด็น เพื่อการตัดสินใจ แต่พอมาอยู่ในสภาฟังแต่เรื่องเดิมซ้ำ ๆ ทั้งวัน”

“และผู้แทนราษฎรใช้ AI มาเขียนสคริปต์ และพูดตามสคริปต์ เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่การเมืองคุณภาพที่ดี” เธอจึงระบายเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก จนเกิดเป็นกระแส “เพราะเป็นคนใช้เครื่องมือ AI เยอะ ก็จะรู้สำเนียงอะไรต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็จะรู้สึกว่าข้อมูลมันจะซ้ำ ๆกันไปกันมา” 

“แต่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันว่า หลายท่านก็เข้ามาพูดคุยว่า ขอบคุณที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมา ก็ทำให้การพูดคุยในสภานั้นก็เริ่มที่จะดีขึ้น ใช้ความคิดให้เป็นหน้าที่ของผู้แทนมากขึ้น”

บทบาท “การดี” ในฝ่ายค้าน 

แม้ว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์มีสถานะเป็นฝ่ายค้าน แต่เธอก็ทำงานหนัก “การเป็นนักการเมืองถือเป็นอาชีพหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่ ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่สำคัญไม่แพ้กัน เราเป็นฝ่ายค้านคุณภาพ แล้วเราเป็นฝ่ายค้านที่สามารถสร้างการเมืองสุจริตได้”

“ดร.การดี” ยืนยันว่า “ไม่ได้เสียใจ ก็เหมือนทำงานในองค์กรที่เรียกชื่อว่าประเทศไทย แล้วเรามีหน้าที่เป็นฝ่ายค้านก็ถือว่ามีหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กัน”

“ดร.การดี” อธิบายหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านว่า เราเน้นในเรื่องของข้อมูล เป็นส่วนหนึ่งในงานที่ทำให้กับพรรคประชาธิปัตย์ สร้างฐานข้อมูลภายในที่ใช้กันเองว่าเป็น “แดชบอร์ดความเจริญของประเทศ” ซึ่งเราใช้ดูติดตามการทำงานของรัฐบาล 

“ทำแพลตฟอร์มที่เราเรียกว่า “ส่องรัฐ” เป็นข้อมูลสำหรับตรวจสอบ การเขียน TOR กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เส้นทางการเงิน ความเกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัท ที่เข้ามารับงานบริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักตอนที่เราหาเสียง”

“พอเรามาเป็นฝ่ายค้าน เราจะต้องค้านอย่างมีคุณภาพ และนี่คือข้อมูลที่เราสร้างกันภายในพรรค เพื่อประกอบในการอภิปราย ในการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป”

มือปราบโครงการ AI 

ในช่วงที่รัฐบาลอนุทินกำลังเป็นตำบลกระสุนตกเรื่องโครงการ AI “ดร.การดี” ส่งสัญญาณ “ข้อพิรุธ” ถึงรัฐบาลว่า วันนี้มันเป็นทั้งจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก และจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เมื่อมีการเติบโตของเทคโนโลยีในเทคโนโลยีอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI ควอนตัม หรืออื่น ๆ เรายังไม่ค่อยเห็นทิศทางว่าประเทศไทยจะเล่นบทอย่างไรในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่เหล่านี้ 

เราจึงจะเห็นการใช้ หรือการขอใช้งบประมาณว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI หรือโครงการปัญญาประดิษฐ์เป็นจำนวนมาก พันกว่าโครงการ 4 พันกว่าล้านบาท แต่พอเราเอามาสแกนมาดูแล้วเราแทบจะไม่เห็นทิศทาง หรือว่า Strategy ขององค์กรไปเลย 

“ดูแต่ว่าวันนี้ AI มันเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น ก็เขียน TOR เข้ามา ว่าโครงการไหนมีคำว่าปัญญาประดิษฐ์ มีคำว่า AI ก็ถือว่ามาอยู่ในกระบุงนี้หมด เรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้มันเกิดสิ่งนั้น เป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่เห็นผล เพราะ AI ไม่เหมือนการซื้อครุภัณฑ์ ซื้ออะไรที่มันอาจจะล้าสมัยไปแล้วตั้งแต่วันที่โปรเจ็กต์นั้นมันส่งมอบ สิ่งนี้อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ แล้วดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมกันวางนโยบายกันจริง ๆ”

“รัฐบาลควรจะมีอย่างเช่น AI Procurement Committee คือเอาคนที่รู้ทิศทางของเทคโนโลยีเข้ามาร่วมด้วยว่า เอ่อ… ในการสร้างโครงการหรือจัดซื้อจัดจ้างต่อไปที่มันจะเกี่ยวข้องเทคโนโลยี เทคโนโลยีเนี่ยควรจะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง”

“ดร.การดี” ทิ้งท้ายเป้าหมายทางการเมืองว่า เข้ามาเพื่อต้องการที่จะสร้างการเมืองสุจริต เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศจริง ๆ 

“อาจจะเหมือนตอบแบบนางงามมากเลยอะ แต่อ้อว่านี่คือสิ่งนั้น ถ้าเราได้มีโอกาสในการบริหารเราก็จะทำให้ดีที่สุด แล้วก็อยากที่จะบริหารในสิ่งที่เรามีความเชี่ยวชาญ มีความเข้าใจ เพื่อที่จะต่อยอดจากมุมมองที่เราได้มีโอกาสสะสมมาจากโลกธุรกิจ โลกจากวิชาการเข้ามาได้ดียิ่งขึ้น”