อนุทิน จ่อปรับทัพมหาดไทย ส.ค. โยก “บิ๊ก มท.” ยึดอาวุโส-ความสามารถ ‘ผู้ว่า’ ต้องดัน ศก.พื้นที่
‘อนุทิน’ เตรียมปรับทัพ “มหาดไทย” โยกย้าย “บิ๊กคลองหลอด” ส.ค.นี้ ระดับรองปลัด-อธิบดี-ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯชุดใหญ่ สลายสิงห์ดำ-สิงห์แดง ยึดอาวุโส-ความสามารถ-ประสบการณ์ ขณะที่พ่อเมืองต้องหนุนธุรกิจและ ศก.ในพื้นที่ เจ้าตัวชี้ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม หลังคดีโกงสอบท้องถิ่น กระทบความเชื่อมั่น ปชช.
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาสะสมภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
ทำให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.1) ตัดสินใจเดินหน้ารีเซตกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือน ส.ค.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายอนุทิน เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำชัดถึงปัญหาการโกงสอบท้องถิ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงตกต่ำ พร้อมประกาศไม่ต้องการให้ประชาชนเรียกกระทรวงมหาดไทยว่า “กระทรวงมหาไถ” และต้องการใช้สถานะนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา
แหล่งข่าวระบุว่า ภารกิจแรกที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. คือการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ ครอบคลุมตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด
โดยนายอนุทินวางนโยบายให้ก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง เพื่อให้ข้าราชการทุกคนยึดหลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รับใช้ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมืองในการบริหารงาน
สำหรับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติการรับราชการที่ไม่มีความด่างพร้อย และ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และเป็นกำลังหลักการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด
แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยอีกว่า นายอนุทิน จะหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย อย่างใกล้ชิดในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จะมีข้าราชการระดับบริหารสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย
ประกอบด้วย 1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน 3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 4.นายณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสมภพ สมิตะสิริ 5.ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก 8.นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ 9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร 14.นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว 16.นายนที มนตรีวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง 17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ18 นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งฝ่ายบริหารระดับต้นว่างอีก 24 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 1 ตำแหน่ง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 23 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ ต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะทยอยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่
ในเวลาต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยช่วงเดือน ส.ค.นี้ จะเป็นการโยกย้าย หรือ ดำเนินการอย่างไร ว่า ทุกอย่าง แต่อย่าไปบอกว่าเป็นการ “รีเซ็ต“ คำว่า “รีเซ็ต” คือ ให้มันมีผลดำเนินการเลย
พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ที่กำกับดูแลแล้วทำให้เกิดความกังวล ทำให้เกิดความไม่พอใจกับประชาชน
อย่างกรณีการโกงสอบราชการท้องถิ่น จึงต้องใช้หลักการเดียวกับที่นายสุชาติ ชมกลิ่นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปยึดที่ดินรัฐที่ถูกบุกรุก คือ ไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย หลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว และมีผู้ที่เข้ามาร่วมตรวจสอบคู่ขนานหลายหน่วยงาน ซึ่งตรงกับความตั้งใจของตน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ผู้สื่อข่าวจะเห็นว่าใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ สามารถค้นหาการทุจริตสอบท้องถิ่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง จนไปสู่การดำเนินคดี ทั้งทางอาญา แพ่ง และวินัย
ทุกอย่างจึงเดินหน้าไปตามครรลอง ใครทำชอบรัฐบาลก็สนับสนุน ใครทำผิดรัฐบาลก็เร่งปราบปราม และหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เมื่อถามว่า จะมีการโยกย้ายขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ช่วงเดือน ส.ค.นี้ หรือไม่ นายกฯ ถามกลับว่า คำว่า ใหญ่ หรือ เล็กแปลว่าอะไร เราโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงาน สถานการณ์บางช่วงอาจจะเหมาะกับคนนี้ แต่เมื่อพ้นช่วงเวลามาอาจจะเหมาะกับอีกคนหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกคนต้องประเมินและดำเนินการ
เมื่อถามว่า จะยึดหลักในการโยกย้ายสิงห์แดง สิงห์ดำ หรือความสามารถ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่มี”รัฐบาลนี้ก็สีแดง ขาว น้ำเงิน ไม่มีสีอื่น” นายกฯ ระบุ