ดีเอ็นเอ “คนไปรษณีย์” “เราจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตไปด้วยกัน”
ต้องยอมรับว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจหลายภาคส่วน แต่กระนั้นยังมีอีกหลายธุรกิจกลับเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวก และลดการปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งหน้าของผู้คน เช่น การประชุมคอนเฟอเรนซ์ออนไลน์, ส่งสินค้า และอาหาร รวมไปถึงการส่งพัสดุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ
ผลเช่นนี้เมื่อดูข้อมูลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ (กสทช.) ยิ่งตอกย้ำความเชื่อดังกล่าว เพราะข้อมูลเหล่านั้นคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในตลาด e-Commerce โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่า 80%
ดังนั้น ธุรกิจด้านการขนส่งโลจิสติกส์-ข้อมูลข่าวสาร จึงกลายเป็นฟันเฟืองหลักและตัวกลางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในการขนส่งสิ่งของให้กับผู้คนทั่วประเทศ เพราะนอกจากจะยึดหลักการจัดส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัย ราคาเป็นมิตร ยังเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุดอีกด้วย
ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกเสียจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

“ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า ไปรษณีย์ไทย เป็นผู้ให้บริการติดต่อสื่อสารของชาติ ด้วยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะอยู่เคียงข้างคนไทยในทุก ๆ สถานการณ์ ซึ่งผ่านมาไปรษณีย์ไทยวางแนวทางการดำเนินงานในสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาระดับหนึ่ง จึงสามารถรับมือกับจำนวนสิ่งของฝากส่งที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากได้
ดังนั้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงความต้องการของผู้ใช้บริการในทุกสถานการณ์ จากยอดปริมาณสิ่งของพัสดุที่เข้ามาในระบบที่เพิ่มขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงยกระดับกลยุทธ์ 5 มิติคุณภาพการบริการใน“ดีเอ็นเอคนไปรษณีย์” เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดแบบไม่มีสะดุดให้กับผู้ใช้บริการทุกคน ดังนี้
หนึ่ง ให้บริการเคียงข้างประชาชนแม้ภาวะวิกฤต เนื่องจากท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ไปรษณีย์ไทยจึงเปิดให้บริการตามปกติ และอยู่เคียงคู่คนไทยในทุกสถานการณ์ โดยใช้ศักยภาพอำนวยความสะดวก เพื่อให้เกิดความไว้วางใจมากที่สุด
สอง เว้นระยะห่าง แต่ยังเคียงข้างคนไทย เนื่องจากหัวใจสำคัญในการให้บริการ คือ ความปลอดภัย และความรวดเร็ว แม้ในสถานการณ์ภาวะวิกฤต คนไปรษณีย์ยังคงพร้อมให้บริการ และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนคนไทยทุกคน
สาม “จริงใจ” เคียงข้างผู้ใช้บริการ เนื่องจากพื้นฐานของธุรกิจบริการที่ใกล้ชิดกับประชาชน คือ ความจริงใจ และซื่อสัตย์ต่อผู้ใช้บริการ ไม่เพียงแค่การทำหน้าที่ให้บริการอย่างดีที่สุด แต่ยังรวมไปถึงการมีปฏิสัมพันธ์ และช่วยเหลือชุมชนด้วย
วิธีคิดเหล่านี้จึงหล่อหลอมให้คนไปรษณีย์ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือส่งต่อของบริจาค หรือแม้กระทั่งไปรษณียบัตรส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งแม้จะเป็นภารกิจที่หนักหนา แต่พวกเขาก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือสังคมอย่างสุดความสามารถ
สี่ ความเชื่อมั่นคือกุญแจสำคัญในการต่อสู้ภาวะโควิด-19 เพราะความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้บริการเลือกบริการดังนั้น ไปรษณีย์ไทยจึงต้องการบริการที่ดีเพื่อรักษาความเชื่อมั่นไว้ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการให้บริการของคนไปรษณีย์ไทย ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน จะยิ่งทำให้เห็นถึงความพร้อมและการเตรียมการที่ดี เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและมีมาตรฐาน
ห้า เข้าใจผู้ใช้บริการ เนื่องจากการเข้าถึงและเข้าใจผู้ใช้บริการเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากผู้ให้บริการ กระทั่งนำไปสู่การบริการที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า
เนื่องจากไปรษณีย์ไทยเดินหน้าพัฒนาบริการเพื่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสูงสุด ใส่ใจในรายละเอียดเพื่อพัฒนาและส่งมอบบริการที่ดีที่สุด
“การจัดส่งสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีการเติบโตสูงขึ้นมากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งไปรษณีย์ไทยมีแนวทางรับมือในระยะยาว แต่เชื่อว่าจะยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างแน่นอนด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ที่สำคัญเรายังมองถึงความรับผิดชอบ และการอยู่เคียงข้างสังคมอีกด้วย”
“ก่อกิจ” กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความช่วยเหลือไปสู่ประชาชนผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ การให้บริการส่งหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ
“นอกจากนั้น ยังมีเปิดให้บริการแบบเหมาจ่ายยิ้มสู้-19 ราคา 19 บาททั่วไทย พร้อมอำนวยความสะดวกฝากส่งนอกสถานที่ (pick up service) ผ่านบุรุษไปรษณีย์และรถยนต์รับฝากส่งของไปรษณีย์ไทย รวมไปถึงการฝากส่งกำลังใจผ่านไปรษณียบัตรให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และคนที่รัก โดยสามารถขอรับไปรษณียบัตรฟรีได้ทั่วประเทศ”
“ส่วนการบริการส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เราจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มีโรคประจำตัวเพื่อให้พวกเขาสามารถรับประทานยาอย่างทันท่วงที เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และลดภาระหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงโครงการช่วยเกษตรกรกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดในการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง”
ทั้งนั้น เพราะ “ไปรษณีย์ไทย” เชื่อว่าเราจะอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤตไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน