สิงห์ เอสเตท ลงทุนออฟฟิศเกรดเอ “เอส โอเอซิส” ซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดี

ปักหมุดศูนย์กลางธุรกิจกรุงเทพฯ ตอนเหนือ บนทำเลศักยภาพ พัฒนาโครงการ ออฟฟิศเกรดเอ พร้อมเปิดให้บริการปี 2021
         
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ข้อมูลของซีบีอาร์อี ประเทศไทย ที่ได้สำรวจไว้ว่า จากปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ย่านวิภาวดี รวมไปถึงช่วงต้นถนนพหลโยธินและถนนลาดพร้าว มีอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงาน 90% โดยพื้นที่สำนักงานในย่านนี้ 908,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่ 236,800 ตารางเมตรเป็นสำนักงานเกรดเอ

นางอรณีย์ พูลขวัญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและการพาณิชย์ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิงห์ เอสเตท เล็งเห็นศักยภาพของย่านวิภาวดีรังสิตที่กำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพตอนเหนือ จึงได้ลงทุนในอาคารซันทาวเวอร์ส และพัฒนาพื้นที่บริเวณซอยเฉยพ่วง ขยายพื้นที่ตลาดซันพลาซ่า และศูนย์อาหาร

ล่าสุดได้พัฒนา “โครงการเอส โอเอซิส” มูลค่า 3,695 ล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดี รังสิต บนพื้นที่ 6 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา เป็นสำนักงานเกรด เอ อาคารแรกบนถนนวิภาวดีรังสิต สูง 35 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 54,000 ตารางเมตร พื้นที่ค้าปลีก 1,700 ตารางเมตร ที่จอดรถยนต์จำนวน 870 คัน พร้อม EV Charger และอาคารจอดรถโดยรอบที่รองรับได้กว่า 1,500 คัน

ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วกว่า 60% และคาดว่าจะสร้างเสร็จในช่วงปลายปี 2021 และแต่งตั้ง CBRE เป็นตัวแทนในการปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงาน

“โครงการเอส โอเอซิส ถือเป็นโครงการคุณภาพระดับ Best In Class ของบริษัท ด้วยแนวคิด Enriching Life มุ่งมั่นสร้างสังคมคุณภาพที่ดี ตามแนวทางของสิงห์ เอสเตท เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน (Sustainable Value) ให้กับชุมชนโดยรอบ จึงออกแบบตามมาตรฐาน LEED เน้นการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมประสิทธิภาพและสุขภาวะที่ดี ด้วยการใส่ใจในการออกแบบ และเลือกใช้วัสดุที่มีมลพิษต่ำ การก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ความสะดวกสบายในการทำงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เป็นการประหยัดต้นทุนทางธุรกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย”

นางอรณีย์ กล่าวถึงจุดเด่นของโครงการเอส โอเอซิส อีกว่า เป็นอาคารอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Smart and Eco-Friendly Building) ตอบโจทย์การทำงานแบบ New Working Culture โดยบูรณาการพื้นที่โดยรอบอาคารให้มีสภาพแวดล้อมที่สดใส สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานกับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เอื้อต่อการทำงานสูงสุด

โครงการมีดีไซน์ผสมผสานอย่างลงตัวทั้งพื้นที่การทำงานภายในและภายนอกอาคาร ร่วมกับเทคโนโลยีลดการสัมผัสในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดีในยุค Next Normal รองรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับแต่งการใช้งานและสิ่งอำนวยความสะดวกของพื้นที่ตามความต้องการ และนอกจากนี้ยังเพิ่มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อช่วยให้เกิดความคล่องตัวและสามารถสร้างสรรค์การทำงานร่วมกันได้ทันทีในทุกสถานที่และทุกเวลา

ปัจจุบัน สิงห์ เอสเตท บริหารพื้นที่สำนักงานอาคารซันทาวเวอร์ส ริมถนนวิภาวดีรังสิต มากกว่า 62,000 ตารางเมตร และเมื่อโครงการเอส โอเอซิส แล้วเสร็จ บริษัทจะบริหารพื้นที่สำนักงานทั้งสิ้นประมาณ 116,000 ตารางเมตร


พร้อมทั้งสร้างบริเวณนี้ให้เป็นเอส ดิสทริค (S District) เพื่อเป็นสังคมคุณภาพแห่งใหม่ บนทำเลแห่งอนาคตของกรุงเทพตอนเหนือ นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท ยังบริหารพื้นที่สำนักงานอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ บนหัวมุมถนนอโศกเพชรบุรี และอาคารเอส เมโทร ใจกลางพร้อมพงษ์ อีกด้วย

สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (Commercial Business Unit) บริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายท่ามกลางความท้าทายในช่วงวิกฤติโควิดในไตรมาส 1 ปี 2564 อัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยโดยรวมขยับขึ้นต่อเนื่องจากปี 2563 มาอยู่ที่ 90%

บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูงและสามารถสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคง ในอีก 5 ปีข้างหน้านับจากปี 2563 บริษัทตั้งเป้าพื้นที่ให้เช่ารวม 250,000 ตารางเมตร ซึ่งเติบโตขึ้น 80% ในขณะที่คาดการณ์รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าเติบโตขึ้นราว 105% รวมทั้งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งให้แก่บริษัทในอนาคต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ