สนข.ผุด TIA แก้ปัญหาจราจรศึกษาเสร็จมิ.ย.62 บิ๊กศุภาลัย อัดซ้ำซ้อน-เอกชนเสียหาย

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กล่าวว่า สนข.มีแนวคิดที่จะทำ “มาตรฐานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านจราจร” (Traffic Impact Assessment : TIA)​ สืบเนื่องจากโครงการก่อสร้างหลายโครงการเดิมจะต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) อยู่แล้ว โดยมีปัญหาจราจรเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำประกอบไปด้วย โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้กำกับและพิจารณา แต่ สผ.จะเน้นไปทางสิ่งแวดล้อมมากกว่า การพิจารณาผลกระทบด้านปัญหาจราจรจึงยังไม่เข้มงวด ประกอบกับไม่มีรูปแบบมาตรฐานการชี้วัดที่ชัดเจน

หรือแม้แต่กรณีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ดูแลโดยตรง ยกตัวอย่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) เป็นผู้ควบคุมดูแลสิ่งก่อสร้างที่อาจจะมีผลกระทบกับปัญหาจราจร เช่น อาคารที่ระบุว่ามีที่จอดรถมากกว่า 300 ที่จอดขึ้นไป ทาง กทม.โดย สจส.จะต้องเข้ามาดูแล แต่ก็ยังไม่ได้มีรูปแบบและเครื่องชี้วัดที่ชัดเจน หรือถ้ามีมาตรฐานก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่

โดยแนวคิดการทำ TIA มาจากดำริของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เห็นว่า สผ.เตรียมจะประกาศหลักเกณฑ์ให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต้องทำ EIA อยู่แล้ว จึงให้ สนข.ไปคิดหารูปแบบการประเมินผลกระทบทางจราจรประกอบไปด้วย

“รูปแบบของ TIA จะเหมือนกับ EIA แต่เป็นเรื่องของจราจรโดยเฉพาะ จะต้องทำรายงานเรื่องมาตรการทั้งก่อน-ระหว่าง-หลังก่อสร้าง โดยจะมีคู่มือการทำรายงานชัดเจน แบ่งตามลักษณะโครงการทั้งเล็ก-กลาง-ใหญ่ (SML) โดยอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบจากต่างประเทศ เช่น อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เป็นต้นว่าเขาแบ่งเกณฑ์ SML อย่างไร”

นายสราวุธกล่าวต่อว่า เท่าที่สำรวจพบว่าต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้ปริมาณรถยนต์เข้าออกคันต่อชั่วโมงในช่วงเวลาเร่งด่วนเป็นเกณฑ์หลัก แต่ต้องไปดูโมเดลที่เหมาะสมอีกที เพราะแต่ละประเทศก็มีสภาพการณ์ไม่เหมือนกับประเทศเราเสียทีเดียว โดยการทำ TIA จะครอบคลุมทั้งโครงการรัฐและเอกชนที่ทำให้เกิดกิจกรรมการเดินทางมากขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้า มิกส์ยูส สนามบิน หรือแม้แต่สถานีกลางบางซื่อที่กำลังก่อสร้างอยู่ก็จำเป็นต้องทำ TIA เช่นกัน ส่วนหน่วยงานที่จะเป็นผู้พิจารณาเกณฑ์ EIA ยังไม่ได้ข้อสรุป ตอนนี้ผลการศึกษาระบุว่า หน่วยงานที่เหมาะสมจะมารับหน้าที่มี 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1.สผ. 2.สนข. และ 3.กทม.โดย สจส.และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับแผนงานของการจัดทำมาตรฐานนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบ คาดว่าจะเสนอความคืบหน้าของการศึกษาในที่ประชุม คจร.ในต้นเดือน ม.ค. 2562 นี้ เบื้องต้นวางไว้ว่า ผลศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. 2562 หลังจากนั้นจะต้องเสนอให้ที่ระชุม คจร.ให้ความเห็นชอบ เพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป เพื่อประกาศใช้

@ ธุรกิจติง TIA เพิ่มขั้นตอน

ด้านนายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า การจัดทำมาตรฐาน TIA ยังมีจุดอ่อนหลายอย่าง ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรจะแยกออกมาจากรายงาน EIA เพราะใน EIA กำหนดให้ทำประกอบอยู่แล้ว ถ้าแยกจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนให้เอกชน และทำให้เกิดความไม่แน่นอนโครงการ หากโครงการไม่ผ่านการพิจารณาเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง

และยังขัดแย้งกับนโยบายรัฐบาลในขณะนี้ ที่ประกาศจะลดขั้นตอนการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ด้วย เพราะหาก TIA ประกาศใช้ เอกชนจะต้องจ้างที่ปรึกษาด้านจราจรเพิ่มขึ้นมาอีก เป็นการเพิ่มต้นทุน (Cost) ให้กับผู้ประกอบการที่จะส่งผลกระทบไปสู่ผู้บริโภคโดยใช่เหตุ

“การบริหารจราจรควรเริ่มต้นที่การออกแบบผังเมืองมากกว่า ว่าคุณจะให้เมืองขยายตัวไปแนวทางไหน แล้วมีระบบขนส่งมวลชนอย่างไร ปัจจุบันเราปล่อยให้เมืองขยายตัวแบบไร้ทิศทาง ความเจริญกระจุกอยู่แต่ในหัวเมือง ทำให้คนต้องย้ายเข้ามาอาศัยและทำงานในเมือง แถมจูงใจให้เกิดการใช้รถยนต์มากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อรถมาก ปัญหาจราจรก็เพิ่มขึ้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกแบบไปเลยว่า จุดที่มีระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อได้ดีแล้ว ต้องมีกฎหมายบังคับจำกัดการนำรถยนต์เข้ามาในเมืองหรือไม่ ใช้กลไกการตลาดเข้ามาควบคุม กำหนดอัตราค่าจอดรถในตัวเมืองให้แพง เพื่อให้ประชาชนหันไปใช้ระบบขนส่งมวลชน”

ส่วนการอ้างอิงโมเดลต่างประเทศ ต้องกลับมาดูว่า หน่วยงานราชการเรามีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือยัง ประเทศไทยยังไม่ได้กระจายอำนาจการปกครองลงสู่ท้องถิ่น การพิจารณาจึงไม่อาจทำได้รวดเร็วเท่าต่างประเทศ ตอนนี้แค่ EIA ก็ใช้เวลาพิจารณาอย่างต่ำก็ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว หากต้องเสนอรายงาน TIA เพิ่มอีก 1 ฉบับ กลายเป็นว่าต้องยืดเวลารอการพิจารณาออกไปอีก กว่าจะพิจารณาจบ สภาพการณ์ต่างๆ ก็เปลี่ยนไป ส่งผลกระทบกับเอกชนที่ต้องดำเนินการโครงการลงทุนต่างๆ อีก

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ