คนของประชาชน
คอลัมน์ CSR Talk
“อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”
วลีสั้น ๆ ที่สื่อสารถึงวิธีการลดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย และสะดวกที่สุด เพราะโรคติดต่อเหล่านี้จะลดลง เมื่อเราไม่ออกไปติดต่อกันข้างนอก และตอนนี้องค์กรต่าง ๆ เริ่มปรับตัวไปสู่โหมดการทำงานที่บ้าน (work from home) หรือการประชุมแบบ live streaming เพื่อลดการอยู่ใกล้กัน ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นหัวใจของการลดการแพร่ระบาดเชื้อโรคท่ามกลางวิกฤตขณะนี้
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งยังมีอีกหลายคนที่ยังคงทำงานหนัก และไม่ได้หยุดพัก เพื่อจะช่วยหยุดยั้ง และบรรเทาความทุกข์ของสังคมไทย ซึ่งพวกเขาคือ “ฮีโร่” และ “กำลังสำคัญ” ที่จะขับเคลื่อนสังคมกลับสู่สภาวะปกติได้
“หมอแอน” หรือ “ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล” รองอธิการบดีฝ่ายนักศึกษา และประธานคณะทำงานป้องกัน และควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวแรงหลักในการดูแลชีวิตนักศึกษาธรรมศาสตร์กว่า 4 หมื่นคน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะเธอทำหน้าที่ในฐานะผู้ให้ และส่งต่อหน้ากากผ้า (THAMMASK) หน้ากากอนามัยสะท้อนน้ำรุ่นพิเศษ เพื่อแจกจ่ายไปยังบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ
โดยกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ การขนส่งโดย “ไปรษณีย์ไทย” ที่เข้ามาสนับสนุนการส่งหน้ากากอนามัยครั้งนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และมั่นใจได้ว่าหน้ากากอนามัยที่ส่งไปยังบุคลากรทางการแพทย์จะถึงมือคุณหมอ เจ้าหน้าที่อย่างปลอดภัย
“มหาวิทยาลัยในฐานะเป็นองค์กรที่มีบุคลากรที่มีความรู้หลากหลาย แล้วก็มีการสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบหรือช่วยป้องกันโควิด-19 ผ่านโครงการ THAMMASK รู้สึกดีใจ และปลาบปลื้มมากที่คนไทยไม่เคยทิ้งกัน ดีใจที่ไปรษณีย์ไทยเห็นคุณค่าของโครงการนี้ ด้วยการยื่นมืออาสาเข้ามาสนับสนุนด้านการขนส่ง และมั่นใจว่าไปรษณีย์ไทยจะสามารถจัดส่งหน้ากากอนามัยไปยังบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศด้วยความปลอดภัย”
“สมเกียรติ มั่งมีสิน” ผู้ช่วยหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ขับเคลื่อนการขนส่ง “THAMMASK” หน้ากากอนามัยสะท้อนน้ำรุ่นพิเศษจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่โรงพยาบาลทั่วประเทศ บอกว่าดีใจที่เราเป็นเบื้องหลังในภารกิจสำคัญครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไปรษณีย์ที่ได้อยู่เคียงข้างประชาชนคนไทยทั้งในยามสุข และยามทุกข์
“โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตนี้ คนไปรษณีย์ทุกคนมีขั้นตอนในการดูแลตัวเอง และมีมาตรการบริหารจัดการในเส้นทางไปรษณีย์ที่จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ และมีบริการรับฝากส่งนอกสถานที่ที่จะอำนวยความสะดวกประชาชนมากยิ่งขึ้น ในฐานะตัวแทนคนไปรษณีย์ไทยทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนทุกคน และพร้อมยืนหยัดให้บริการ ไม่มีวันหยุดเพื่อคนไทย”
“หมอแอค” อาจารย์ นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร แพทย์ประจำศูนย์ชีวาภิบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และหัวหน้าโครงการวิจัยนำร่องเพื่อศึกษาทดสอบระบบอัจฉริยะสำหรับจัดหาอาสาสมัครสาธารณสุข (MedAsa) สภากาชาดไทย บอกว่า MedAsa เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน กรองคุณภาพ และทำความสะอาดของบริจาคต่าง ๆ
“โดยเน้นอุปกรณ์ทางการแพทย์จากภาคประชาชน แล้วจะกระจายส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ตามที่โรงพยาบาลได้แจ้งความประสงค์เข้ามา โดยไปรษณีย์ไทยถือเป็นตัวเชื่อมประสานที่สำคัญมากในการเชื่อมโยงของบริจาคจากจิตอาสาทั่วประเทศ และเป็นเครือข่ายหนึ่งที่ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบและทั่วถึง”
“วิชาญ แม้นเขียว” บุรุษไปรษณีย์ สังกัด ปณ.ราษฎร์บูรณะ กับภารกิจส่งต่อหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์จาก “ผู้ให้” ถึง “ผู้รับ” บอกว่า ผมทำหน้าที่อย่างดีที่สุดครับ ยิ่งช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนไม่ออกจากบ้าน แต่ใช้บริการผ่านไปรษณีย์ไทย เรายิ่งต้องพร้อม ต้องดูแลตัวเองให้มาก และรักษาสุขภาพ เพราะเราคือกำลังหลักที่จะช่วยคนไทยในขณะนี้
“แต่ก็มีอีกบทบาทหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ การส่งต่อหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเราภูมิใจอย่างมาก คือเราเป็นเสมือนตัวกลางความรู้สึกของผู้ให้และผู้รับที่ส่งต่อให้กัน”
“ติ๊บ” นิภาวรรณ เต่าทอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจคัดกรอง และดูแลสมาชิกในชุมชน บ้านคลองญี่ปุ่นเหนือ โดยได้รับหน้าที่หลักในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 คือ การป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่หมู่บ้าน และคอยตรวจสอบสุขอนามัยของคนในชุมชน
“สำหรับการทำหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ในช่วงสถานการณ์ขณะนี้ ถือว่าเป็นความท้าทาย และมีความเสี่ยงมาก แต่หัวใจสำคัญที่พวกเราทำคือการจะต้องช่วยบรรเทาและแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ให้ได้มากที่สุด”
เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ คือ ผู้อยู่เบื้องหลังในการส่งต่อความช่วยเหลือ เพื่อยับยั้งและบรรเทาภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยพวกเขาพร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้จะอยู่ในความเสี่ยงก็ตาม ทั้งนั้นเพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าส่งต่อหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปแล้วกว่า 100,000 กิโลกรัม ใน 164 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ดังนั้น หากประชาชน, ภาครัฐ, ภาคเอกชน มีความประสงค์จะส่งหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ไปให้โรงพยาบาล สามารถนำมาส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ได้อย่างต่อเนื่อง หรือหากมีจำนวนมาก สามารถแจ้งความประสงค์กับไปรษณีย์ไทย ได้ที่หมายเลข 0-2831-3598 หรือ 09-1771-7408 เพื่อประสานงานในการขนส่งสำหรับการหุ้มห่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น กล่องอะคริลิก หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนการขนส่ง
พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีโครงการที่ชวนคนไทยเขียนไปรษณียบัตรส่งกำลังใจให้คุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ หรือคนที่รัก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีกำลังใจต่อสู้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย