4 facts แผนเผด็จศึก “ยุทธการมิดเวย์” สมรภูมิพลิกเกมสงครามโลกครั้งที่ 2

หลายคนรู้เรื่องราวหรืออย่างน้อยก็คุ้นหูกับคำว่า “เหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในทางกลับกันหากพูดถึง “มิดเวย์” แล้วนั้น นี่เป็นเหตุกาณณ์ที่ไม่คุ้นหูนัก ทั้ง ๆ ที่เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นหลังจากเพิร์ลฮาร์เบอร์เพียง 6 เดือน

หลังการโจมตีแบบสายฟ้าแลบของกองทัพญี่ปุ่นที่บุกถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์อย่างย่อยยับในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 และเดินหน้าเก็บชัยชนะในหมู่เกาะต่าง ๆ ของมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่กองทัพญี่ปุ่นยังวิตกกังวลคือแสนยานุภาพของกองเรือสหรัฐฯ โดยเฉพาะกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ยังอยู่ในฐานะที่มีโอกาสต่อต้านญี่ปุ่นได้ และเพื่อเป็นการต่อยอดชัยชนะจากศึกเพิร์ลฮาร์เบอร์ชนิดเบ็ดเสร็จ กองทัพของญี่ปุ่นจึงวางแผนทำลายกองเรือสหรัฐฯ ให้สิ้นซากโดยมีเป้าหมายอยู่ที่หมู่เกาะ “มิดเวย์” ฐานที่มั่นสำคัญของกองทัพหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

และนี่คือ 4 facts เกี่ยวกับเหตุการณ์ถล่มหมู่เกาะมิดเวย์

1.“มิดเวย์” สมรภูมิพลิกประวัติศาสตร์

“มิดเวย์อะทอลล์” เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ตั้งของฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือสหรัฐ และยังอยู่ตรงจุดเกือบกึ่งกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น จึงทำให้มิดเวย์อะทอลล์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ รวมไปถึงเป็นเป้าหมายหลักของญี่ปุ่น หลังจากเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์ ถ้าหากญี่ปุ่นได้ครอบครองมิดเวย์ โอกาสที่ญี่ปุ่นจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้จะเพิ่มเป็นทวีคูณ

2.ความพ่ายแพ้จากความชะล่าใจ

กองทัพญี่ปุ่นเป็นฝ่ายเคลื่อนกองพลก่อน นำโดย พลเรือเอก อิโซโรกุ ยามาโมโตะ มีการวางแผนอย่างซับซ้อน เริ่มจากการส่งกองกำลังพลเล็กไปยังหมู่เกาะอะลูเชี่ยนเพื่อดึงความสนใจของสหรัฐฯออกจากมิดเวย์ แต่แล้วแผนการก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ญี่ปุุ่นคิดไว้

ความชะล่าใจเป็นต้นเหตุแห่งความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่น ยามาโมโตะคิดว่ากองกำลังของตนเองมีมากกว่าอเมริกาถึง 4:1 จนลืมคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะล่วงรู้แผนของญี่ปุ่นล่วงหน้า ส่งผลให้กองทัพญี่ปุ่นเองกลับเป็นฝ่ายที่กำลังเดินเข้าหลุมพรางโดยไม่คาดคิด

3.แผนถอดรหัสของสหรัฐฯคว่ำแผนรบญี่ปุ่น 

เนื่องจากความเสียหายจากเพิร์ลฮาร์เบอร์ทำให้กองทัพสหรัฐฯทำงานกันหนักมากแบบนาทีต่นาทีอย่างไม่ย่อท้อ จนนำไปสู่ความได้เปรียบระหว่างศึกครั้งนี้ เมื่อผู้บัญชาการ โจเซฟ รอชฟอร์ด หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกองทัพเรือสหรัฐฯและทีมงานสามารถถอดรหัสลับของญี่ปุ่นทำให้สหรัฐฯล่วงรู้แผนการรบของทางญี่ปุ่น ทั้งเวลา กำลังพล และแผนการโจมตีที่มิดเวย์

พลเรือเอกเชสเตอร์ เนมิตซ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองเรือยูเอสแปซิฟิก วางแผนการรบส่วนใหญ่ไปที่การโจมตีทางอากาศ วางตำแหน่งเรือบรรทุกเครื่องบินทุกลำให้ไกลจากรัศมีการโจมตีจากญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายหลักในการจมเรือบรรทุกเครื่องบินของฝ่ายญี่ปุ่นด้วยยุทธศาสตร์การรบจากทั้งทางน้ำและทางอากาศ กองทัพญี่ปุ่นที่กำลังมุ่งความสนใจไปที่การจู่โจมมิดเวย์ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ ๆ เรือของญี่ปุ่นเองถูกโจมตีจากทางอากาศจากสหรัฐฯโดยไม่ทันได้เตรียมตัว

4.การตัดสินใจพลีชีพพลิกสถานการณ์-เปลี่ยนฝ่ายได้เปรียบ

การโจมตีระลอกแรกที่ญี่ปุ่นทิ้งระเบิดลงที่โรงเก็บเครื่องบิน รันเวย์ โรงพยาบาล และโรงไฟฟ้าของมิดเวย์ ทำให้กองทัพสหรัฐฯเกิดความเสียหายอย่างมาก แต่ด้วยความกล้าหาญของนาวาตรีเวด แม็คคลัสกี้และทีมนักบินของเขาทำให้สหรัฐฯกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในสงครามครั้งนี้

นาวาตรีเวด แม็คคลัสกี้

นาวาตรีเวด แม็คคลัสกี้ ตัดสินใจสู้แม้ต้องพลีชีพด้วยพลังและเชื้อเพลิงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ มุ่งสู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือที่ญี่ปุ่นกำลังพุ่งตรงไปยังกองเรืออเมริกัน การตัดสินใจครั้งนี้ของแม็คคลัสกี้ไม่สูญเปล่า ฝูงบินของแม็คคลัสกี้ทิ้งระเบิดเข้าเป้าเก้าลูก มีลูกหนึ่งโดนถังน้ำมันใกล้บริเวณสะพานเรือเต็ม ๆ เรือคากะถูกทำลายย่อยยับ จึงส่งผลให้สหรัฐกลับมาเป็นผู้ถือไผ่เหนือกว่าและนำไปสู่ชัยชนะ

Aaron Eckhart stars as ‘Lt. Commander Jimmy Doolittle’ in MIDWAY.

ในปี 2019 นี้ เรื่องราวของยุทธนาวีเปลี่ยนเกมสงครามโลกครั้งนี้ ได้รับการนำเสนอในฐานะภาพยนตร์แอ็กชั่น-มหากาพย์ฟอร์มยักษ์เรื่อง “MIDWAY” โดยฝีมือของผู้กำกับระดับบล็อคบัสเตอร์ โรแลนด์ เอมเมอริช จาก Independence Day, The Day After Tomorrow, และ 2012 ซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปลุกปั้นโปรเจ็กต์ MIDWAY มานานกว่า 20 ปีเกิดเป็นภาพยนตร์ที่จะนำผู้ชมย้อนรอยสู่ยุทธการระทึกที่สั่นสะเทือนมหาสมุทรไปจนสุดขอบฟ้า

Dick Best (Ed Skrein, left) and Clarence Dickinson (Luke Kleintank, right) in MIDWAY.

ภาพยนตร์ MIDWAY  รวมทีมนักแสดงระดับโลกเอาไว้อย่างคับคั่งทั้ง เอ็ด สไครน์, ลุค อีแวนส์, นิก โจนาส, แพทริก วิลสัน, เดนนิส เควด, วู้ดดี้ ฮาเรลสัน, แอรอน เอ็ดฮาร์ต และแมนดี้ มัวร์ ร่วมด้วยทีมออกแบบงานสร้างจากภาพยนตร์คุณภาพอย่าง The Revenant และทีมเทคนิคพิเศษจาก Aquaman และ Guardians of the Galaxy มาการันตีภาพมหาสงครามสุดสมจริงที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้


 

แหล่งที่มาบทสัมภาษณ์

https://www.military.com/off-duty/2019/06/04/take-first-look-falls-wwii-epic-midway.html

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

Previous articleพลพรรคเพื่อไทย เท “เจ๊หน่อย” หนุน “ชัชชาติ” อิสระ เป็นผู้ว่า กทม.
Next article“สหรัฐ” จ่อขึ้นภาษี “ยุโรป” 7.5 พันล้าน มีผล 18 ต.ค.นี้