เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ชง 4 รูปแบบ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ให้ รมว.แรงงาน เคาะ

24 มี.ค. 2569 | 19:24น.
ประกันสังคม

บอร์ดประกันสังคม ชงระเบียบเลือกตั้ง 4 รูปแบบ ให้ รมว.แรงงาน พิจารณา ชี้ใช้ระเบียบเดิมเดินหน้าได้ทันที ขณะที่ทั้งกระบวนการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 120 วัน ลุ้นเลือกตั้งกลาง ก.ค. 69

มติชน รายงานว่า นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 6/2569 ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ ภายหลังบอร์ดชุดปัจจุบันหมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ขณะนี้สำนักงานได้พิจารณาทั้งในมิติของข้อกฎหมาย ผลการรับฟังความคิดเห็น และข้อจำกัดด้านระยะเวลา โดยเฉพาะความจำเป็นในการเร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารกองทุน

นางนิยดา กล่าวว่า สปส.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการยกร่างระเบียบการเลือกตั้งศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยนำผลการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกันตนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 1.2 ล้านคน มาประกอบการพิจารณา ก่อนสรุปเป็น “4 รูปแบบ” เพื่อเสนอเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้คณะกรรมการประกันสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา

สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย

รูปแบบที่ 1 ฉบับรับฟังความคิดเห็น โดยแยกสัดส่วนฝั่งผู้ประกันตน กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน โดย “แยกสัดส่วนเพิ่มเติม” เช่น มาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ด้านสิทธิเลือกตั้ง นายจ้าง 1 นิติบุคคล เลือกได้ 1 คน และผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้ 1 คน กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นข้าราชการหรือมีตำแหน่งทางการเมือง และต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา

รูปแบบที่ 2 แยกสัดส่วน และขยายสิทธิเลือกตั้ง โดยจำนวนผู้แทนยังคง 7 คนต่อฝ่าย โดยฝ่ายผู้ประกันตน “แยกสัดส่วน” เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 ม.33 มี 5 คน, ม.39 มี 1 คน, ม.40 มี 1 คน แต่ปรับ “สิทธิการเลือกตั้ง” โดยนายจ้างสามารถเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ 7 คน ตามสัดส่วน เช่น ม.33 เลือก 5 คน ม.39 และ 40 เลือกได้กลุ่มละ 1 คน คุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขเงินสมทบ ยังคงเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1

รูปแบบที่ 3 ไม่แยกสัดส่วนและเลือกแบบรวม กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดย “ไม่แยกสัดส่วน” ผู้ประกันตน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน
ยังคงกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีความสุจริต และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงเงื่อนไขเงินสมทบ 48 เดือนใน 60 เดือน เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 และ 2

รูปแบบที่ 4 ใช้ระเบียบเดิม พ.ศ.2564 กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกับ 3 รูปแบบแรก ส่วนเงื่อนไขเงินสมทบ กำหนดให้ส่งเงินสมทบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 36 เดือน นับถึงวันสมัคร

นางนิยดา กล่าวว่า รูปแบบที่ 1-3 จำเป็นต้องดำเนินการยกร่างระเบียบใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร และอาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่รูปแบบที่ 4 สามารถดำเนินการได้ทันที โดยสำนักงานสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเดินหน้ากระบวนการตามขั้นตอนต่อไปได้

ในด้านกรอบเวลา สปส.ประเมินว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 120 วัน ตั้งแต่การเตรียมการ การประกาศวันเลือกตั้ง การรับสมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนและประกาศผล ดังนั้น หากต้องการให้ได้บอร์ดชุดใหม่โดยไม่ล่าช้า คาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกใช้แนวทางที่ต้องยกร่างใหม่ อาจทำให้ไทม์ไลน์ขยับออกไป และส่งผลให้สถานะรักษาการยืดเยื้อ

“ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกังวลคือ บอร์ดหมดวาระไปแล้ว หากปล่อยให้รักษาการเป็นเวลานาน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารกองทุน จึงมีความพยายามที่จะเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด” นางนิยดา กล่าว

เมื่อถามถึงอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายในการเลือกใช้ระเบียบเลือกตั้งทั้ง 4 รูปแบบ นางนิยดา กล่าวว่า สำนักงานฯ มีหน้าที่รวบรวมข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอทั้ง 4 รูปแบบ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านระยะเวลา เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา

โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ หากใช้ระเบียบเดิม รูปแบบที่ 4 สปส.สามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากเป็นรูปแบบใหม่ 1-3 ต้องเสนอร่างตามขั้นตอนกฎหมาย และรัฐมนตรีจะเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 8 ในการพิจารณาเลือกแนวทาง ทั้งนี้ สปส.เตรียมเร่งสรุปผลการประชุมและรายงานต่อรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อกรอบเวลา โดยยืนยันว่าทั้ง 4 รูปแบบจะถูกเสนอครบถ้วน แม้บางแนวทางอาจยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันในการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อถามว่าแม้จะมีผลรับฟังความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง แต่ยังเปิดทางเลือกทั้ง 4 รูปแบบเสนอต่อ รมว.แรงงาน นางนิยดา กล่าวว่า แม้ผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนหนึ่งจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขระเบียบ แต่สำนักงานยังคงเสนอทั้ง 4 แนวทาง เพื่อให้รัฐมนตรีมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ และสามารถพิจารณาทั้งมิติของนโยบายและข้อจำกัดเชิงปฏิบัติ

ถามต่อว่าจะมีการเสนอ รมว.แรงงานในช่วงไหนเป็นอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับไทม์ไลน์เลือกตั้ง แล้วกรณีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน คนปัจจุบันสามารถปฏิเสธในการพิจารณา แล้วรอให้ รมว.คนใหม่มาพิจารณาแทนได้หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นช่วงใด เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบแทนได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น

เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่ควรตัดสินใจ นางนิยดา กล่าวว่า ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกระบวนการเลือกตั้งที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเป้าหมายการจัดเลือกตั้งในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ดังนั้น การตัดสินใจควรเกิดขึ้นโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่ามีความเห็นที่หลากหลายในการประชุม แต่เป็นเรื่องปกติของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ควรเร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ได้บอร์ดชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนรักษาการ

“ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา สำนักงานอาจเสนอให้ใช้ระเบียบเดิมเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทัน แต่แนวทางใหม่ทั้ง 3 รูปแบบไม่ได้ถูกทิ้ง และสามารถนำไปพัฒนาในการเลือกตั้งรอบถัดไป ซึ่งมีวาระทุก 2 ปี” นางนิยดา กล่าว

จี้ รมว.แรงงาน ใช้ระเบียบเดิม

มติชน รายงานเพิ่มเติมว่า รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุตรดี คณะกรรมการ ประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 6/2569 ว่า ที่ประชุมโดยปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการประกันสังคมเห็นว่าให้มีการใช้ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดฉบับเก่าไปก่อน เนื่องจากปัจจุบันเป็นบอร์ดรักษาการมาได้ 1 เดือน หากจะต้องใช้ระเบียบการเลือกตั้งใหม่จะเป็นการกินเวลาและทำให้บอร์ดต้องรักษาการยาวนานมากกว่า 6 เดือน

“ตอนนี้ไทม์ไลน์คร่าวๆ ตามที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมคือคาดหมายว่าจะสามารถเลือกตั้งได้ ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 สำหรับระเบียบการเลือกตั้งที่จะส่งให้กับ รมว.แรงงานลงนามนั้น จะมีทั้งหมด 4 ร่าง โดย 3 ฉบับเป็นร่างตัวใหม่ และ 1 ฉบับเป็นร่างตัวเดิม และเป็นไปตามผลการรับฟังความเห็นของประชาชนกว่า 95% ที่ต้องการให้ใช้ระเบียบชุดเดิม”

“ผมขอส่งสัญญาณถึงว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ หรือแม้กระทั่งคุณตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตอนนี้เรารักษาการมาแล้ว 1 เดือนเพราะฉะนั้นการใช้ร่างระเบียบเก่าจะทำให้การดำเนินการการเลือกตั้ง เกิดขึ้นได้โดยเร็วมีประสิทธิภาพทำให้การบริหาร สำนักงานประกันสังคม สามารถทำได้เต็มที่” รศ.ษัษฐรัมย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า การกำหนดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในเดือนกรกฎาคม 2569 นั้นนานเกินไป เพราะระยะเวลาของบอร์ดมีอายุ 2 ปีแต่ถ้าบอร์ดรักษาการนานถึง 6 เดือน ก็ปาเข้าไป 25% ของอายุบอร์ด ดังนั้นเราจึงยืนยันเสมอว่าหากสามารถจัดการเลือกตั้งได้เร็วขึ้นราวๆ เดือนพฤษภาคมหรือ มิถุนายน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง

ทั้งนี้ จากนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปลายปากกาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่ว่าจะเป็นคนเดิม หรือ คนใหม่ที่มีรายงานว่ามาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยที่ได้มีการหาเสียงกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมคือการปฏิรูปและจัดการเลือกตั้งประกันสังคม 1 คนเลือก 7 คนตามร่างระเบียบเก่าที่มีมา นี่คือสิ่งที่ปรากฏในดิจิทัลฟุตปริ้นซ์ ที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเอาไว้

เมื่อถามว่ากรณีมีบอร์ดรักษาการที่ยาวนานเกินไปเช่นนี้จะส่งผลดีผลเสียอย่างไร รศ.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า มีผลเสียแน่นอนเพราะวันนี้มีวาระ ที่เราหารือร่วมกันว่ามีหลายกรอบงบประมาณที่มีมูลค่าสูง 60 ล้านบาท ร้อยล้านบาทเราในฐานะบอร์ดรักษาการก็ไม่มีความสบายใจที่จะพิจารณางบประมาณที่มีการผูกพันสูงขนาดนั้น นอกจากนั้นเรื่องสิทธิประโยชน์ก็จะล่าช้าเช่นกัน เพราะการผลักดันเรื่องนี้ควรเป็นบอร์ดที่มีอำนาจเต็มเพราะเป็นเรื่องที่ผูกพันงบประมาณหลักพันล้านบาทที่จะจ่ายตรงให้กับผู้ประกันตน ดังนั้นการรักษาการที่ยาวนานจะสร้างปัญหาตรงนี้

เมื่อถามว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไรบ้าง รศ.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า ก็ตั้งใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งส่วนตัวและของประเทศนี้ของผู้ประกันตน เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาคือการที่เราดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง

จึงคาดหวังว่า 2 ปีต่อจากนี้ หากเรามีโอกาสกลับเข้ามาอีกก็คงจะเป็น 2 ปีและเป็นสมัยสุดท้ายของตนเอง จะไม่มีการเว้นวรรคแล้วกลับมาเกี่ยวพันกับบอร์ดประกันสังคมอีก ถึงแม้ตามกฎหมายจะอยู่ได้ 2 สมัยเว้นวรรคได้แล้วกลับเข้ามาได้อีก

ย้ำว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะไม่ฝังรากตัวเองอยู่ในประกันสังคม เราจะส่งไม้ต่อให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงทำการแก้ไขทำการปฏิรูป ไม่มีการผูกขาดจะไม่อยู่กัน 10 ปี 20 ปี ไม่อยู่กันถึงปี 2600 ทั้งนี้สิ่งที่สมัยหน้าถ้าเราได้เข้ามาแล้วคิดจะผลักดันก็คือสิทธิประโยชน์ขนาดใหญ่ เงินเด็กการปฏิรูปเงินบำนาญ การเพิ่มบำนาญตามอัตราเงินเฟ้อ การขยายสิทธิ์ค่าการศึกษาของบุตรและครอบครัวหรือการเพิ่มเงิน กรณีว่างงานที่จำเป็นจะต้องดูแลบุคคลในครอบครัว จะพิจารณาทวีคูณ เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่าผู้มีสิทธิน่าจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มากกว่าล้านคน