เปิดโผถนน 25 สายทั่วไทย เหยียบ 120 กม./ชม. ปลายปีนี้

“ศักดิ์สยาม” กดปุ่มดีเดย์ ซิ่ง 120 กม./ชม.วันแรกสายเอเชีย “บางปะอิน – อ่างทอง” แย้มปลายปีนี้เหยียบมิด 25 สายทั่วไทย ของบกปถ. วงเงิน 800 ล้านทุ่มปรับปรุง หวั่นไม่พอจ่อขอส่วนอื่นเพิ่ม

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 ที่หมวดทางหลวงบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี เริ่มต้นใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง ช่วงกม.4+100 – กม. 50+000 ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 45.9 กม.

เป็นนโยบายแรกเริ่ม

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า นโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เป็นนโยบายที่ริเริ่มตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. 2562 โดยเส้นทางแรกที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในวันนี้คือ ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน – ทางต่างระดับอ่างทอง

ทล.กาง 19 เส้นทางนำร่องต่อ

หลังจากเริ่มต้นที่เส้นทางนี้ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีแผนจะประกาศใช้สายทางในระยะที่ 2 ภายในเดือนส.ค. 2564 นี้ ครอบคลุมเส้นทางในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ระยะทางประมาณ 261.49 กม.จำนวน 14 เส้นทาง

ประกอบด้วย    1. ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนหางน้ำหนองแขม – บ้านหว้า – วังไผ่ ระยะทาง 25.273 กม. จ.นครสวรรค์ 2.ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ่อทอง – มอจะบก ระยะทาง 14.8 กม. จ.นครราชสีมา

3.ทางหลวงหมายเลข 32 ตอนอ่างทอง – ไชโย – สิงห์ใต้ – สิงห์เหนือ – โพนางดำออก ระยะทาง ระยะทาง 63 กม. จ.อ่างทอง – สิงห์บุรี

4.ทางหลวงหมายเลข 347 ตอนเทคโนโลยีปทุมธานี – ต่างระดับเชียงรากน้อย ระยะทาง 10 กม. จ.ปทุมธานี

5.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอน หนองแค – หินกอง – ปากข้าวสาร – แยกสวนพฤกษศาสตร์พุแค ระยะทาง 26 กม. จ. สระบุรี

6.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนประตูน้ำพระอินทร์ – หนองแค ระยะทาง 27.18 กม. จ.พระนครศรีอยุธยา

7.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนต่างระดับคลองหลวง – ประตูน้ำพระอินทร์ ระยะทาง 6.82 กม. จ.ปทุมธานี

8.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนสนามกีฬาธูปะเตมีย์ – ต่างระดับคลองหลวง – ประตูน้ำพระอินทร์ ระยะทาง 10 กม. จ.ปทุมธานี



9.ทางหลวงหมายเลข 304 ตอนคลองหลวงแพ่ง – ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 11 กม. จ.ฉะเชิงเทรา

10.ทางหลวงหมายเลข 34 ตอนบางนา – ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 15 กม. จ.สมุทรปราการ

11.ทางหลวงหมายเลข 9 ตอน บางแค – คลองมหาสวัสดิ์ ระยะทาง 9.872 กม. กรุงเทพฯ 12.ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนนาโคก – แพรกหนามแดง ระยะทาง 24.6 กม. จ.สมุทรสงคราม

13.ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเขาวัง – สระพระ 1 ระยะทาง 6.9 กม. จ.เพชรบุรี

และ14.ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเขาวัง – สระพระ 2 ระยะทาง 11.5 กม. จ.เพชรบุรี

และยังมีอีก 5 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,761 กม. ที่จะทยอยปรับปรุงและเปิดใช้ความเร็วดังกล่าวในระยะถัดๆไป คาดว่าจะเริ่มปรับปรุงได้ในช่วงปลายปี 2564 นี้

ประกอบด้วย 1.เส้นทางภาคเหนือ สายทางที่ 1 ตอนหางน้ำหนองแขม – กลางสะพานแม่น้ำแม่สาย เขตชายแดนไทย-พม่า ระยะทาง 585.7 กม. เชื่อมจากจ. อุทัยธานี – เชียงราย

2. เส้นทางภาคอีสาน สายทางที่ 2 ตอนสระบุรี – สะพานมิตรภาพไทยลาว หนองคาย ระยะทาง 495.4 กม. เชื่อมจากจ.สระบุรี – หนองคาย

3.เส้นทางภาคอีสานตอนล่าง สายทางที่ 24 ตอน ทางต่างระดับสีคิ้ว – อุบลราชธานี ระยะทาง 419.8 กม. เชื่อมจากจ.นครราชสีมา – อุบลราชธานี

4.เส้นทางภาคกลาง-ตะวันตก สายทางที่ 340 ตอนบางบัวทอง – ชัยนาท ระยะทาง 164.2 กม. เชื่อมจ.นนทบุรี – สุพรรณบุรี – ชัยนาท

และ 5. เส้นทางภาคใต้ สายทางที่ 44 ตอนอ่าวลึก – หินโงก ระยะทาง 96 กม. เชื่อมจ.ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี

ทช.คิกออฟ 6 เส้นทาง

ส่วนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) มี 6 สายทางที่จะนำร่องใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ประกอบด้วย

1. ถ.ราชพฤกษ์ ระยะทาง 25.2 กม.
2.ถ.นครอินทร์ ระยะทาง 12.4 กม.
3.ถ.ชัยพฤกษ์ ระยะทาง 11.18 กม.
4.แยกทางหลวงหมายเลข 7 ช่วงกม.ที่ 80+600 – บ้านหนองกระเสริม ระยะทาง 4.982 กม. จ.ชลบุรี
5.แยกทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงกม.ที่ 192+772 – นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะทาง 7.471 กม. จ.ชลบุรี
และ6. ถ.สมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ระยะทาง 26.108 กม. จ. เชียงใหม่

สำหรับถนนที่จะเข้าเกณฑ์จะต้องปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เสริมการก่อสร้างอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างทาง (Concrete Barrier) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเนื่องจากการเสียหลักตกเกาะกลาง

ปรับปรุงจุดกลับรถระดับราบ เพื่อลดการตัดกันของกระแสจราจร ติดตั้งป้ายจราจรและป้ายเปลี่ยนข้อความได้เพื่อสื่อสารการใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่องจราจร

รวมทั้งติดตั้งแถบเตือน Rumble Strips เพื่อแจ้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเข้าเขตควบคุมความเร็ว การติดตั้งระบบป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ และการก่อสร้างจุดกลับรถแบบเกือกม้าทุกๆ 10 กม.ด้วย

ของบ กปถ. 800 ล้านปรับปรุงถนน

สำหรับการดำเนินการปรับปรุงสภาพถนน เบื้องต้นจะใช้งบจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยวงเงินที่คาดว่าจะใช้ได้ก่อนตอนนี้ประมาณ 800 ล้านบาท

ทช.รับงบไม่พอ

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวกับ”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า งบปรับปรุงสภาพถนนที่ ทช. ได้รับจากกองทุน กปถ.อยู่ที่ 200 ล้านบาท จะนำมาปรับปรุงถ.ราชพฤกษ์ และชัยพฤกษ์ก่อน เพื่อให้เปิดวิ่งนำร่องในช่วงปลายปี 2564 นี้


แต่ยอมรับว่า วงเงินที่ได้มาน้อยไป จะต้องมีการหารือกับกรมทางหลวง เพื่อหาแหล่งเงินกู้อื่นๆมาช่วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกันอยู่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ