‘พลังประชารัฐ’ ชุมนุม 10 ก๊ก ต้อนบ้านใหญ่-มุ้งย่อย ตำรับ ‘ไทยรักไทย’
“ยิ่งใหญ่กว่ายุคไทยรักไทย” วรรคทองของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันเป็น
แกนนำ “กลุ่มสามมิตร” ในงานเปิดตัวอดีต ส.ส.-ตระกูลนักการเมืองใหญ่ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ได้เป็นคำโต-เกินจริงพิสูจน์ให้เห็นจากการไหลรวมระดับ สึนามิของอดีต ส.ส.-นักการเมืองท้องถิ่น
ทุกขั้วข้างมารวมอยู่กองบัญชาการพรรคถนนรัชดาฯ ซอย 54 ก่อน “เส้นตาย” การสังกัดพรรคการเมือง หากต้องการจับจองพื้นที่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
ในอดีตที่ “ไทยรักไทย” ของ “ทักษิณ ชินวัตร” รุ่งเรือง มีกลุ่ม-มุ้งการเมืองอยู่ในพรรคนับ 10 มุ้ง หลังไทยรักไทยแตก เพราะการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 มุ้งต่าง ๆ ก็ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือยังอยู่ในพรรคของทักษิณ
ทว่าในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 อาจนับได้ว่า อดีตมุ้งหลัก-มุ้งย่อย ที่เคยอยู่ในไทยรักไทย บัดนี้ไหลมารวมตัวอยู่ที่ พปชร.
ก๊กที่ 1 ถึงแม้ “สุริยะ”-“สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่ม “สามมิตร” จะออกมาสลายกลุ่มสามมิตร ภายหลังนำอดีต ส.ส.-อดีตนักการเมืองท้องถิ่นกว่า 60 ชีวิต เข้าสังกัด พปชร. ทว่ายังไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “สามมิตร” ยังเป็น “มุ้งใหญ่ที่สุด” ในพรรค มีนักการเมืองตัวใหญ่ๆ ที่เคยอยู่ในมุ้งไทยรักไทย นายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส. ชัยนาท นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส. ราชบุรี น.ส. กุลวดี นพอมรบดี ส.ส. ราชบุรี น.ส. ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร อดีต ส.ส. ราชบุรีอ นายมานิต นพอมรบดี อดีต รมช. สาธารณสุขอ ราชบุรี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส. ชัยนาท นันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท โดยมี “ปรีชา-เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข” อดีต ส.ส.เลย เพื่อไทย คอยเป็น “กองหนุน”

ณ เชียงใหม่-จงสุทธามณี
ก๊กที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ เมืองหลวง-ฐานเสียง “พรรคทักษิณ” ถูกตีแตกเกิน 10 ที่นั่ง โดย พปชร. สร้าง “เซอร์ไพรส์” ไปดูด-ดึงตัว “สองแม่เลี้ยง” อย่าง “แม่แดง” กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และ “รัตนา จงสุทธามณี” อดีต ส.ส.เชียงราย แพ็กคู่มากับ “วันชัย จงสุทธามณี” สามี โดยนำทีมผู้บริหาร-สมาชิก อบจ.เชียงราย มารวมพลัง อาทิ นายผจญ ใจกล้า นายเสงี่ยม แสนพิชญ์ นายบุญถิ่น นวลใหม่ น.ส.นริสา ทองประสิทธิ์ ขณะที่ “มงคล จงสุทธามณี” อดีต ส.ส.เชียงราย ก็มาร่วมด้วย
นอกจากนี้ ได้แบ่งแต้มมาจาก พท. ภายหลัง “เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์” ลูกชาย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ในกลุ่มวังบัวบาน ของ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หลั่งน้ำตาหอบผ้าหอบผ่อนมาพึ่งใบบุญ พปชร. กับอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ “วราเทพ รัตนากร” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้ากลุ่ม ส.ส.กำแพงเพชร ได้แยกทางจากกลุ่มวังบัวบาน ของ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” ซบ พปชร.
ภาคตะวันออกนับเป็น “เมืองหลวง” ของ พปชร. เพราะมีนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอออก (EEC) เป็นผลงาน
ชิ้นโบแดงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะ 4 รัฐมนตรี ที่มีสถานะควบหัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค-รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค โดยมี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” แม่ทัพเศรษฐกิจ เป็น “ที่ปรึกษาทางใจ”
“บ้านริมน้ำ” ยกพลขึ้น พปชร.
ก๊กที่ 3 “บ้านริมน้ำ” มี “สุชาติ ตันเจริญ” อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ที่มาพร้อมกับลูกชาย นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ รองประธานสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยนำทีมสมาชิกกลุ่มบ้านริมน้ำกว่า 20 คน อาทิ นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร นายกล่ำ ปาทาน และนายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ นพ.อลงกต มณีกาศ และนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร มหาสารคาม
นอกจากนี้ ยังมี “อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา” ที่ไหลจาก ประชาธิปัตย์มา “เสริมทีม” พปชร. ได้แก่ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ “โหร ส.ว.”-บุญเลิศ ไพรินทร์ แถมยังได้ตัว นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ จากค่ายชาติไทยพัฒนา มาอีกคน

“คุณปลื้ม” ยกจังหวัด-แพ้ไม่ได้
ก๊กที่ 4 จ.ชลบุรีถือเป็นเมืองหน้าด่านของพรรค-ไฟต์บังคับ “แพ้ไม่ได้” ต้องกวาดทุกเก้าอี้-ทั้งจังหวัด 8 ที่นั่ง โดยมี “กลุ่มชลบุรี”-“ตระกูลคุณปลื้ม” เป็น “แม่ทัพ” ทั้ง “สนธยา-อิทธิพล คุณปลื้ม” และแกนนำพรรคพลังชล อย่าง “สันต์ศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์” อดีต ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคพลังชล “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” อดีต ส.ส.ชลบุรี และ “สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์” อดีต ส.ส.ชลบุรี โดย “เดิมพัน” ครั้งนี้ของ “พรรคพลังชล-ตระกูลคุณปลื้ม” คือ การยอมไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังชล ขณะที่ จ.จันทบุรี และระยอง ก็ได้ผู้เล่น “มากประสบการณ์” มาร่วมทีม อย่าง “ธวัชชัย-แสนคม อนามพงษ์” อดีต ส.ส.จันทบุรี ปชป. และ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี ปชป.
ศึกสายเลือด “เทียนทอง”
ศึกสายเลือด “ตระกูลเทียนทอง” เจ้าของกลุ่มวังน้ำเย็น ต้องสะเทือนเพราะเหตุเลือดข้น แต่คนจาง เมื่อ “ฐานิสร์-ตรีนุช เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว-หลาน นายเสนาะ เทียนทอง หันหลังให้กับ พท. สวมเสื้อรบให้กับ พปชร. โดยจะเป็นคู่แข่งขันกับ “นายเสนาะ-สรวงศ์ เทียนทอง” โดยมี 3 เก้าอี้ เป็นเดิมพัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) “สมรภูมิหิน” ของพลพรรคพลังประชารัฐ
ขณะเดียวกันก็เป็น “เมืองหลวง” เช่นกัน เพราะเป็น “บ้านเกิด” ของ “พล.อ.ประยุทธ์” เฉพาะ “โคราช” มีจำนวนเก้าอี้ให้ “ชิงชัย” ถึง 14 ที่นั่ง จาก 116 เขตเลือกตั้ง
แกนนำอีสาน แปรพักตร์
ก๊กที่ 6 พื้นที่ “สีแดงเข้ม” มีอดีตรัฐมนตรี-อดีต ส.ส.-อดีต “แกนนำคนเสื้อแดง” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อีสานใต้ มาเป็นแนวร่วมประมาณ 10 คน เป็นก๊ก – ซุ้ม แต่ไม่ถึงกับบ้านใหญ่ ที่กระจัดกระจาย เช่น กลุ่มอุบลราชธานี “สุพล ฟองงาม” อดีตเลขาธิการพรรค พท. พา “สุทธิชัย จรูญเนตร” อดีต ส.ส.อดีต ส.ส.อุบลฯ และนักการเมืองท้องถิ่นเข้าร่วม พปชร. ฝั่งนครราชสีมา “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. “วิรัช รัตนเศรษฐ” และครอบครัว คือ ทัศนียา รัตนเศรษฐ – อธิรัฐ รัตนเศรษฐ – ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ
บ้าน “อัศวเหม” ยกครัว
ก๊กที่ 7 “บ้านอัศวเหม” ขนอดีตนักการเมืองท้องถิ่น-กลุ่ม “สมุทรปราการก้าวหน้า” ร่วมชายคา อย่างน้อย 8 – 10 คน นำโดย “อัครวัฒน์ อัศวเหม” อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ “ลูกพี่ลูกน้อง” นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “วัฒนา อัศวเหม” ยกมาทั้งตระกูล “อัศวเหม” ประกอบด้วย อัครวัฒน์ อัศวเหม อดีตนายก อบจ. สมุทรปราการ และผู้ช่วยเลขานุการรมว.คลัง วรพร อัศวเหม ประธานสภาเทศบาล ตำบลบางปู ต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตรองนายกเทศมนตรี นครสมุทรปราการ
ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรี ตำบลแพรกษา สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล อดีตนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ภริม พูลเจริญ สมาชิกสภาอบจ. สมุทรปราการ ทวีศักดิ์ ตั้งเด่นไชย นายกสมาคมพ่อค้าเหล็กแห่งประเทศไทย สองคนรุ่นใหม่ในกลุ่มอัศวเหม ฐาปกรณ์ กุลเจริญ – จาตุรนต์ นกขมิ้น นอกจากนี้ ยังมี “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ภท. ที่ออกจากอ้อมอก “เสี่ยหนู” ผู้เคยให้การอุปการคุณทางการเมือง มาร่วมแพ็กเต็มพื้นที่

กบฏ “เพื่อนโอ๊ค”
ก๊กที่ 8 จ.กำแพงเพชร “ไผ่ ลิกค์” อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พท.-เพื่อนโอ๊ค-บริวารทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติการก่อกบฏยกแก๊งอดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน – เพื่อไทย 4 คน ทั้งนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ – นายอนันต์ ผลอำนวย – นายปริญญา ฤกษ์สาหร่าย กับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. รวม 5 คนในกลุ่มกำแพงเพชรของ “วราเทพ รัตนากร”
“ถุงเงินสันติ” นำเพชรบูรณ์ซบ
ก๊กที่ 9 “เพชรบูรณ์” สันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยเป็นถุงเงินใบใหญ่ในพรรค พาอดีต ส.ส.ตัวเป็น ๆ 4 คน ในสังกัดเข้าร่วม พปชร. ประกอบด้วย เอี่ยม ทองใจสด-วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์-จักรัตน์ พั้วช่วย-สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
3 ทหารเสือ-กปปส. ขาดไม่ได้
ก๊กที่ 10 สนามกรุงเทพมหานคร (กทม.) มี 2 คน “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ-สกลธี ภัททิยกุล” อดีต “สามทหารเสือ” กปปส. เป็น “กำลังพล-กระสุน” 3 ประสาน เป็น “อดีต ส.ส.ปชป.” หลายสมัย จึง “เจนจัด” ในพื้นที่ กทม. หนำซ้ำ ยังมี “สกลธี” รองผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน “เคลียร์พื้นที่” ไว้สู้ศึกเลือกตั้ง
รวมอดีตดาวสภา-ทรงอิทธิพล
นอกจากกลุ่ม-มุ้งที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนให้กับ พปชร.แล้ว ยังมีอดีตดาวสภา-ตะกูลนักการเมืองสั่งสมบารมีในพื้นที่ ราวๆ 15-20 คน อาทิ อดีต “ดาวสภา” ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เจ้าของวรรคทอง “เก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก” ควงภรรยา “วิจิตรา วัชราภรณ์” อดีตรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ “น้องชาย” ดนัยฤทธิ์ วัชราภรณ์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ นายศุภสิธ เตชะตานนท์ อดีต ส.ส.ขอนแก่น และนายศุภณัจ เตชะตานนท์ อดีต ส.จ.เขต อ.พล จ.ขอนแก่น นายทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง 7 สมัย นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี 7 สมัย นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พท. นายเวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด 4 สมัย พท. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ภท. นายวีระกร คำประกอบ อดีต รมต. ประจำสำนักนายกฯ ส.ส.นครสวรรค์ พท.
เป็นเหล้าเก่าในขวด “พลังประชารัฐ”
นับตัวเลขกลมๆ กว่า 150 ชีวิต