เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
ดูทั้งหมด

“PEA” จ่ายไฟสายเคเบิลใต้น้ำ เพิ่มคุณภาพชีวิตเกาะกูด-เกาะหมาก

10 มิ.ย. 2562 | 11:35น.

วิสัยทัศน์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค-กฟภ. (Provincial Electricity Authority-PEA) คือ การให้บริการพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย จึงทำให้ PEA ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนางานด้วยเทคโนโลยี เพื่อกระจายไฟฟ้าไปพื้นที่ห่างไกลให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งเมื่อไม่นานผ่านมา PEA มีการสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV ไปยังเกาะกูด และเกาะหมาก จ.ตราด เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้เพียงพอ ส่งผลให้ความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้ง 2 เกาะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทั้งในด้านสังคม และเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

“ภานุมาศ ลิ้มสุวรรณ” รองผู้ว่าการกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า จ.ตราดมีจำนวนเกาะทั้งหมด 66 เกาะ และเกาะที่ต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า คือ เกาะกูด และเกาะหมาก เพราะแต่ก่อนจ่ายไฟฟ้าด้วยพลังงานดีเซล และพลังงานจากโซลาร์เซลล์ แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีคนอาศัยอยู่บนเกาะมากขึ้น โดยปัจจุบันทั้ง 2 เกาะมีคนกว่า 1 พันครัวเรือน ทั้งยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวด้วย

สำหรับการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV ไปยังเกาะกูด และเกาะหมาก จ.ตราดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV ขนาด 300 ตารางมิลลิเมตร ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 33 กิโลเมตร จากฝั่ง อ.คลองใหญ่ บริเวณโรงเรียนบ้านตาหนึก ไปยังเกาะกูด บริเวณอ่าวสลัดรองรับโหลดสูงสุด 13.9 MW และก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV ขนาด 120 ตารางมิลลิเมตร ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 17 กิโลเมตร จากเกาะกูด บริเวณอ่าวสลัด ไปยังเกาะหมาก บริเวณอ่าวนิด โดยใช้งบประมาณ 1,413 ล้านบาท ซึ่งเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำมาตั้งแต่ 18 พฤษภาคม 2558

เนื่องจากเกาะกูดและเกาะหมากมีแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 3.48% ต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า และคาดการณ์ว่าในปี 2586 จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าบนเกาะทั้ง 2 แห่ง มากถึง 15.13 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV สามารถรองรับโหลดได้สูงสุดถึง 22 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้ได้อย่างเพียงพอ

“วันนี้เรากลับมาดูเกาะกูด และเกาะหมากแล้ว เห็นหลายสิ่งพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น โดยสามารถสรุปสิ่งที่พัฒนาขึ้น 2 ด้านหลัก ๆ คือ หนึ่ง ด้านคุณภาพชีวิตด้านสังคม เนื่องจากประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค เนื่องจากมีปริมาณไฟฟ้าที่เพียงพอ และเต็มประสิทธิภาพต่อการดำเนินชีวิต ให้มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย โดยจะเห็นได้จากโรงพยาบาลเกาะกูดสามารถใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องสำรองไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในรูปแบบของแบตเตอรี่ไว้ใช้งานในช่วงกลางคืน ทั้งยังมีปริมาณแสงสว่างที่เพียงพอในยามค่ำคืน ช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและอาชญากรรม”

“สอง ด้านคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการจึงทำให้เกิดการลงทุนของธุรกิจบริการ และท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะมีการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวของเกาะกูด และปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นจึงมีเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นปีละ 20% ทำให้เกาะกูดเป็นเกาะที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี รวมถึงการขยายตัวของร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของฝากจำนวนมาก ทำให้เกิดการสร้างงานและอาชีพให้กับประชาชนบนเกาะ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น”

หลังจากความสำเร็จจากการสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้าด้วยสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 22kV ไปยังเกาะกูด และเกาะหมาก ยังมีการมองไปยังเกาะอื่น ๆ ด้วย โดยในปี 2563 จะมีการจ่ายไฟไปยังเกาะปันหยี จ.พังงา ทั้งยังมีความคิดในการเสนอแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

“ภานุมาศ” กล่าวถึงภาพรวมของซีเอสอาร์ของ PEA ว่า เรามีโครงการ ซีเอสอาร์ปีละหลายโครงการ โดยเน้นเรื่องการดูแลชุมชน เช่น โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป เช่น โรคเกี่ยวกับหู โรคฟัน โรคทางเดินอาหาร โรคนิ้วล็อก ตรวจวัดสายตา และแจกแว่นสายตา โดยในปี 2560 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จำนวน 11 ครั้งทั่วประเทศ และสามารถให้การตรวจรักษาโรคแก่ประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 35,875 ราย และโครงการ PEA ช่วยภัยแล้งด้วยพลังงานทดแทน ด้วยการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในการจัดหาอุปกรณ์ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

“อีกโครงการสำคัญที่เราภูมิใจ คือ โครงการ 1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า ที่เราคว้ารางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2019 ประเภทการลงทุนทรัพยากรบุคคล ในงาน International CSR Summit 2019 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้รางวัลในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยเราดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า มาตั้งแต่ปี 2560 เพราะเรามองเห็นปัญหาหลังจากที่เราจ่ายกระแสไฟฟ้าไปให้ตามหมู่บ้านในชุมชนที่ห่างไกลแล้ว คนในพื้นที่ยังขาดแคลนช่างที่มีความรู้ด้านการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า”

“เราจึงจัดการอบรมชาวบ้านให้มีทักษะความชำนาญในการแก้ไขระบบไฟฟ้าเบื้องต้นภายในครัวเรือน โดยเน้นย้ำความปลอดภัยให้ชาวบ้าน ทั้งยังสามารถเป็นจิตอาสาช่วยดูแลระบบจำหน่ายของ PEA เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพได้ด้วย”

“โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ให้บริการของ PEA 74 จังหวัด เข้าร่วมอบรมให้ความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 หลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ซึ่งพวกเขาจะได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถในสาขาดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขึ้นทะเบียนช่างไฟฟ้าในโครงการนำรายชื่อเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชั่น โดยในปี 2563 PEA ตั้งเป้าหมายให้มีช่างไฟฟ้า 1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า ครบทุกตำบล รวมทั้งสิ้น 8,000 คน”

“ทั้งนั้น เพราะรางวัล AREA 2019 เป็นข้อพิสูจน์ว่า เราเป็นองค์กรเติบโตร่วมกับสังคม เพราะรางวัลนี้จะมอบให้กับองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน เพื่อแสดงความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับนานาชาติ”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PEA เคเบิลใต้น้ำ