รายงานพิเศษ
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ถูก “แช่แข็ง” ด้วยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2559 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ครั้งสุดท้าย” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2556 หากมีการเลือกในเดือนมีนาคม 2565 ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ครั้งแรก” ในรอบ 9 ปี
3 ปัจจัยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ปัจจุบันการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ยังไม่สามารถ “กดปุ่ม” เลือกตั้งได้ ประกอบด้วย 3 ปัจจัย 3 ป.
ปัจจัยแรก การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กระทรวงมหาดไทย ที่มี “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็น “เจ้ากระทรวง” ต้อง “เขี่ยลูก”
ปัจจัยที่สอง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็น “หัวหน้า ครม.” ต้อง “ไฟเขียว”
ปัจจัยสุดท้าย การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ต้องมี “คนในใจ”
โดยเฉพาะ “ปัจจัยที่สาม” แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ในบัญชี 3 ป.-พรรคพลังประชารัฐ ชื่อของ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าฯเชียงราย รอคำยืนยันอย่างเป็นทางการ
แม้การเข้าไปรายงานตัวของ “ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์” ในมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตามคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร เนื่องในโอกาสเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเท่านั้น
คำถามที่ตามมา เป็นการเข้าไปรายงานตัวกับ พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่ พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะ “มท.1” ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย-สายงานโดยตรง
สำทับด้วยเสียงจาก “ผู้ใหญ่” ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)-อดีตผู้รับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “น้องรักบิ๊กป้อม” จนต้องยอม “กลืนเลือด” เพื่อ “ถอนตัวเพื่อชาติ”
ผู้ว่าฯหมูป่า ชื่อเดียว
ทว่า “ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์” ยังเหลืออายุราชการอีก 4 ปี (เกษียณวันที่ 30 กันยายน 2568) ดังนั้นการตัดสินใจ “ลาออก” เพื่อลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.จึงมี “เดิมพันสูง” ต้อง “การันตี” ด้วย “ต้องชนะ” สถานเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ดี หาก “อดีตผู้ว่าฯพะเยา” ตัดสินใจ “ไขก๊อก” 3 ป.ต้องมี “สัญญาใจ” การกลับเข้ามารับราชการใน “กระทรวงคลองหลอด” อีกครั้ง หาก “ชวด” เก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.
กรณีเดียวกับ “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ขอกลับเข้ารับราชการ” ในตำแหน่ง “รอง ผบ.ตร.” โดยอ้างมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2517
“อนุญาตให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ลาออกจากราชการไปสมัครรับเลือกตั้งได้ โดยกระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ เก็บตำแหน่งนั้นไว้ก่อน เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลงแล้ว หากข้าราชการซึ่งลาออกไปนั้นประสงค์จะเข้ารับราชการต่อไปอีก ก็ให้แสดงความจำนงต่อหน่วยราชการนั้น ๆ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบผลการเลือกตั้ง”
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเพื่อให้ข้าราชการประจำมีโอกาสรับใช้ประเทศชาติในด้านการเมืองเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และบุคคลซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทห้างร้านเอกชน
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มแรกที่ประเทศไทยมีความปรารถนาที่จะวางรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง” มติ ครม.ยุครัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ระบุ
“ผู้ว่าฯหมูป่า” จึงเป็น “ชื่อเดียว” ที่จะออกจากปาก พล.อ.ประวิตร และอยู่ “ในใจ” พรรคพลังประชารัฐ
บิ๊กวิน อะไหล่ 3 ป.
ขณะที่ “ผู้ว่าฯอัศวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน เข้ามานั่งในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ด้วย “คำสั่งหัวหน้า คสช.” ยังเป็น “อะไหล่” อันดับแรกใน “บัญชีบิ๊กตู่”
“ผู้ว่าฯอัศวิน” แม้ตี “ตั๋ว คสช.” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.มากว่า 6 ปี แต่เป็น “นักรบ” ที่มี “บาดแผลเต็มตัว” มีทั้งคนชอบ-ไม่ชอบ และไม่สด-ไม่ใหม่ โอกาสชนะจึง 50/50
มิหนำซ้ำยังไม่มีเสียงตอบรับให้ “เทเสียง” ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ให้กับ “บิ๊กวิน”
อีก 1 ทางเลือก คือ “คนใน” พลังประชารัฐหากตัดสินใจส่งในนามพรรค-จะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นภายในพรรค-ภาค กทม. แต่ขณะนี้ “คนในพรรค” ยังไม่มีใครแสดงตัว-ยอมเสี่ยง เอาชีวิต ส.ส.แขวนไว้บนเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.
หากส่ง “คนในพรรค” ลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างน้อยคุณสมบัติพื้นฐานคือ ต้องเป็น “สมาชิกพรรค” ซึ่งตัวเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ “สกลธี ภัททิยกุล” รองผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน
ประชาธิปัตย์ เปิดตัว “ดร.เอ้”
ฟากพรรคประชาธิปัตย์เตรียมประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เพื่อเคาะชื่อ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
โดยหวังว่าจะเป็น “สปริงบอร์ด” ในสนามเลือกตั้ง ส.ส.กทม.สมัยหน้า หรืออย่างน้อยเป็นการ “หยั่งเสียง” คน กทม. หลังจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 แพ้หมดรูป-เก้าอี้ ส.ส.เป็นศูนย์
ประชาธิปัตย์ “ปิดชื่อ” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.มาเป็นแรมปี นอกจากการควานหาชื่อผู้รับสมัครผู้ว่าฯ กทม.แล้ว เป็นเพราะการยื่น-รอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เพื่อให้ ส.ส.-ส.ว. และข้าราชการการเมือง เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการได้
“เพื่อให้พรรคมีความเป็นอิสระมากขึ้นในการสนับสนุนคนใดคนหนึ่ง หลายคนยังเกรงเรื่องกฎหมาย ถ้ามีตำแหน่งทางการเมืองแล้วไปพูด ไปให้การสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใดคนหนึ่ง ผิดกฎหมาย ซึ่งทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านไม่ปฏิเสธที่จะแก้ไขกฎหมาย” แหล่งข่าวในวิปรัฐบาลระบุ
เสียงระฆังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ดังระรัว-เร่งเร้าให้ประชาธิปัตย์ต้องปักธงหย่อนบัตรมีนาคม 2565-ชิงเปิดตัว “ดร.เอ้” ก่อน “ปัจจัยที่สี่” แก้ไข “กฎหมายท้องถิ่น” ปลดล็อกพรรคการเมืองเป็น “ผู้ช่วยหาเสียง”
ชัชชาติ ในเงาเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทย ยังไม่ประกาศท่าทีชัดเจน ทั้งที่นับวัน การเลือกตั้ง กทม.เริ่มชัด แต่ที่ชัดเจนคือชื่อของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีต รมว.คมนาคม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.
พร้อมเข็น ดร.ยุ้ย “เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทอสังหาฯเบอร์ต้นของประเทศ มาเป็นทีมนโยบาย
ด้วยโพลหลายโพลที่ออกมา พบว่า “ชัชชาติ” นำโด่งคู่แข่งคนอื่น ๆ และในฐานะที่ “ชัชชาติ” มีสัมพันธ์อันดีกับ “ตระกูลชินวัตร” เมื่อพรรคเพื่อไทยมุ่งปักธงไปที่การเลือกตั้งระดับชาติ
“ชัชชาติ” แม้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ แต่พรรคเพื่อไทยก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ หากที่สุดแล้วยังไม่มีตัวที่เหมาะสม “ถ้าพรรคไม่ส่ง ก็ต้องสนับสนุนท่านชัชชาติ” แหล่งข่าวจากโซน กทม.เพื่อไทยระบุ
ผู้ว่าฯก้าวไกลกู้สาธารณสุข กทม.
ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกล มีข่าวปล่อยแคนดิเดตผู้ชิงเก้าอี้ พ่อเมืองกรุงเทพฯ อยู่ 2 ชื่อ คนแรกคือ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดาวเด่นในสภาอีกหนึ่งคนของพรรค แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าว “ศิริกัญญา” ถึงกับ “ตกใจ” เพราะเจ้าตัวยังไม่รู้เรื่อง
อีกชื่อหนึ่งคือ “ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” พี่สาวของ “ธนาธร” หัวขบวนคณะก้าวหน้า ผู้ก่อกำเนิดพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีกระแสข่าวตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ว่า พรรคก้าวไกล ส่งเทียบเชิญ ชนาพรรณ ให้มาลงสมัคร แต่จนแล้วจนรอด พรรคก้าวไกลก็ยังไม่เปิดตัว
แต่ด้วยแคมเปญ “ใหม่ ชัด โดน” อันเป็นธงที่ใช้ในการเฟ้นผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้น ทั้งชื่อ “ศิริกัญญา-ชนาพรรณ” จึงอาจยังไม่ตอบโจทย์ กับสถานการณ์ ณ วันนี้
แหล่งข่าวจากพรรคก้าวไกลบอกว่า สาเหตุที่ยังไม่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคก้าวไกล เพราะ 1.ยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อไหร่ จึงยังไม่จำเป็นต้องรีบเปิดตัว 2.หากเปิดตัวในจังหวะเวลาที่ไม่ใช่ พื้นที่ข่าวจะวูบวาบแค่วันเปิดตัว หลังจากนั้นกระแสการเมืองในสภา-นอกสภา ที่เป็นภาพใหญ่กว่าจะถูกกลบ เพราะพื้นที่ของพรรคจะอยู่ในสภาเป็นหลัก
จึงเป็นการยากที่จะบริหารพื้นที่สื่อ และยังถูกฝ่ายตรงข้ามด้อยค่า ดังนั้น ก้าวไกล จึงจะเปิดตัวเมื่อถึงเวลาอันควร คือ เมื่อรู้วัน ว. เวลา น. ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เท่านั้น
นอกจากคุณสมบัติ “ใหม่ ชัด โดน” ยังต้องตีโจทย์สมาร์ทซิตี้ ให้มหานครเป็นเมืองแห่งอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำคน กทม. และต้องมีคุณสมบัติและความสามารถที่จะจัดการระบบสาธารณสุขระดับเมืองมหานคร เพื่อปรับปรุงให้ กทม.มีระบบสาธารณสุขที่สามารถรองรับโรคระบาดในอนาคตให้ได้
“ต้องเข้าใจระบบการแพทย์ เข้าใจระบบสาธารณสุข ดังนั้น คุณชนาพรรณไม่ใช่ตัวเลือกของพรรคแล้ว แต่ต้องเข้าใจด้านสาธารณสุขด้วย” แหล่งข่าวระบุ
ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯเสาชิงช้า ในบัญชี 3 ป.ได้ชื่อในใจ รอเพียง “กดปุ่ม” วัน ว. เวลา น. กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกในรอบ 9 ปี