ครม.เคาะ คำสั่งประยุทธ์ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน จ่อล็อกดาวน์ทันที

ประยุทธ์ ไฟเขียว ยกเลิกมติ ศบค. เลิกตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR สกัด โอไมครอน 3 ชั้น ประเทศแพร่ระบาด-ประเทศพบการระบาด-คนไทยกลับจากประเทศระบาด เข้มช่องทางธรรมชาติ สั่งคาดโทษ เจ้าหน้าที่ ม.157 ทุบโต๊ะ พบโอไมครอนในไทย จ่อล็อกดาวน์

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการหารือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์ “โอไมครอน” ว่า ที่ประชุมครม.สั่งการให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโอไมครอนอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงสาธารณะสุขจะประเมินมาตรการการเปิดประเทศอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขและรักษาการ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า โดยทางปฏิบัติยังไม่ได้ใช้มาตรการตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) สรุปให้ยกเลิกการใช้วิธีตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยออกมติ ครม.เพื่อยกเลิกมติ ศบค.ดังกล่าว ดังนั้นจากนี้ต่อไปให้ตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ตามเดิม

“รอจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง หรือ ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โอไมครอนมีผลในการกระจายเชื้อได้เร็วหรือมากกว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าหรือไม่ หรือ คนที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงในกลุ่มอายุเท่าไหร่ที่มีโอกาสการเสียชีวิตมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร ต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดโอไมครอน ซึ่งขณะนี้ข้อมูลยังไม่ 100 % เพียงแต่มีความกังวล”



นายสาธิตกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หนามของโอไมครอนที่มีจำนวนมากขึ้น มีข้อสันนิฐานว่า น่ากังวล แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก และไม่ประมาทที่จะติดตาม และตรวจเชื้ออย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งทางอากาศ ส่วนช่องทางธรรมชาติที่เป็นช่องทางบก หรือ ช่องทางเรือ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการฝ่ายความมั่นคงไปแล้วให้เข้มข้นและคาดโทษ หากมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย

“มติที่ให้กลับไปใช้การตรวจด้วยวิธี RT-PCR ไม่ต้องผ่านศบค. ให้ใช้มติครม.แก้ไข ซึ่งในทางปฏิบัติยังตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR อยู่แล้ว เพียงแต่ยกเลิกมติ ศบค.ที่ให้ยกเลิกการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2564”

นายสาธิตกล่าวว่า โดยหลักการได้ติดตามการระบาดในหลายประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นต้องตรวจจับ ทุกการเดินทางเข้าประเทศ และนำผู้ติดเชื้อไปตรวจครั้งที่สอง เพื่อหาสายพันธุ์โอไมครอน หากตรวจจับได้ทำให้รู้ข้อมูลและติดตามได้

“สิ่งที่เรากังวลมากที่สุด คือ ถ้ามาช่องทางธรรมชาติ เราไม่รู้ และเข้ามาภายในประเทศ เกิดการแพร่กระจาย และตรวจพบภายหลัง ยากต่อการติดตามหาต้นตอ แต่ถ้าหาต้นตอได้จะสามารถจัดการตามมาตรการที่เตรียมไว้ได้”

นายสาธิตกล่าวว่า ขณะที่คนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศแพร่ระบาดโอไมครอน มีความเสี่ยงเท่ากันกับประเทศที่มีการแพร่กระจาย รวมถึงประเทศไปพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาประเทศนั้นเสี่ยงอันดับรอง แต่กระจายความเสี่ยงตามความชุกของการแพร่ระบาดเชื้อโอไมครอน

นายสาธิตกล่าวว่า สำหรับการเปิดสถานบันเทิงที่จะเลื่อนเปิดเป็นวันที่ 16 มกราคม 2565 นั้น หากภายในประเทศยังไม่มีข้อมูลว่ามีเชื้อโอไมครอนเข้ามาในประเทศไทย ยังคงกำหนดเดิม แต่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น และปฏิบัติตามมาตรการ DMHHTA เป็นหลัก เป็นไม้ตายในการป้องกันทุกสายพันธุ์ได้ 80-90 % หากฉีดวัคซีนครบโดสจะป้องกันได้มากขึ้น

“ขณะนี้เราไม่สามารถหายาหรือวัคซีนไปดักหน้าไวรัสกลายพันธุ์ได้ จึงจำเป็นต้องคงมาตรการการป้องกันด้านสาธารณสุขไปก่อน ส่วนเรื่องติดตาม ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจริง ๆ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมใกล้เข้ามา ก็จะมีการทบทวนมาตรการปิดต่อไป”

เมื่อถามว่า หากพบผู้ติดเชื่อโอไมครอนในประเทศไทยจะถึงขั้นต้องล็อกดาวน์หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า “เป็นนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อเจอเราต้องรายงานทันที การตัดสินใจเป็นมาตรการของท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเร็วที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจเลยครับ”

สั่งตรวจ RT-PCR นักท่องเที่ยวทันที

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับมติ ศบค. กรณีให้ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศมาเป็นการตรวจแบบ RT-PCR เช่นเดิม ว่า ใช่ เนื่องจากเราต้องให้ความระมัดระวัง จึงต้องแก้ไขเล็กน้อยเพราะสถานการณ์โอไมครอน ระบาดอยู่ในขณะนี้ จากเดิมที่จะให้ตรวจ ATK ตอนนี้ก็ให้กลับมาตรวจแบบRT-PCRใหม่อีก ก็ต้องเข้าใจ ต้องระมัดระวัง ทั้งนี้ โดยให้เริ่มทันทีในตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“ขอให้ทุกคนเข้าใจเพราะต้องระมัดระวัง โดยการแก้ไขระเบียบนี้ก็จะเริ่มทันทีตั้งแต่บัดนี้ที่มีมติในที่ประชุมออกไป”

ตรวจเข้ม บก เรือ อากาศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนานยกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนแทน พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่กระจายไปหลายประเทศว่า เป็นเรื่องปกติของโรคระบาด เรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสเป้นเรื่องของสังคมโลกต้องพบการแพร่ระบาด รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขติดตามการกลายพันธุ์ทุกสายพันธุ์ โดยมีการตรวจผู้ติดเชื้อสัปดาห์ละ 4-5 พันคนอยู่แล้ว

รัฐบาลได้สั่งการให้ติดตามตรวจหาผู้ติดเชื้ออย่างเข้มงวด เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน คงมาตรการเข้มข้นสำหรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศทางอากาศ และเพิ่มการเดินทางทางบก และทางเรือ จะลงโทษเจ้าหน้าที่ปล่อยปะละเลยให้เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย

และมีการติดตามข้อมูลสายพันธุ์โอไมครอน ว่ามีคุณสมบัติการแพร่กระจายเชื้อรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า อัลฟา หรือผู้ติดเชื้อมีอาการรุนแรงมากกว่าหรือไม่อย่างไร

ไม่ปิดข้อมูลโอไมครอน

เมื่อถามว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนทำให้เกิดความวิตกกังวลกระทบกับเศรษฐกิจ จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ ชี้แจงว่า เตรียมความพร้อมเรื่องมาตรการควบคุมป้องกัน การติดตามให้ทันสถานการณ์ เร่งฉีดวัคซีให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะจะช่วยลดอัตราความรุนแรงได้ และลดการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด -19 ทุกสายพันธุ์ได้

ให้ข้อมูลต่อประชาชน หากพบสายพันธุ์โอไมครอนอย่างทันท่วงที และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากสาธารณสุขเพื่อร่วมมือในการป้องกัน ใช้หลักการ universal prevention คิดว่าทุกคนมีความเสี่ยงทั้งหมด ต้องป้องกันตนเองตามมาตรการ d-m-h-t-t-a

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ