‘ธนาธร’ ในธงคดีหุ้นสื่อ ลุ้นอาญายุบพรรค ฝ่ากับดัก 25 คดี

รายงานพิเศษ คดีหุ้นสื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิน

รายงานพิเศษ

 

20 พ.ย.นี้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะต้องเข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถือครองหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย ซึ่งเข้าข่ายถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อ อันเป็นคุณสมบัติต้องห้ามการเป็น ส.ส.หรือไม่

นับเป็นคดีแรกตั้งแต่เขาและพวกสตาร์ตอัพอนาคตใหม่ ที่นำไปสู่การตัดสินในชั้นศาล

หากตัดสินเป็นบวก “ธนาธร” เดินกลับเข้าสภาผู้แทนราษฎรอย่างสง่างาม พ้นมลทินเรื่องถือหุ้นต้องห้าม

แต่หากเป็นลบ “ธนาธร” จะพ้นตำแหน่ง ส.ส. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจขยายผลต่อนำเรื่องส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เอาผิด ฐานผิด มาตรา 151 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ที่ระบุว่า

“ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”

“โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น 10 ปี”

“ธนาธร” เปรียบว่า พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง มี-ไม่มีเขา อนาคตใหม่ต้องเดินทางต่อ

“การเดินทางของพรรคอนาคตใหม่จากวันแรก พ.ค. 61 ถึงวันนี้เป็นเวลา 540 วัน จากวันที่เริ่มต้นเพราะคนอยู่ไม่เป็น 3 คน กลายเป็นผู้ร่วมจดจัดตั้งพรรค 26 คน จากนั้นจึงมีสมาชิกเริ่มแรก 670 คน ร่วมจดจัดตั้ง ต่อมาขยับเป็นทีมจังหวัด 77 จังหวัด กลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.ที่มีทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อชุดแรก 474 คน กระทั่งกลายมาเป็นคะแนนเสียงมากกว่า 6,300,000 คน และมีสมาชิกพรรคมากกว่า 60,000 คน ในปัจจุบัน ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนและทุกหัวใจที่ผลักดันให้มาจนถึงจุดนี้”  “ธนาธร” กล่าวบนเวที “อยู่ไม่เป็น” ซึ่ง
จัดโดยพรรคอนาคตใหม่ เมื่อ 16 พ.ย.

หากนี่เป็นการเดินทาง เรื่องราว “ที่สุด” ของ “พรรคอนาคตใหม่” เกิดขึ้นมากมายในรอบปีกว่า ๆ ที่พรรคออกจากจุดสตาร์ต จนถึงวันชี้ชะตาปมหุ้นสื่อของ “ธนาธร”

#ฟ้ารักพ่อ กระแสแรงที่สุด

หลังเปิดตัวเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ของ “ธนาธร” และเพื่อนจุดกระแสคนรุ่นใหม่ให้มาเป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรค ด้วย “นโยบายก้าวหน้า” กว่าพรรคอื่น ๆ ทั้งชูให้ภาคอีสานเป็นฮับแห่งอุตสาหกรรมการสร้างรถไฟ เสนอนโยบายไฮเปอร์ลูป ก้าวข้ามรถไฟความเร็วสูง ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ฯลฯ จุดกระแสทางโซเชียลมีเดีย อาทิ กระแส #ฟ้ารักพ่อ #futurista จนกวาดคะแนนเลือกตั้งได้ถึง 6,265,950 คะแนน

“ไกลก้อง ไวทยาการ” นายทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งใน 26 ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค อธิบายปรากฏการณ์ #futurista ว่า ความนิยมของพรรคเกิดจากตัวบุคคลน่าสนใจ โดยเฉพาะตัวนายธนาธร หัวหน้าพรรค เป็นหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งพูดยิ่งมีคนฟัง และความมุ่งมั่นของธนาธรออกมาจากอินเนอร์ ใครได้ฟังแค่ครั้งเดียวก็สนใจ

นโยบายที่ชัดเจน และกระแสโซเชียล  #ฟ้ารักพ่อ มาจากเพจน้อง เป็นกลุ่มเพศหลากหลาย ซึ่งก็คือ new voter ที่อยากได้การเมืองแบบใหม่ ซึ่งกระแสฟ้ารักพ่อเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเป็นการ “ให้คำนิยาม” ของธนาธร ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ ทั้งการงาน สังคม ครอบครัว มีเสน่ห์ที่จะดึงดูดคนให้มาเสน่หา

“ฟ้ารักพ่อเป็นตัวเร่ง ฟ้ารักพ่อถึงจะเกิดขึ้นแต่จะไม่ผลักเราให้มาถึงจุดนี้ได้ ถ้าเราไม่ทำพื้นฐานให้ดี หรือเป็นของจริงที่มีเนื้อหานโยบาย พูดชัดเจนเรื่องอุดมการณ์ มีวิธีการทำงานในพื้นที่เครือข่ายจริง เมื่อกระแสผลักก็เหมือนคลื่นที่ผลักแล้ว ถ้าเราฝึกโต้คลื่นมาดี มีทักษะโต้คลื่นที่ดี มีกระดานโต้คลื่นที่ดี ก็ทำให้เราไปข้างหน้า อยู่บนยอดคลื่นได้นาน ส่งให้อนาคตใหม่ทะยาน”

ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากที่สุด

หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. คะแนน 6,265,950 เสียง ของ “อนาคตใหม่” มาไกลถึงขั้นพลิกกระดานคะแนนการเลือกตั้งสถาปนาเป็นพรรคอันดับ 3 กลายเป็นพรรค 81 เสียงอย่างไม่มีใครคาดหมาย และเป็นพรรคที่ได้ปาร์ตี้ลิสต์มากที่สุดถึง 50 ที่นั่ง ขณะที่ ส.ส.เขตได้ 31 ที่นั่ง แต่ต้องเสียไป 1 ที่นั่งจากการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม เขต 5 ทำให้ ส.ส.อนาคตใหม่ลดลงเหลือ 80 ที่นั่ง

แต่นั่นก็ทำให้มีจำนวน ส.ส.ในสภา มากกว่าพรรคแชมป์อันดับ 3 เก่าในการเลือกตั้ง 2554 อย่าง “ภูมิใจไทย” ที่ขณะนั้นได้เพียง 34 ที่นั่ง และครั้งนี้ ภูมิใจไทยได้ ส.ส.ประมาณ 51 ที่นั่ง และมากกว่าพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ซึ่งได้แค่ 53 ที่นั่งในสภาเท่านั้น

คดีเยอะที่สุด

อนาคตใหม่ทะยานได้ไม่นาน ก็ต้องเจอกับคลื่นลมพายุ บนเวที “อยู่ไม่เป็น” ที่จัดโดยอนาคตใหม่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค กล่าวตอนหนึ่งถึงคดีความของพรรคว่ามี 25 คดี กระทั่งคนในแวดวงการเมืองต่างฟันธงว่า “อนาคตใหม่” จะถูกยุบในไม่ช้า ว่า

“เรื่องเปลี่ยนไป หลัง 24 มี.ค. 2562 ผลการเลือกตั้งออกมา 6.3 ล้านเสียง ได้ ส.ส. 89 คน แต่โดนขโมยไปเหลือ 81 เสียง ได้แรงสนับสนุนจากคนทุกกลุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นำมาสู่คดีความ จนบัดนี้ทะลุยอด 25 คดีแล้ว หลังเลือกตั้งเร่งเหลือเกินอย่างน่าผิดสังเกต นักร้องเต็มประเทศไทย บางเรื่องอยู่ในชั้นตำรวจ อยู่ในกกต.และศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ดี ๆ มีเพจแปลกใหม่ ๆ เกิดขึ้นและพูดความเท็จปนจริงทำลายล้างอนาคตใหม่”

คดีสำคัญของอนาคตใหม่ ที่มีการร้องและมีความคืบหน้าของคดี ปรากฏร่องรอย

อาทิ คดีที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกแจ้งข้อหาในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเผยแพร่-ส่งต่อภาพ-ข้อความ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ดื่มกาแฟในราคาแก้วละ12,000 บาท รวมเป็นยอดเงินกว่า 80,000 บาท อยู่ในชั้นอัยการ

คดีที่นายปิยบุตร แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการดูหมิ่นศาล โดยอัยการนัดฟังคำสั่ง 28 พ.ย.นี้

คดีที่ กกต.ตั้งสำนวนตรวจสอบกรณี นายธนาธร ถูกร้องให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการพรรคอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองอยู่ในชั้นกกต.

คดีที่นายณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร นายปิยบุตรใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ศาลได้รับคำร้องแต่ยังไม่เรียกชี้แจง

“ปิยบุตร” กล่าวเพิ่มเติมนอกเวที ว่า “คดีของพรรคเกิน 2 หลัก จนนับไม่ถ้วน แต่ยากที่จะทำให้สังคมเข้าใจ คือ ไม่มีคดีที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรค เหตุแห่งการยุบพรรคคืออะไรต้องไปดู อยากชวนให้เปิดกฎหมายดู อย่าใช้ความเชื่อ ใช้กระแสสื่อ ที่ผ่านมาเป็นความเชื่อกับกระแสสื่อ ผมถามกลับไปหลายครั้ง ตกลงเชื่อว่าอนาคตใหม่โดนยุบเพราะพวกเราทำผิด หรือไปต่อต้านบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบัน”

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเทคนิค เอาคดีการเมืองไปไว้ในมือศาลยังไม่เปิดข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย สื่อปั้นทุกวันจนคนเชื่อทั้งสังคม โดยธรรมชาติคนก็ขี้เกียจอ่านกฎหมายอยู่แล้วเพราะเข้าใจยาก ก็อ่านจากสื่อแล้วสื่อเอา  influencer มาวิเคราะห์เป็นฉาก ๆ พูดทุกวันจนคนเชื่อ จึงถามกลับว่าเกี่ยวกับยุบพรรคไหม”

“แสดงว่าคิดว่าอนาคตใหม่โดนยุบทุกคน ถ้าคิดจากอดีตใครแหลมโดนยุบ จึงอยากถามง่าย ๆ ว่า อนาคตใหม่ทำผิดจริงหรือเราแหลมถึงโดนยุบ”

ผลักวาระแหลมคมที่สุด 

ในบรรดาวาระ “แหลมคม” ที่สุด หลังทำงานในสภาผู้แทนราษฎร คือกรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ลงมติโหวตไม่รับร่างกับพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.อันเป็นไปตามมติของพรรค กระนั้น มี ส.ส. 4 คน ที่งดออกเสียง-
และโหวตเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ร้อนดังกล่าว ทั้งที่เป็นการขัดมติพรรค

ขัดแย้งในพรรคมากที่สุด

แล้วปมการโหวต พ.ร.ก.ร้อน ก็กลายเป็นหนึ่งในหลายชนวนความไม่ลงรอยในพรรค ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ ที่อาจเรียกได้ว่า “แพแตก”

10 วันหลังการโหวต พ.ร.ก.ร้อน นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ พร้อมอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 30 คน และสมาชิกพรรคกว่า 90 คน ทยอยเข้ายื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ กกต. ระบุถึงฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ลาออกว่า

“เรื่องการอภิปรายงบประมาณ ตัวคนของพรรค หรือตัว ส.ส.ของพรรคที่ตกเป็นข่าว พรรคยังไปโจมตีผู้สมัคร มองว่าพรรค การเมืองเปรียบเสมือนพ่อแม่ ส.ส.เปรียบเสมือนลูก เมื่อลูกออกไปนอกบ้านแล้วคนในสังคมบอกว่าลูกท่านสร้างความเดือดร้อน ท่านจะฟันธงว่าลูกทำผิด หรือจะดึงลูกออกจากจุดขัดแย้งแล้วมาว่ากล่าวตักเตือนลูก ทำไมไม่ว่ากล่าวกันในพรรค ทุกวันนี้ มีอยู่แล้วเรื่องกระแสการขับไล่ต่าง ๆ มากมาย”

แต่ในมุม “ธนาธร”…เขาเปรียบ “อนาคตใหม่” ว่า “อนาคตใหม่คือเจตจำนงที่แน่วแน่ อนาคตใหม่ไม่ใช่เพียงแค่พรรคการเมืองแต่คือการเดินทาง อนาคตไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ส่วนบุคล แต่คือผู้คนที่มีปลายทางการเดินทางไปที่เดียวกัน อนาคตใหม่ไม่ใช่ผม แต่คือพวกเรา ที่พร้อมเดินทางไปด้วยกัน”

“ธนาธร” กล่าวปิดท้ายบนเวที “อยู่ไม่เป็น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ