HSBC x คีนัน สร้างภูมิคุ้มกันการเงินป้องกันภัยไซเบอร์ให้แรงงานอุตฯอีอีซี
ความเครียดทางการเงินส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง เทียบเท่ากับการสูญเสียเวลาทำงานเฉลี่ยถึง 7 ชั่วโมงต่อพนักงาน 1 คนในแต่ละสัปดาห์ และยังก่อให้เกิดภาวะขาดสมาธิในการทำงานเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่า แต่หากองค์กรมีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานของพนักงานได้สูงสุดถึง 84%
ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย (HSBC Thailand) ร่วมกับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ประกาศเปิดตัวโครงการ “MoneyWise in EEC : Building Financial Resilience & Cyber Security for Factory Workers” มุ่งเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้แก่แรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่ามกลางสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง และภัยฉ้อโกงออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากปัญหาหนี้สินแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขควบคู่กันไปก่อนจะลุกลามกลายเป็นปัญหาระดับเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มมิจฉาชีพเริ่มอาศัยช่องโหว่จากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประชาชนใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวันเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง
สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) รายงานว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ประเทศไทยพบคดีฉ้อโกงออนไลน์มากกว่า 170,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้บริการทางการเงินดิจิทัลในชีวิตประจำวัน มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ได้ไม่น้อยไปกว่ากลุ่มผู้บริโภคทั่วไป
ขณะเดียวกัน ทิศทางการลงทุนในพื้นที่ EEC ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 1,299 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.473 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งรวมถึงเขต EEC มีมูลค่ารวมสูงถึง 4.96 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในพื้นที่ดังกล่าว
ด้วยจำนวนแรงงานในพื้นที่ EEC ที่มีอยู่กว่า 1,023,351 คน (ข้อมูลปี 2568) การยกระดับผลิตภาพแรงงานจึงยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการสร้างแรงงานที่มีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีระดับโลก
MoneyWise in EEC
นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ MoneyWise in EEC ตั้งเป้าที่จะเสริมศักยภาพให้แก่แรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ด้วยความรู้ทางการเงินและทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการเงิน การบริหารจัดการหนี้ ไปจนถึงการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องรายได้และใช้บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

เมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมของกำลังแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน สำหรับระยะนำร่อง ตั้งเป้าเข้าถึงพนักงานจำนวน 400 คน ผ่านเวิร์กช็อปทั้งรูปแบบออนไซต์และไฮบริด เพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมให้คำแนะนำด้านการจัดการหนี้ การจัดทำงบประมาณสำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นกะ วิธีป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ และสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
นับตั้งแต่การลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ EECO ในปี 2568 ธนาคารได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมและโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนในตลาดสำคัญอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ตลอดจนร่วมจัดงานเสวนาแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ อาทิ งานสัมมนาดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2568 และงานเสวนา HSBC’s Thailand Direct PPA Roundtable ในปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงในภูมิภาค
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ EECO ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเชิงกลยุทธ์กับเอชเอสบีซีประเทศไทย ได้เห็นอย่างชัดเจนว่านักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพของแรงงานในพื้นที่เป็นอย่างมาก ความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับพันธกิจเชิงกลยุทธ์ระหว่าง EEC และเอชเอสบีซี ยกระดับเป้าหมายให้ไกลกว่าแค่การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศสู่การลงมือพัฒนาทุนมนุษย์ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน EEC ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญในการเติมเต็มระบบนิเวศการลงทุนใน EEC ให้สมบูรณ์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่นักลงทุนทั่วโลก

ด้าน ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ ประธานอำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า การพัฒนาแรงงานต้องครอบคลุมทั้งทักษะทางวิชาชีพและทักษะชีวิตที่จำเป็นควบคู่กันไป โครงการนี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานควบคู่ไปกับการสร้างผู้นำพนักงานภายในสถานประกอบการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้อย่างต่อเนื่องภายในองค์กร และยังเป็นการส่งเสริมให้นายจ้างหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางการเงินของพนักงาน ในฐานะองค์ประกอบหลักของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

แรงงานภาคอุตสาหกรรมคือกำลังสำคัญของพื้นที่ EEC การรู้เท่าทันวิธีจัดการหนี้สิน การสร้างเงินออมฉุกเฉิน และการระวังภัยหลอกลวงออนไลน์ จะช่วยให้พวกเขารับมือกับความท้าทายทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น เมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางการเงินและคลายความกังวลเรื่องหนี้สิน พวกเขาก็สามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จะได้แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการดูแลสวัสดิภาพของพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (ESG) ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ดี สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับเสถียรภาพทางการเงินและความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างครอบคลุมในภูมิภาค EEC
การลงทุนด้านความรู้ทางการเงินให้แก่แรงงานเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ