ซื้อรถ EV ได้ส่วนลด 5-8 แสน รัฐอัดฉีด 4 หมื่นล้าน ดีเดย์ 1 ม.ค.65

ORA goodcat
อัพเดต 19 ธ.ค. 2564 เวลา 00.02

มาตรการจูงใจซื้อรถอีวีลงตัว ชง ครม.เคาะ 21 ธ.ค.นี้ เป็นของขวัญปีใหม่ ให้มีผล 1 ม.ค. 65 รัฐจัดหนักลดภาษีศุลกากร สรรพสามิต ขอจัดสรรงบฯกลาง 4 หมื่นล้านจ่ายเงินอุดหนุนคันละ 1.5 แสนบาท จัด 2 แพ็กเกจให้เลือก กลุ่มราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท-ราคามากกว่า 2 ล้านบาท คนซื้อเฮ ! ได้ส่วนลดคันละ 5-8 แสนบาท ค่ายรถ “ยุโรป-จีน-ญี่ปุ่น” หนุนสุดตัว

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บอร์ดอีวีได้จัดทำหลักเกณฑ์เงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นจะเสนอแพ็กเกจมาตรการดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้ทันวันที่ 21 ธ.ค. 2564 นี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

โดยมาตรการจูงใจซื้อรถอีวีจะเป็นมาตรการระยะยาวประมาณ 4-5 ปี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยปรับมาใช้รถอีวีกันมากขึ้น รายละเอียดมาตรการจะมีทั้งการลดภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร และรัฐบาลให้เงินอุดหนุนภายใต้กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถอีวีประมาณ 300,000 คันในระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่ปี 2565

ของบฯกลาง 4 หมื่นล้านหนุน

ในการดำเนินการกรมสรรพสามิตจะขอตั้งงบฯกลางวงเงิน 40,000 ล้านบาท สำหรับดำเนินมาตรการจูงใจให้ประชาชนซื้อรถอีวี โดยปี 2565 จะขอวงเงินก้อนแรกก่อน 3,000 ล้านบาท ประเมินว่าช่วงต้นปีหน้าจะมียอดจองรถอีวีกว่า 4,000 คัน ส่วนยอดทั้งปีตั้งเป้าสนับสนุนการใช้รถอีวีให้ได้กว่า 7,500 คัน จากนั้นในปีงบประมาณต่อ ๆ ไปจะมีการเสนอขอทบทวนเรื่องวงเงินอีกครั้ง ให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการซื้อรถอีวีของประชาชน ทั้งนี้ มาตรการนี้จะบรรจุเข้าวาระการพิจารณาของ ครม. ภายในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ หรืออย่างช้าที่สุดวันที่ 28 ธ.ค.นี้

มาตรการยิงตรงค่ายรถ

แหล่งข่าวกล่าวว่า มาตรการนี้จะไม่ได้ให้เงินสนับสนุนไปที่ประชาชนโดยตรง เหมือนสมัยโครงการรถคันแรก เนื่องจากเกิดปัญหาค่อนข้างมาก ดังนั้น เงินอุดหนุนจะไปที่ผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการจะจัดโปรโมชั่นลดราคารถยนต์อีวีต่อไป

“ที่เราไม่ให้เงินสนับสนุนประชาชนโดยตรง เนื่องจากเราเคยมีประสบการณ์จากโครงการรถคันแรกแล้ว ที่เราต้องไปดีลกับประชาชนจำนวนมาก แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นก็เยอะมาก เพราะมีกลุ่มที่จองรถแล้ว ไม่มีเงินจ่ายจำนวนหลายหมื่นคัน การจูงใจประชาชนซื้อรถยนต์อีวีรอบนี้ จึงให้ผู้ประกอบการเป็นผู้บริหารจัดการแทน โดยให้ผู้ประกอบการดำเนินการลดราคารถอีวีให้กับประชาชนผู้ซื้อภายใต้มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ จากนั้นให้ค่ายรถมายื่นขอชดเชยจากรัฐบาล”

รถอีวี

ศุลกากรยันไม่กระทบรายได้

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการนำเข้ารถอีวี หากมีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน จะได้รับสิทธิประโยชน์ภาษี โดยมีอากรขาเข้าเป็น 0% ตามข้อตกลงการค้าเสรี

ขณะที่หากนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นจะเสียภาษี 20% ส่วนยุโรปจะคิดที่ 80% และเกาหลีใต้ 40% อย่างไรก็ดี การลดอากรขาเข้ารถอีวี ไม่มีผลกระทบในแง่รายได้ของกรมศุลกากรอย่างเป็นนัยสำคัญ เพราะปัจจุบันยังมีการนำเข้าน้อยมาก ทั้งจากญี่ปุ่นและยุโรป

“ญี่ปุ่น-เกาหลี” ส้มหล่นภาษี 0%

สำหรับรายละเอียดของมาตรการ แหล่งข่าวจากบอร์ดอีวีระบุว่า จะเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลดราคารถยนต์อีวีลงมา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยการลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% และลดภาษีศุลกากร 40% ซึ่งการลดภาษีนำเข้านั้น

ปัจจุบันรถยนต์อีวีจีนได้รับสิทธิประโยชน์พิกัดภาษีนำเข้ากรมศุลกากร 0% ตามที่ไทยได้มีการทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับจีนอยู่แล้ว แต่บอร์ดอีวีจะมีมาตรการเสริมให้ สำหรับที่นำเข้ามาผลิตในอนาคต โดยตัวรถที่นำเข้ามาขายใน 2 ปีแรก อนุโลมให้ลดอากรขาเข้าได้ แต่หลังจากนั้นจะให้มาผลิตภายในประเทศเพื่อชดใช้ตามเงื่อนไขของมาตรการ

ส่วนรถยนต์อีวีจากประเทศอื่น ๆ เช่น ค่ายรถญี่ปุ่นที่ปัจจุบันยังเสียภาษีนำเข้าอัตรา 20% แต่เมื่อเข้าร่วมมาตรการจะได้รับการลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% ค่ายรถเกาหลีปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 40% ก็จะได้รับการลดภาษี เหลือ 0% ขณะที่ค่ายรถยุโรปปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 80% ก็จะได้รับการลดภาษี เหลือ 40% เป็นต้น

รัฐอุดหนุนคันละ 1.5 แสนบาท

ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการดังกล่าวจำแนกรถยนต์อีวีที่จะได้รับประโยชน์ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มรถยนต์อีวี ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท นอกจากจะได้รับการลดภาษีศุลกากร 40% และลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 2% แล้ว จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกทางหนึ่ง ซึ่งวงเงินสูงสุดที่รัฐบาลจะสนับสนุนอยู่ที่ 150,000 บาท

โดยจะพิจารณาตามขนาดของแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่ต่ำกว่า 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จะได้รับเงินอุดหนุนประมาณ 70,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่มีราคาขายประมาณคันละ 400,000-500,000 บาท ถ้าขนาดแบตเตอรี่มากกว่า 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จะได้รับเงินอุดหนุน 150,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์อีวีที่มีราคาขายประมาณคันละ 900,000 บาท

ส่วนลดคันละ 5-8 แสน

“สำหรับรถยนต์อีวีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เมื่อเข้าร่วมโครงการนี้สามารถคำนวณได้ง่าย ๆ เช่น รถยนต์อีวีที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ราคาประมาณคันละ 2 ล้านบาท จะได้ลดราคาจากอัตราอากรขาเข้าหรือลดภาษีศุลกากร จากเดิมต้องเสียภาษี 20% ลดลงเหลือ 0% เท่ากับราคาลดลง 350,000 บาท ได้ลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% คิดเป็นส่วนลดอีก 120,000 บาท บวกกับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีก 150,000 บาท

รวมทั้ง 3 รายการแล้วผู้ซื้อจะซื้อรถอีวีจากญี่ปุ่นได้ในราคาถูกลงกว่า 570,000 บาท อย่างไรก็ตาม เพื่อดึงดูดผู้บริโภคส่วนนี้ ผู้ประกอบการแต่ละค่ายรถสามารถนำไปจัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพิ่มเติมได้”

และ 2.กลุ่มรถยนต์อีวีที่ราคามากกว่า 2 ล้านบาท จะไม่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่จะได้รับการลดอัตราภาษีศุลกากร 40% และลดอัตราภาษีสรรพสามิตอีก 2% เนื่องจากส่วนใหญ่รถระดับราคามากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ในกลุ่มรถยนต์อีวีราคาจะกระโดดสูงถึงคันละ 5-6 ล้านบาท อย่างไรก็ดี หากรวมการลดอากรขาเข้า และลดภาษีสรรพสามิตแล้ว ผู้ซื้อจะได้รับการลดราคาคันละไม่ต่ำกว่า 7-8 แสนบาทแน่นอน

เอ็มจียันไม่กระทบยอดจอง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นของค่ายรถยนต์อื่นที่มีราคาขายมากกว่า 1.5 ล้านบาทขึ้นได้ อาจจะเข้าข่ายได้ลดราคาถึง 400,000 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างจูงใจพอสมควร



ส่วนรถยนต์ของเอ็มจีนั้น หากพิจารณาในส่วนของการได้รับการสนับสนุนทางภาษีแล้ว อาจจะได้เพียง 8-9 หมื่นบาท หรือไม่เกิน 100,000 บาท เนื่องจากรถมีราคาอยู่ที่ 988,000-1,199,000 บาท แต่ถือเป็นเรื่องดีที่จะมาเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยสนับสนุนและจูงใจให้ลูกค้าหันมาใช้รถยนต์ประเภทนี้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่จองรถยนต์ไฟฟ้า MG EP มาก่อนหน้านี้ เนื่องจากกว่าลูกค้าจะได้รับรถ ก็ตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นไป ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 10 กว่าวันก็จะข้ามปีแล้ว จึงไม่น่ามีผลกระทบ

ยุโรป-จีน-ญี่ปุ่นเฮ ลดราคาขาย

ขณะที่แหล่งข่าวจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า จากแนวคิดดังกล่าว ค่ายรถที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มค่ายรถจากญี่ปุ่น ยุโรป ฯลฯ ไม่ใช่ค่ายรถจากจีน เพราะจะได้รับการสนับสนุนด้านราคาจำหน่ายโดยตรง เนื่องจากโครงสร้างราคาจะลดลง ขณะที่ค่ายรถยนต์ที่นำเข้ารถอีวีจากจีน และกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ได้ประโยชน์

ที่สำคัญ มาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อตลาดในช่วง เวลาที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากลูกค้าหลายกลุ่มได้ชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอดูความชัดเจนของภาษี ส่วนการคืนภาษีนั้น คาดว่าจะเป็นการคืนภาษีไปยังผู้บริโภค ซึ่งน่าจะเหมาะสมและง่ายกว่าการที่จะให้ค่ายรถยนต์เป็นผู้ดำเนินการ

หน่วยงานรัฐซื้ออีวีไม่เข้าเงื่อนไข

แหล่งข่าวยังกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่หน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจจะซื้อนั้น อาจจะไม่เข้าเงื่อนไงที่จะได้รับการลดราคา เนื่องจากแนวคิดนี้ระบุให้กับประชาชนผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไว้ใช้งานคันแรกนั้น ซึ่งจะต้องดูในรายละเอียดอีกที

เกรท วอลล์ฯ หนุนสุดตัว

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายภาครัฐที่ออกมานั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการกระตุ้นการใช้และส่งเสริมให้มีการผลิตรถไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เน้นการสร้างสังคมรถไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่แล้ว โดยในส่วนของนโยบายด้านราคาของผลิตภัณฑ์ของเรา เราขอรับทราบหลักเกณฑ์การเข้าร่วมและรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมจากภาครัฐก่อน

เร่งส่งมอบ ORA Good Cat

สำหรับ ORA Good Cat เรายังมีการส่งมอบอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้มีการส่งมอบไปแล้วกว่า 200 คัน โดยเฉพาะรุ่น 500 กม. ที่น่าจะมีข่าวดีที่ลูกค้าจะทยอยได้รับรถก่อนกำหนดการเดิม (เดือนมกราคม 2565) เป็นต้นไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ