บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จปิดการขายหุ้นกู้ด้วยยอดจองซื้อ (Oversubscription) พุ่งสูงกว่า 6,000 ล้านบาท จากเป้าหมายการเปิดขายที่ 3,500 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นระดับสูงจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปี 2569 คือปีที่เอพีพร้อมเดินหน้ารุกรับโอกาสใหม่ ๆ ทั้งการพัฒนาโปรดักต์บ้านคุณภาพรูปแบบใหม่ ๆ ในตลาด นำไปปักธงในทำเลศักยภาพใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยยังคงยึดมั่นในการเติบโตอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เคร่งครัดที่บริษัทฯ ยึดถือมาโดยตลอด จนสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ไว้ที่ระดับต่ำเพียง 0.7 เท่า (ณ ไตรมาส 3/2568)
และความสำเร็จจากการเสนอขายหุ้นกู้ล่าสุดมูลค่า 3,500 ล้านบาท (ระหว่างวันที่ 21–22 มกราคม 2569) ที่มียอดจอง Oversubscription อย่างท่วมท้นนั้น เป็นอีกหนึ่งการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่นักลงทุนสถาบันมีต่อเสถียรภาพของเอพี
จุดแข็งทางการเงิน (Strong Financial Health) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอพี ไทยแลนด์ ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย ได้แก่
1.วงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้ (Available Credit Line) จากสถาบันการเงินชั้นนำ วงเงินรวมสูงถึง 19,353 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องที่ล้นเหลือ
2.พันธมิตรระดับโลกจากบมจ. มิตซูบิชิ เอสเตท ผ่านทุนจดทะเบียนบริษัทลูกเพื่อการพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกัน สูงถึง 12,619 ล้านบาท
3.กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง (Strong Cash Inflow) จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่กระจายตัวอยู่ในทุกเซกเมนต์ มากกว่า 200 โครงการ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
4.ความเชื่อมั่นจากตลาดทุน การันตีด้วยอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “A” แนวโน้ม Stable หรือคงที่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากทริสเรทติ้ง ซึ่งสะท้อนวินัยทางการเงินที่รัดกุม ผู้นำตลาดที่มีภาระหนี้ในระดับต่ำ และมีสภาพคล่องรองรับการดำเนินธุรกิจในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ
นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวว่า การบริหารจัดการและเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น DNA ที่เอพียึดถือและทำมาโดยตลอดในทุกสภาวะตลาด ปีนี้จะเป็นอีกปีที่เอพีเดินหน้าเสริมแกร่งจากภายใน ยกระดับทั้งทีมงานเอพีกว่า 3,000 คน ควบคู่ไปกับระบบการทำงานที่แม่นยำที่สุด เพราะการชนะในสมรภูมิธุรกิจระยะยาว ต้องวัดกันที่ความแข็งแกร่งของรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกความผันผวน และสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน
