ปรับ ครม. ศึกชิงกระทรวงพลังงาน เส้นทาง “สนธิรัตน์-ไพรินทร์-สุริยะ”

กว่ากระบวนการการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 จะจบสิ้น มีรัฐมนตรีใหม่เข้าประจำการได้ คงใช้เวลาอย่างเร็ว 1 เดือน อย่างช้าสิ้นเดือนสิงหาคม 2563

เพราะในเดือนกรกฏาคม จะมีการประชุมใหญ่สามัญเพื่อปรับโครงสร้างการบริหารพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค และต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง

อย่างน้อยก็มีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะจัดในวันที่ 19 กรกฏาคม 2563 ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำ มีการประชุมเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจใหม่ไปแล้ว พร้อมกับมีก๊ก-มุ้งใหญ่มุ้งย่อยไม่น้อยกว่า 15 ก๊วน

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็มีกำหนดการประชุมใหญ่สามัญพรรค ในเดือนกรกฏาคม เช่นกัน พรรคนี้ในช่วงที่ผ่านมา 1 ปี มีการเปลี่ยนแปลง จำนวน ส.ส.ในพรรค จากการซื้อตัวส.ส.จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ เพิ่มยอดเป็น 61 เสียง ทำให้พลังในการต่อรองของพรรคอันดับ 2 เพิ่มดีกรีอย่างเงียบ ๆ

นอกจากนี้ยังมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จะจัดประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 5 กรกฏาคม 2563 ซึ่งม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค ลาออกจากพรรคทุกตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในที่สุด

ส่วนบรรดาพรรคเล็ก และพรรคใหม่ที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยไม่เคยมีเงื่อนไข แต่เมื่อมี ส.ส.ในพรรคเพิ่มขึ้น อย่างพรรคท้องถิ่นไทย ก็อาจจะร่วมวงต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง

อัตราต่อรองตำแหน่ง จากเดิม 7-8 คน ได้ 1 รัฐมนตรี เพิ่มขึ้นเป็น 10 ส.ส. ต่อตำแหน่งรัฐมนตรี 1 คน อาจทำให้บางพรรคได้เพิ่ม บางพรรคต้องหลุดออกจากโผ

ดังนั้น การปรับ ครม. จึงต้องรอกระบวนการเจรจาต่อรอง ภายในพรรคร่วมให้ได้ข้อยุติ

สำหรับกระทรวง ที่คาดว่าอยู่ในโผ ที่ต้องปรับ-เปลี่ยน สลับตำแหน่ง ประกอบด้วย

1.รองนายกรัฐมนตรี   2. กระทรวงการคลัง 3. กระทรวงพลังงาน 4.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 5.กระทรวงอุตสาหกรรม

6.กระทรวงต่างประเทศ 7. กระทรวงกลาโหม 8. กระทรวงแรงงาน 9.กระทรวงศึกษาธิการ 10.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

11.กระทรวงมหาดไทย 12. กระทรวงคมนาคม 13. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 14.กระทรวงยุติธรรม และ 15.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โฟกัสสำหรับ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่ม “สามมิตร” เคยแสดงความจำนงจะคืนถิ่น ต้องการเข้ามาดำรงตำแหน่งรมว.พลังงานแทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หลังการประชุมใหญ่วันที่ 27 มิถุนายน 2563

แต่ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งยืนยันจะต้องเป็นเจ้าของ “โควต้ากลาง” โดยเฉพาะทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

เพราะกระทรวงนี้คือ จุดเปลี่ยนที่สำคัญในการเขย่าโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมาร เคยไขรหัสปรากฏการณ์ ก่อนพรรคแตกหักว่า

“คือการจองกระทรวงพลังงานตั้งแต่แรก แต่พี่สน (นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รักษาการเลขาธิการพรรค) เป็น รมว.กระทรวงพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ดูเหมือนกระทรวงเล็กแต่เงินมหาศาลและใช้ง่าย จึงเป็นการปะทะกัน…กลุ่มสามมิตรแต่ก่อนโชว์พลัง แต่กลายเป็นว่า ได้โค้วต้าอุตสาหกรรม ยุติธรรม จึงเกิดการขับไล่เลขาธิการพรรค คือ exercise แรกของกลุ่มสามมิตร หลังจากนั้นก็มูฟต่อมาเรื่อย ๆ”

ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อันเป็น “เป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า” จึงถูกสปอตไลน์ฉายจับ ตั้งแต่วันแรกที่ฟอร์มคณะรัฐมนตรี จนถึงยุคปรับ ครม. ประยุทธ์ 2/2

ชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในยุครัฐบาลคสช.และคั่วตำแหน่ง 1 ใน 6 คณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กลับเข้ามาติดโผ และมาแรงอีกครั้ง

ล่าสุดเกิดศึกหน้านาง ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา เมื่อนายสนธิรัตน์ รมว.พลังงานคนปัจจุบัน ได้รายงานแผนการพลังงานชุมชน-โรงไฟฟ้าชุมชน โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อภิปรายเพิ่มเติม ว่าจะช่วยสร้างพลังเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น แต่ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการและควรทยอยอนุมัติ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป

ทันไดนั้นเอง นายสุริยะ ว่าที่รัฐมนตรีในโผสามมิตร ก็ได้อภิปรายดึงเกม ด้วยการกล่าวถึงว่า ไม่ควรเร่งรีบ และควรพิจารณาทีโออาร์ ให้ละเอียดเรียบร้อยเสียก่อน

ก่อนที่เรื่องจะจบลง ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบการรายงานครั้งนี้ ไปอย่างเงียบๆ

แหล่งข่าวในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี วิเคราะห์ ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่ ระบุว่า ความเป็นไปได้ตอนนี้ แต้มสูงลำดับต้นๆ คงอยู่ที่ นายไพรินทร์ ลำดับถัดมาคือ นายสนธิรัตน์ ยังมีลุ้น เพราะมีโครงการคาบลูกคาบดอก-ยังไม่จบเกม กุมผลประโยชน์ของ 2 ขั้วไว้ในมือ ลำดับสุดท้าย คือนายสุริยะ แม้มีแต้มต่อเป็นอดีตลูกน้อง ที่ได้เพิ่งขึ้นเป็นซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง แต่ก็ถือว่าคะแนนยังห่างกับอีก 2 รายชื่อข้างต้น

อีก 2 เดือนกว่าจะเห็นชัดๆ ว่าใครคือผู้กุมชะตากระทรวงที่มีขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า แห่งนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ