ศุภาลัย ลุยคอนโดพร้อมอยู่ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”โกยยอดขายแล้ว 2.7 พันล้าน
“บิ๊กศุภาลัย” ชี้ตลาดคอนโดถึงจุดสมดุล ซัพพลายลด เร่งผุดโครงการพร้อมอยู่ ราคาต่ำแสน/ตร.ม. รับเทรนด์ ready to move เผย “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” สุดปัง โกยยอดขายแล้ว 2,700 ล้าน ตั้งเป้าปีนี้ปิดการขาย 70%
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2563 ผู้พัฒนาอสังหาฯทยอยชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะคอนโดขนาดใหญ่ เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้าง อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจที่กดดันการลงทุน แต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจมากขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณภาพโครงการมากกว่าเดิม โดยเฉพาะกระแส Ready to Move ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ เพราะผู้ซื้อสามารถเห็นห้องจริง คุณภาพจริง และเข้าอยู่ได้ทันที
โดยมี 3 เหตุผล 1.ลูกค้าไม่ต้องการเผชิญกับความเสี่ยงในสินค้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ 2.อัตราดอกเบี้ยเป็นช่วงที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี การซื้อวันนี้สามารถล็อกอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำได้ ทำให้ค่าผ่อนต่อเดือนน้อยลง และ 3.ราคาค่าก่อสร้างในอนาคตไม่กลับไปจุดเดิม ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาแล้ว 5-6% และคาดว่าหลังจบสงครามจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 2-3%

เทรนด์ห้องใหญ่มาแรง
โครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ มูลค่า 4,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ประกอบด้วย 2 อาคาร จำนวน 1,607 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ สตูดิโอ ขนาด 30 ตร.ม. , 1 ห้องนอน ขนาด 34-35.5 ตร.ม., 1+ ห้องนอน ขนาด 40-46 ตร.ม., 2 ห้องนอน ขนาด 46-78 ตร.ม. และ 3 ห้องนอน ขนาด 80.5-100 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท พร้อมฟังก์ชัน Me Corner ที่เปิดพื้นที่ให้เจ้าของห้องกำหนดรูปแบบการใช้งานได้เอง
นายไตรเตชะระบุว่า ขนาด 3 ห้องนอนใหญ่ที่สุดได้ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งลูกค้าที่อยากได้คอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนมีความต้องการเลือกห้องขนาดใหญ่ เพื่อเป็นบ้านเดี่ยวของครอบครัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ราคาที่ไม่ได้สูงกว่าคู่แข่งในระแวกเดียวกัน ทำให้ลูกค้าเลือกห้องรูปแบบมากกว่า 1 ห้องนอนมากขึ้นและ ได้พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
จุดเด่นโครงการ คือ แฟซิลิตี้ที่ออกแบบให้เป็นมากกว่าส่วนกลางของคอนโดฯ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตอย่างครบครันทั้ง 2 อาคาร ไม่ว่าจะเป็น French Parc และ Lake Parc สำหรับการพักผ่อน, Olympic Pool, Full Fitness, Aerobic & Yoga และ Street Basketball สำหรับสายแอ็กทีฟ รวมถึง Workshop Studio, Game Zone และ Sky Lounge ที่เติมเต็มทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน
นอกจากนี้ โครงการยังใส่ใจรายละเอียดของการใช้ชีวิตในทุกวัน ทั้ง Drop Store, Food Drop, Shuttle Service รับ-ส่ง Airport Rail Link สถานีรามคำแหง, Private Storage สำหรับยูนิตพิเศษ รวมถึง Digital Door Lock, เครื่องปรับอากาศพร้อมระบบกรอง PM2.5 Filter และ Touchless Flush ที่ช่วยให้การอยู่อาศัยสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ขณะที่ทำเลบนถนนพัฒนาการยังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันคล่องตัว ทั้งการเชื่อมต่อเอกมัย ทองหล่อ พร้อมใกล้ทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษศรีรัช และระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการรายล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำ
“ยอดขาย 45 วันที่ผ่านมาของโครงการนี้อยู่ที่ 160 ล้านบาท และยอดขายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 54% หรือประมาณ 2,700 ล้านบาท เป็นที่น่าพอใจและสะท้อนว่าโมเมนตัมโครงการนี้จะมีมาเรื่อย ๆ ในอนาคต โดยตั้งเป้ายอดขายถึงสิ้นปีนี้อยู่ที่ 70%”
ไม่ปรับเป้า – ลดเปิด 3 โครงการ
นายไตรเตชะ ระบุถึงภาพรวมตลาดใน 6 เดือนที่ผ่านมาว่า การแข่งขันด้านราคายังมีอยู่ สาเหตุหลักมาจากความไม่เชื่อมั่นด้านสงคราม และความกังวลเรื่องสินเชื่อ แต่ยอดขายของศุภาลัยยังดี เพิ่มขึ้น 9% ทำให้ไม่มีการปรับลดหรือเพิ่มเป้ายอดขาย 45,000 ล้านบาท และรายได้ที่ 37,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ในครึ่งปีแรกศุภาลัยได้เปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่ารวม 12,400 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโด “ลอฟ์ท ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” 3,000 ล้านบาท นอกนั้นเป็นแนวราบ มูลค่า 9,400 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่กรุงเทพ 3 โครงการและต่างจังหวัด 6 โครงการ และมีโครงการที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังอีก 16 โครงการ มูลค่า 19,000 ล้านบาท ทำให้ยอดขายเทน้ำหนักไปที่ครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ จำนวนโครงการที่จะเปิดตัวลดลงจากที่ประกาศไว้เมื่อต้นปี 3 โครงการ
อย่างไรก็ตาม นายไตรเตชะ มองว่า ปัจจัยลบที่ภาคอสังหาฯต้องเผชิญมากมาย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี สินเชื่อกู้ผ่านยาก การลดลงของดีมานด์ต่างชาติ และค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ยังมีโอกาสจากซัพพลายเข้าตลาดน้อย ขณะที่ดีมานด์ยังมีอยู่ จึงเชื่อว่า ตลาดคอนโดยังมีโอกาสและซัพพลายเข้าสู่จุดสมดุลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นที่มาของการลุยพัฒนาโครงการคอนโดราคา 70,000-90,000 บาทต่อตร.ม.เพื่อเติมสต็อกเข้าตลาด และพอร์ตของศุภาลัย ส่วนแนวราบยังเป็นที่น่ากังวล
