‘เฟรเซอร์ส’ ปักธง ‘ชลบุรี’ ลุยนิคมใหม่ใหญ่ 2 พันไร่
“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” ปลื้ม “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” นักลงทุนจีน อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ตอบรับคึก เดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจนิคมและเมืองอุตสาหกรรม รับกระแสลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ปักหมุด “ชลบุรี” ทำเลยุทธศาสตร์ EEC ผุดนิคมฯ แห่งใหม่ใหญ่ 2,244 ไร่
นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร และขยายการลงทุนกลุ่มธุรกิจนิคมและเมืองอุตสาหกรรม หลังโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สะท้อนความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้ประกอบการ นักลงทุน ทำให้บริษัทมั่นใจขยายธุรกิจนิคมและเมืองอุตสาหกรรม รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในประเทศไทย
น.ส.กมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนานิคมและเมืองอุตสาหกรรมระดับพรีเมี่ยม รองรับความต้องการของผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมนำแนวทาง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของลูกค้าและชุมชนโดยรอบ
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนานิคมและเมืองอุตสาหกรรมแห่งใหม่ใน จ.ชลบุรี ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพของอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโครงการในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมโดยรวมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่พัฒนาบนพื้นที่กว่า 2,244 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีศักยภาพด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ด้วยทำเลที่สามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานและฐานการผลิตที่สำคัญในภาคตะวันออก เพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
ล่าสุดนิคมอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เพิ่งต้อนรับบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด พัฒนาโรงงานผลิตกาแฟล้ำสมัยแห่งใหม่ ภายใต้แบรนด์เนสกาแฟอย่างครอบคลุม ได้แก่ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ กาแฟพร้อมดื่ม พร้อมด้วยศูนย์กระจายสินค้ารองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โดยจะก่อให้เกิดการจ้างงาน 520 ตำแหน่ง ยังใช้วัตถุดิบและวัสดุสำคัญจากภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำตาล น้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย คิดเป็นมูลค่า 4,300 ล้านบาทต่อปี