เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
ยศชนัน ยันรัฐบาลเป็นปึกแผ่น ปัดข่าวจับขั้ว ‘เขียว-แดง’ ชี้ทำงาน ‘อนุทิน’ ดี
Politics ยศชนัน ยันรัฐบาลเป็นปึกแผ่น ปัดข่าวจับขั้ว ‘เขียว-แดง’ ชี้ทำงาน ‘อนุทิน’ ดี
ดับฝันคุมธุรกิจส่งด่วน? ดองเค็ม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ อายุ 100 ปี ข้าม 2 รัฐบาล
Politics ดับฝันคุมธุรกิจส่งด่วน? ดองเค็ม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ อายุ 100 ปี ข้าม 2 รัฐบาล
สิริพงศ์ เร่งประสาน สกมช. สอบปมทะเบียนรถ-ข้อมูลส่วนตัวหลุดจากกรมขนส่งทางบก
Politics สิริพงศ์ เร่งประสาน สกมช. สอบปมทะเบียนรถ-ข้อมูลส่วนตัวหลุดจากกรมขนส่งทางบก
นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขยายตลาดภูมิภาค
Politics นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขยายตลาดภูมิภาค
FETCO ชี้นักลงทุนทุกกลุ่มมองตลาดหุ้นไทย ‘ร้อนแรง’-หุ้นแบงก์โดดเด่น
Finance FETCO ชี้นักลงทุนทุกกลุ่มมองตลาดหุ้นไทย ‘ร้อนแรง’-หุ้นแบงก์โดดเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้ง
TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
Finance TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
Finance ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ส.ค. 69) เปิดตลาด 33.41 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ส.ค. 69) เปิดตลาด 33.41 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ด่วน! กองทัพเรือแถลง “เรือดำน้ำ” พรุ่งนี้ แจงเพื่อไทยพาดพิงสัญญาจีทูจี

23 ส.ค. 2563 | 15:26น.

กองทัพเรือ เตรียมเปิดแถลงข่าวกรณีซื้อเรือดำน้ำ 24 ส.ค. นี้ ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวเป็นการบิดเบือนและตัดตอน

วันที่ 23 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ ได้สั่งการให้จัดแถลงข่าวในเรื่องเรือดำน้ำ กรณีที่พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวพาดพิงเรื่องเอกสาร ที่อาจทำให้เป็นโมฆะ วันพรุ่งนี้ (24ส.ค.) เวลา13.30น. ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา

สำหรับประเด็นที่กองทัพเรือเตรียมชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ได้แก่ ประเด็นความจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณของกองทัพเรือเอง โดยเลื่อนโครงการจัดหาเรือผิวน้ำโครงการจัดหาอากาศยานแล้ว พร้อมทั้งเรื่องเอกสารข้อกฎหมายในการทำสัญญาแบบจีทูจี อำนาจของผู้บัญชาการทหารเรือ ในการลงนามด้วย

ในช่วงสายวันนี้ (23 ส.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯ แถลงข่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ มีมติเห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท

โดยนายยุทธพงศ์กล่าวว่า ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ ในตอนแรกมีมติเสมอกัน 4 ต่อ 4 แต่สุดท้ายนายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกรรมาธิการฯ ได้ลงมติเห็นชอบ ทั้งๆ ที่ตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการฯ น้้นไม่ควรลงมติ ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่นายสุพลกลับลงมติเป็นอีกหนึ่งเสียง ทำให้มติกลายเป็น 5 ต่อ 4 เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ

ทั้งนี้ มีการล็อบบี้ในคณะอนุกรรมาธิการฯ หรือไม่ เพราะครั้งแรกกองทัพเรือเข้ามาเสนองบประมาณ แต่อนุกรรมาธิการฯ เห็นว่า หากจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกไปแล้ว และไม่ได้ผูกพันลำที่ 2 และ 3 ก็ขอให้ชะลอไว้ก่อน อย่าเพิ่งซื้อ แต่กองทัพเรือไม่ยอม ดึงดันจะซื้อให้ได้ สุดท้ายจึงถูกแขวนไว้ ไม่ให้ผ่าน เพราะอนุกรรมาธิการฯ มีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำไม่จำเป็นในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม มีกรรมาธิการฯ คนหนึ่งที่ออกเสียงไม่ซื้อเรือดำน้ำนั้นได้บอกในที่ประชุมว่า ลองให้ทหารถอดเครื่องแบบแล้วถามชาวบ้านในต่างจังหวัดจะพบว่า ชาวบ้านไม่ยอมให้ซื้อเรือดำน้ำแน่นอน แต่การลงมติอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กรรมาธิการคนดังกล่าวกลับโหวตให้ซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น จึงเชื่อว่ามีการล็อบบี้จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่างแน่นอน

จากนั้นนายยุทธพงศ์ได้แสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีการระบุว่าเป็นสัญญาจีทูจี “จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่สัญญาจีทูจี แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงและสัญญาที่เซ็นไป เป็นเพียงแค่การจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำเท่านั้น ไม่มีลำที่ 2 หรือ 3 ไม่มีข้อผูกพันอะไร โดยผู้ที่ลงนามในสัญญานั้น ฝ่ายไทยคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือในขณะนั้น ขณะที่ฝ่ายจีนผู้ที่ลงนามคือบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซึ่งจุดนี้ จะนำไปสู่หนังม้วนยาว”

ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงปกปิดเอกสารมาโดยตลอด และหากเป็นสัญญาแบบจีทูจีจริง ผู้ที่ลงนามในฐานะฝ่ายไทยก็ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาลไทย เพราะผู้มีอำนาจคือนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทยอีกด้วย รวมถึงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือนั้นก็ไม่สามารถที่จะรับมอบอำนาจได้ คนที่จะรับมอบอำนาจได้คือ รมว.กลาโหมเท่านั้น
ดังนั้น สัญญาดังกล่าวต้องเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม ในคณะอนุกรรมาธิการฯ นั้น กองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงกรณีดังกล่าวได้เลย อ้างแต่เรื่องความมั่นคงทางทะเล ทั้งๆ ที่ความอดอยากของประชาชนในขณะนี้สำคัญกว่าเรือดำน้ำ
นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 26 ส.ค. เวลา 13.00 น. คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่จะให้อนุกรรมาธิการฯ ชี้แจงกรณีเรือดำน้ำ ซึ่งตนจะเสนอให้กรรมาธิการชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดงด้วย หากแสดงไม่ได้สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากล ทั้งนี้ หากคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ให้ผ่าน ตนจะเสนอให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ลงชื่อเป็นรายบุคคลแบบเปิดเผยชื่อ เพื่อดูว่าใครเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำมากกว่าความอดอยากของประชาชน และหากโหวตแพ้เสียงส่วนใหญ่ในซีกรัฐบาล ตนจะเดินหน้าฟ้องกับประชาชนต่อไป เพราะเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างมาก