ครม.จัดให้ช้อปดีมีคืน ยาว 46 วัน เปิดคนละครึ่ง เฟส 4 เริ่ม 1 มี.ค.65

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ครม.ออกกฏหมายใหม่ 9 ฉบับ เฉือนเนื้อรายได้รัฐ 13,221 ล้านบาท เทกระจาดมาตรการลด-แจกภาษี ยกเว้นสารพัดค่าธรรมเนียม ผ่านโครงการช้อปดีมีคืนซื้อสินค้า ตั้งแต่ปีใหม่-ตรุษจีน 2565 ยาว 46 วัน คาดปลุกจีดีพีฟื้น 0.7% เดินหน้าคนละครึ่งเฟส 4 เริ่ม 1 มี.ค.65

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปี 2565 หรือมาตรการของขวัญปีใหม่ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พร้อมด้วยทีมผู้บริหารกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ร่วมกันแถลงดังนี้

นายอาคม กล่าวว่า ครม. ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวม 6 มาตรการ  ประกอบด้วย

1.มาตรการเพิ่มกำลังซื้อภาคประชาชน ได่แก่ โครงการช้อปดีมีคืน โดยให้นำรายจ่ายการซื้อสินค้าและบริการ มาหักลดหย่อนภาษี ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.2565  จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.) มูลค่า 6,200 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1.4 ล้านราย

แต่คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 42,000 ล้านบาท ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.12% และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั่วไป เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มากขึ้น

สำหรับโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2564 นี้ จะไม่มีการขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการออกไป

ขณะที่ มาตรการโครงการคนละครึ่งเฟส 4 จะเริ่มดำเนินการในช่วงวันที่ 1 มี.ค.- 30 เม.ย.2565 หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 โดยจะใช้วงเงินคงเหลือจากโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ไปใช้ดำเนินการคนละครึ่งเฟส 4 ซึ่งระหว่างนี้ ยังต้องใช้เวลาปรับระบบ



2.มาตรการลดภาระผู้ประกอบการและประชาชน ได้แก่ โครงการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ  และไพ่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2565 ให้ผู้ประกอบการรายเดิม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และต้องการขออนุญาตขายต่อเนื่องในปีถัดไป คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 800,000 ราย คิดเป็นใบอนุญาต 1.4 ล้านใบ โดยรัฐจะสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียม 380 ล้านบาท

3.มาตรการขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน อัตราภาษีตามปริมาณ 0.20 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 6 เดือน โดยเริ่มมตั้งแต่ 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2565 เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน ให้สามารถฟื้นฟูและกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว

ทั้งนี้คาดว่าการท่องเที่ยวในปี 2565 ธุรกิจสายการบินจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้ ราว 50% ของการท่องเที่ยวเมื่อปี 2562 ซึ่งมาตรการดังกล่าว คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ 860 ล้านบาท

4.มาตรการขยายระยะเวลาการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระที่ต้องการมีอยู่อาศัยเป็นของตนเอง ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยลดค่าจดทะเบียนการโอนและจดจำนอง จากเดิม 2% เหลือ 0.01% และค่าจดทะเบียนออกไปอีก 1 ปี ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2565 คาดว่าจะทำให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสูญเสียรายได้ 4,946 ล้านบาท

5.มาตราการทางภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ ที่เป็นสถาบันการเงิน โดยขยายเวลาออกไปอีก 5 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2564 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2569 ซึ่งคาดว่ามาตรการด้านภาษี จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 7,000 ล้านบาทต่อปี และมาตรการค่าธรรมเนียม รัฐสูญเสียรายได้ 835 ล้านบาท

6.โครงการของขวัญปีใหม่ ปี 2565 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการโดยการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเป็นทุนหมุนเวียน การคืนเงินให้แก่ลูกหนี้เงินกู้ที่มีประวัติการชำระดี รางวัลพิเศษสำหรับลูกค้าออมสิน

นอกจากนี้ยังมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมนิติกรรมสัญญา ส่วนลด ค่าบริการ และค่างวด สำหรับการค้ำประกันสินเชื่อเป็นต้น ทั้งนี้คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 25,000 ล้านบาท การคืนเงินและรางวัลพิเศษรวม 1,335 ล้านบาท การลดอัตราดอกเบี้ยรวม 4,700 ล้านบาท ส่วนลดค่าบริการและส่วนลดค่างวดสูงสุดรวม 7.43 ล้านบาท

ทั้งนี้ การออกมาตรการทั้ง 6 มาตรการ จะต้องออกกฎหมายรวม 9 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.ก. 1 ฉบับ ร่างกฎกระทรวงการคลัง 4 ฉบับ และร่างประกาศกระทรววงมหาดไทย 4 ฉบับ

“มาตรการของขวัญปีใหม่และมาตรการภาครัฐ คาดว่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.7% มีเม็ดเงินหมุนเวียน 40,000 ล้านบาท โดยมาตรการ ช้อปดีมีคืน คาดมีผลต่อการหมนุเวียนต่อเศรษฐกิจ 0.1% และมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดนิติกรรมบ้านมือสอง ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจ 0.5-0.6% ก่อให้เกิดมูลค่าการโอนอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 2.9 แสนล้านบาท” นายอาคมกล่าว

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ