มท.พบข้าราชการ สถ. มีมูลผิดวินัยหนัก 5 คน สุ่มตรวจ 79 รายคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง
มท.พบข้าราชการ สถ. มีมูลผิดวินัยหนัก 5 คน สุ่มตรวจ 79 รายคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง
มหาดไทย ชี้พบข้าราชการ สถ.มีมูลผิดวินัยร้ายแรง 5 คน พร้อมตั้งข้อสังเกตไร้ทานกระดาษคำตอบ ภาค ก.- ข. แก้ข้อมูลก่อนประกาศในระบบ เผย สุ่มตรวจ 79 ราย กระดาษคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง ขณะ “อรรษิษฐ์” บอก หากพบ ขรก.มท. เอี่ยว พร้อมตั้งสอบวินัยเพิ่ม ย้ำ หากเส้นเงินโยงใคร ต้องนำตัวมาลงโทษ
นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น แถลงข่าวว่า จากที่คณะกรรมการฯ ได้รับคำสั่งให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริงนั้น จากพยานหลักฐานและการรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
รวมถึงที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกรณีนี้มาให้ข้อมูล จำนวน 15 ราย ซึ่งบางส่วนก็มาชี้แจงด้วยตนเอง และบางส่วนก็ส่งเอกสารมาชี้แจง พร้อมกับเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มาให้ข้อมูล ตลอด 6-7 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบกระดาษสอบในเบื้องต้นทั้ง 10 ศูนย์สอบ
พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลที่ตรวจคำตอบเสร็จแล้วทั้งหมดในทันที โดยมีการเข้าไปตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่บันทึกข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบของทุกคนไว้ก่อนที่จะมีการประกาศผลคะแนน
นอกจากนี้ ยังปรากฏว่าจากการสุ่มตรวจผู้เข้าสอบจำนวน 79 ราย พบว่ามีคะแนนในกระดาษ สำเนาและกระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคำตอบถึง 48 ราย ซึ่งถือว่าเกินกว่าครึ่ง ฉะนั้นจึงสะท้อนว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งในภาค ก. และ ภาค ข. อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คะแนนในภาค ก. เกินกว่าร้อยละ 60 ขณะที่ ในภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
ส่วนเรื่องขั้นตอนการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบภาค ค. นั้น รองปลัดมหาดไทย กล่าวว่า ผู้รับจ้างได้ส่งให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคำตอบทั้งภาค ก. และ ข. มาสอบทานกัน นอกจากนี้ ในขั้นตอนการเห็นชอบรายชื่อ ภาค ค. ก็ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูล ก่อนที่จะประกาศคะแนนในระบบสาระสนเทศอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน พบว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมท้องถิ่น ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก และ บุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลในส่วนของการดำเนินการทางวินัย
เบื้องต้นพบว่า มีข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าเรื่องนี้เกิดมาจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อร้องเรียนมาตั้งแต่ต้น และมีการทำ MOU กับหน่วยงานเพื่อตรวจสอบ จึงเป็นที่มาของการจับกุม
โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ จ.นนทบุรี ซึ่งจะเห็นได้ว่า นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนขายชาติ หากบรรจุคนไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการ ทุกอย่างก็จะวุ่นวายไปหมด ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องชะลอการบรรจุเอาไว้ก่อน แต่พอมีการประชุมคณะกรรมการ กสถ. ก็ได้มีมติให้บรรจุตามปกติ จึงเป็นที่มาของความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับ ป.ป.ช. ยึดอายัดแผ่นข้อมูลดิบกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่น ซึ่งทาง ป.ป.ช. ชี้แจงว่าการตรวจสอบจะใช้เวลา 3-6 เดือน แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และหากดูคำสั่งในวันทำการจะพบว่าครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ แต่นี่เราทำเสร็จก่อนเพราะนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและคิดว่าอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงได้แถลงให้สื่อมวลชนได้รับทราบถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้
ส่วนกรมสอบสวนกลาง ก็ได้ดูเส้นเงินว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องรับผิดชอบและนำผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษให้ได้ พร้อมย้ำในช่วงท้ายว่า ขอให้ประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้เชื่อมั่นในความโปร่งใส ว่าเราจะทำให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบได้ รวมทั้งขอให้ร่วมกันเป็นพลังให้เรื่องนี้กระจ่าง
ขณะที่ ในส่วนของการตรวจสอบทุจริตของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า หากเสร็จสิ้นก็จะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช. ต่อ เพื่อให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และหากพบว่ามีคนในมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มอีก ก็จะตั้งสอบวินัยเพิ่มเติม