วิเคราะห์ ปิดฉาก NocNoc แพลตฟอร์มขายวัสดุ-ตกแต่งบ้าน อสังหาฯขาลงหรือธุรกิจหลงทาง?
นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หลัง “NocNoc” แพลตฟอร์มดิจิทัลจำหน่ายวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านครบวงจร ประกาศปิดฉากหลังเปิดมา 8 ปี นับจากปี 2561
โดยบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ที่เข้าไปลงทุนและเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน NocNoc ช่วงปี 2563-2564 แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการเลิกประกอบธุรกิจ NocNoc ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป
ขณะที่ NocNoc ออกแถลงการณ์ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NocNoc มีความตั้งใจ และพยายามอย่างเต็มที่ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อส่งมอบบริการที่จริงใจ และมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ร้านค้าพาร์ตเนอร์ พันธมิตร และผู้ประกอบการทุกท่าน
แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดอีคอมเมิร์ซ บริษัทได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว และมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม
โดยที่ผ่านมาผลประกอบการของประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องสะสมถึงกว่า 4,390 ล้านบาท โดยผลประกอบการตั้งแต่ปี 2563-2567 ของบริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด มีรายละเอียดดังนี้
– ปี 2563 รายได้ 82,538,140 บาท และขาดทุน 459,118,188 บาท
– ปี 2564 รายได้ 200,272,556 บาท และขาดทุน 670,124,191 บาท
– ปี 2565 รายได้ 165,260,001 บาท และขาดทุน 891,393,875 บาท
– ปี 2566 รายได้ 411,997,710 บาท และขาดทุน 1,246,676,698 บาท
– ปี 2567 รายได้ 322,067,965 บาท และขาดทุน 1,123,053,011 บาท
ปฎิเสธไม่ได้ว่า การปิดฉากของ “NocNoc”ตั้งแต่ต้นปี นอกจากจะสร้างความฮือฮาให้คนวงการอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าจากภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยทรุดหนัก ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องบ้างแล้ว ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือแม้แต่ผู้รับเหมาก่อสร้าง
“สุนทร สถาพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร วิเคราะห์กรณีนี้ว่า NocNoc เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์ หรือ Property Technology ที่ไม่ได้มีการผลิตสินค้าเอง เป็นแพลตฟอร์ม Marketing ล้วน ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะดำเนินกิจการต่อไปในเฉพาะช่วงเวลาขาขึ้นของตลาดอสังหาฯ
“มองในแง่ของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีทั้งหน้าร้าน, ระบบโลจิสติกส์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อด้วยตา การที่ NocNoc เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถสู้ธุรกิจเจ้าอื่นที่มีหน้าร้านได้”
ขณะเดียวกันในแง่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เจ้าตลาดอย่าง Shopee หรือ Lazada ครอบคลุม Super Mass Market มีสินค้าทุกอย่างที่ผู้บริโภคต้องการ การที่ NocNoc จะเข้ามาเป็นธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีสินค้าแบรนด์ตัวเอง ได้เพียงค่าคอมมิชั่น เมื่อสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ หรือในช่วงที่บ้านสร้างใหม่ชะลอการเติบโตทำให้ผู้บริโภคไม่มีการแต่งบ้าน ธุรกิจก็จะมีปัญหา
โดยเฉพาะการแข่งขันท่ามกลางเจ้าตลาดที่แข่งแกร่งด้านอีคอมเมิร์ซอย่างประเทศจีน ที่เติบโตคุมตลาดโลกด้วย 2 เหตุผล ได้แก่ การแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อก้าวเข้ามาเป็นเจ้าตลาด และการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนรัฐวิสาหกิจในธุรกิจที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ เช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การมีรัฐบาลสนับสนุนจึงทำให้ธุรกิจเหล่านี้ของจีนเติบโตไปได้ดี
“สุนทร” สรุปอย่างกระชับว่า การปิดกิจการของ Noc Noc ไม่ได้แพ้คู่แข่ง แต่เป็นเป็นเพราะโครงสร้างทางการตลาด ประกอบกับการเป็นช่วงขาลงของตลาดอสังหาฯ เมื่อต้องต่อสู่กับคู่แข่งที่มีโครงสร้างธุรกิจ และมี back up ธุรกิจเป็นรัฐบาลก็ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้
หันกลับมาประเทศไทย “สุนทร” มองว่า แพลตฟอร์ม Property Technology ต้องปรับตัวอย่างมาก แทนที่จะรอคอยสถานการณ์บ้านสร้างใหม่กลับมาดีขึ้น เพื่อให้มีคนมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ก็ต้องมีการเก็บข้อมูลบ้านมือสอง เช่น ประวัติบ้าน, ราคาขาย, การรีโนเวทในแต่ละครั้ง, การเสนอราคากลางของเฟอร์นิเจอร์ และประสานกับช่าง ปรับตัวเป็น Data Platform เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งตลาดบ้านสร้างใหม่ และบ้านมือสอง
“ตอนนี้รัฐบาลต้องไม่มองภาคอสังหาฯแค่บ้านสร้างใหม่ เพราะมันอาจเติบโตไม่มาก ต้องหันมาผลักดันบ้านมือ 2 ด้วย การมีแพลตฟอร์ม Property Technology จะช่วยตอบโจทย์สำหรับบ้านมือสอง ขณะที่มาตรการต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเรื่องสินเชื่อ ให้ทะลุปัญหานี้ไปได้ บ้านสร้างใหม่ถึงจะเติบโตขึ้นได้” สุนทรกล่าว