เอ็ม บี เค ตั้งเป้าปี’68 ติดตั้ง Solar Rooftop ทุกธุรกิจ

เป็นประจำทุกปี เมื่อถึงวันที่ 22 เมษายน หรือวันคุ้มครองโลก (Earth Day) องค์กรต่าง ๆ มักจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมออกมาอยู่เสมอ ทั้งนั้นเพราะวันคุ้มครองโลก เป็นโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNEP) กำหนดขึ้นเพื่อให้ประชาคมโลกเกิดความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโลก

ปัจจุบันประเทศไทยมีหลายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนหันมาใส่ใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่าง ๆ เช่นเดียวกับ “เอ็ม บี เค” ที่กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนติดตั้ง “Solar Rooftop” ที่ถือเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยลดการปล่อย CO2 และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้ในครัวเรือนให้กับการไฟฟ้าอีกด้วย

เพราะโซลาร์ไม่ใช่เพียงแค่แฟชั่น แต่เป็นเทรนด์ระยะยาวของเทคโนโลยีที่จะเป็นเกราะป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็ม บี เค เป็นแบรนด์เก่าแก่ อยู่คู่เมืองไทยมากว่า 40 ปี โดยกลุ่มธุรกิจยุคใหม่ของเรามุ่งตอบแทนกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้การบริหารธุรกิจมั่นคงแข็งแกร่ง

Advertisment

โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นหน้าที่สำคัญของกลุ่มเอ็ม บี เค ที่ต้องดูแล และเอาใจใส่รักษาสภาพแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการภายในไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยเฉพาะแนวคิดองค์กรสีเขียว (Green Organization) หรือองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นภายในประเทศตามทิศทางกระแสโลก ยิ่งเฉพาะหลังไทยประกาศยกระดับการลดภาวะก๊าซเรือนกระจก หรือการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 หรือ พ.ศ. 2608 จนส่งผลถึงความท้าทายให้เกิดความร่วมมือในหลายภาคส่วน

“ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ถูกนำมาบริหารจัดการใช้ทรัพยากรด้านพลังงานให้คุ้มค่าตามนโยบายการพัฒนาความยั่งยืน นโยบายการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จัดสรรการใช้ทรัพยากรน้ำ พลังงานไฟฟ้า ลดขยะมลพิษและของเสียจากห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ตามมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001:2018 อย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนั้น กลุ่มธุรกิจเอ็ม บี เค ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารธุรกิจ ภายใต้ความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงสะท้อนให้เห็นทั้งต้นทุน และการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระยะยาว ตรงกับจุดยืนของเอ็ม บี เค ในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานสีเขียว และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

Advertisment

รวมทั้งสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ประเทศไทยไปพร้อมกัน ด้วยการนำนวัตกรรมการผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในอาคาร เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้ารายเดือนของแต่ละอาคารมาติดตั้งในพื้นที่ธุรกิจอย่างจริงจัง

อันสอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เล็งเห็นความสำคัญของพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานจากธรรมชาติก่อนถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มธุรกิจเอ็ม บี เค จึงหันมาส่งเสริมการติดตั้งแผงโซลาร์ เพื่อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นับเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ใช้แล้วไม่หมดและยังเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หลายประเทศจึงกำหนดนโยบายการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลลง

“วิจักษณ์” บอกว่า จากจุดเริ่มต้นปี 2563 ถึงปัจจุบัน ธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค มุ่งเน้นการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG) (เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ประกอบกับการที่ปัจจุบันภาครัฐเริ่มเข้ามาสนับสนุนเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (BCG)

ทั้งนี้ เอ็ม บี เค ตั้งเป้าการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ในธุรกิจต่าง ๆ ของเครือให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 โดยคำนึงถึงมาตรการควบคุมการใช้พลังงานตามนโยบายการอนุรักษ์พลังงานโดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ตามมาด้วยศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส, โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท,

โรงแรมทินิดี ไฮด์อเวย์ ต้นไทร บีช กระบี่ และพื้นที่ในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ได้แก่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ สนามกอล์ฟริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ สนามกอล์ฟบางกอก กอล์ฟ คลับ และโรงแรมทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด มีการขยายพื้นที่ติดตั้งรวมประมาณ 7.987 เมกะวัตต์ สูงสุด (MWp) ในพื้นที่ธุรกิจอย่างจริงจัง

โดยปีที่ผ่านมาดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบแล้วจำนวน 3,833 kwp. (Kilowatt Peak) และปี 2567 ตั้งเป้าหมายที่จะจ่ายไฟเข้าระบบเพิ่ม 3,684 kwp. ขณะเดียวกัน ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค สนามกอล์ฟเรด เมาท์เทิน กอล์ฟ คลับ สนามกอล์ฟล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการติดตั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จในปี 2567