ชาลี อินทรวิจิตร เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานศิลปินแห่งชาติ 5 แผ่นดิน

ชาลีตาย

ข่าวเศร้าวงการบันเทิง “ชาลี อินทรวิจิตร” ศิลปินแห่งชาติ ปี 2536 เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริรวมอายุ 98 ปี

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 มีรายงานว่า “ชาลี อินทรวิจิตร” ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 00.45 น. ที่ผ่านมา สิริรวมอายุ 98 ปี หลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชนานหลายเดือน โดยจะมีการตั้งศพที่วัดธาตุทองในวันนี้

ครูชาลี ประพันธ์เพลงดังเอาไว้มากมาย มีผลงานประพันธ์คำร้องเพลงเกือบ 1,000 เพลง ได้แก่ สดุดีมหาราชา, แสนแสบ, ท่าฉลอม, สาวนครชัยศรี, ทุ่งรวงทอง, มนต์รักดอกคำใต้, แม่กลอง, เรือนแพ, จำเลยรัก โดยงานเพลงที่ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ ได้แก่ เพลงอาลัยรัก, น้ำตานกขมิ้น และสตรีหมายเลขศูนย์

มติชนสุดสัปดาห์ รายงานว่า ในวัยหนุ่มนอกจากจะแต่งเพลงแล้ว ยังเคยเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง และได้รับรางวัลมากมายทั้งรางวัลตุ๊กตาทอง (พระสุรัสวดี) รางวัลสุพรรณหงส์ และรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ แต่งานที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือ การเขียนบทเพลง และยังทำให้มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีหลายเพลงที่นำไปร้องประกอบในละครและภาพยนตร์

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง

ช่วงปี 2536 ครูเพลงชื่อดังคนนี้ได้รับการเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์คำร้อง-ผู้กำกับภาพยนตร์) ซึ่งถือเป็นบุคคลเดียวของประเทศที่ได้รับเกียรติ 2 ด้าน คือด้านประพันธ์คำร้องและกำกับภาพยนตร์ อีกทั้งยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จากในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้เจ้าตัวปลาบปลื้มเป็นที่สุด

ครูชาลี เดิมชื่อ สง่า อินทรวิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2466 ที่จังหวัดสมุทรสาคร จบการศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ และโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟรุ่นแรก แผนกการเดินรถ สมรสกับนักแสดงหญิง “ศรินทิพย์ ศิริวรรณ” ซึ่งหายไประหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อีจู้กู้ปู่ป้า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2530 จนถึงปัจจุบันยังไม่พบตัว

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ครูชาลี ได้แต่งเพลงชื่อ “เมื่อเธอจากฉันไป” เพื่อระลึกถึงภรรยาผู้เป็นที่รัก โดยใช้ทำนองเพลง Aubrey ของเดวิด เกตส์แห่งวงเบรด (Bread) ขับร้องโดย “พรพิมล ธรรมสาร” ต่อมานำมาขับร้องใหม่โดย “อรวี สัจจานนท์”

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ลูกศิษฐ์รวมกันจัดงานฉลองอายุครบ 98 ปีเต็มให้ครูชาลี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

ครูชาลีในวัยย่าง 99 ปี อยู่กับภรรยา “ธิดา” ที่บ้านย่านลาดพร้าว 71 ต้องไปหาหมอบ้างเพราะมีโรคประจำตัวทั้งโรคหัวใจ และเบาหวาน แต่ยังสามารถพูดคุยได้รู้เรื่องดี เสียงดังฟังชัด และจะคล่องเป็นพิเศษโดยเฉพาะเรื่องแต่งเพลง หากเป็นเรื่องอื่น ๆ อาจต้องใช้เวลาคิดสักพัก

“ผมเขียนเพลงไว้เยอะมาก เขียนตามอารมณ์ที่อ่อนไหว เช่น ถ้าเรารู้สึกว่าอะไรที่มันกระทบหัวใจ หรือว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ เราก็เขียนไม่ควรจะเป็นอย่างที่เรานึก ส่วนมากผมไม่ค่อยคิดเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ผมจะทำเพื่อประโยชน์ของสังคมมากกว่า”

“พอนักร้องรู้ว่าผมแต่งก็อยากจะร้องทุกคน ลูกศิษย์ลูกหาผมไม่ค่อยมี ผมมีแต่คนที่อยากจะร้องเพลง ผมเห็นว่าคนนี้เหมาะที่จะร้องเพลง ผมก็เขียนให้ ส่วนใหญ่เพลงที่แต่ง สุเทพ วงศ์กำแหง จะร้องมากสุด แต่ตอนหลังกลายเป็นชรินทร์ นันทนาคร คือชีวิตเขาฝากไว้ที่ผม เขาบอกว่าไม่ให้ลืมเขาอะไรแบบนี้ ถ้าเกิดผมแต่งเพลงเขาอยากจะร้องทุกเพลง”

ภาพจาก มติชนสุดสัปดาห์

เมื่อถูกถามว่ายังฟังเพลงที่แต่งเองอยู่หรือเปล่า ครูชาลีตอบว่า “ฟังบ้างไม่ได้ฟังบ้าง เราไม่หลงตัวเอง คือเราแต่งอะไรแล้วก็ไม่คิดหวนกลับ ไม่ได้คิดว่าฉันจะต้องเอาเพลงนี้มาเสนอปุถุชน เพลงที่แต่งแล้วมันมีค่าของตัวมันเอง ถ้าไม่มีค่าคนจะไม่ฟัง คนจะไม่เห็น ไม่อยากเก็บไว้จำ”

ครูชาลีตอบคำถามถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคตว่า “ไม่อยากทำอะไร พอแล้วตอนนี้ เราอิ่มตัวกินใจที่จะทำงานให้กับตัวเอง หลังจากนี้ผมอยากจะทำให้กับสังคมมากกว่า”

คุณธิดาวัย 72 ปี เล่าถึงกิจวัตรประจำวันของสามีว่า เช้ามาเธอต้องเตรียมไข่ลวก แบรนด์ และนมให้ดื่ม อาบน้ำสระผมให้ทุกวัน พออยู่บ้านครบ 15 วัน จะพาไปบ้านเพื่อนเพื่อไปร้องเพลง ส่วนใหญ่จะร้องเพลงที่แต่งเอง ครูชาลีเป็นคนชอบร้องเพลงมาก และจำเพลงได้หมดไม่ว่าจะเก่าแค่ไหน

แต่หลังปี 2562 ครูชาลี ไม่ได้แต่งเพลงอีกเลยเพราะไม่สบาย ปกติถ้าไม่เกิดโรคโควิด คุณชาลีไม่ค่อยได้อยู่บ้าน มีแต่คนมารับไปกินข้าว ไปร้องเพลงสนุกเฮฮา มีเพื่อนเยอะ มีเพื่อนฝูงเวียนมาเยี่ยมกันบ่อย ๆ ตั้งแต่สมัยเป็นผู้กำกับหนัง เดือนหนึ่งจะสังสรรค์กันกับพวกผู้กำกับฯ และดารารุ่นเก่า ๆ อย่างโขมพัสตร์ อรรถยา และแจ๊สสยาม

“ทำให้แกมีความสุข จริง ๆ ชีวิตแกไม่ซีเรียส ไม่คิดอะไร กินได้ หัวถึงหมอนปั๊บก็หลับ” คุณธิดาเล่า

ที่ผ่านมาคุณชาลีเล่นการพนันหนักมาก แต่ก่อนมีโรงถ่าย มีบ้าน มีที่ดิน แต่ทุกอย่างหมดไปกับการพนัน ถึงขั้นต้องไปเช่าห้องอยู่ เพิ่งเลิกเล่นเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เพราะหมดแล้วทุกอย่าง โดยให้ไปสาบานต่อหน้าองค์พระที่พุทธมณฑล หลังจากนั้นก็เลิกเล่นจริง ๆ

“การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ผมอยากจะบอกกับทุกคนที่ผมรักใคร่ อย่าไปเกี่ยวข้องกับมัน เพราะการพนันทำให้ชีวิตล่มจม ฉิบหาย เพราะฉะนั้น ต้องลืมมันเสีย มีคนบอกผมว่าถ้าผมไม่เล่นการพนัน ส่วนใหญ่ผมเล่นม้า ผมจะเก็บเงิน อัด อัด อัด ใส่โกดังรถ กระทั่งรถคันนั้นจะต้องยางแตก เพราะเงินที่ผมมาอัดกันไว้ เขาพูดให้ผมเจ็บใจตัวเอง” ครูชาลีกล่าว


คนไข้ในพระราชานุเคราะห์

เดือนมีนาคม 2564 ครูชาลีล้มป่วยด้วยโรคเบาหวาน ไต โรคหัวใจ นอนไม่รู้สึกตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลศิริราช นาน 50 วัน โดยเมื่อต้นปี 2563 หลังตัดนิ้วเท้าแล้วเกิดอาการช็อคเลือดไหลไม่หยุด ครูชาลีถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน มีค่ารักษาพยาบาลประมาณ 400,000 บาท

โดยได้รับเงินช่วยเหลือตามขั้นตอน เงินกองทุนศิลปินแห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซี่จะมอบให้ศิลปินแห่งชาติเพียงปีละ 100,000 บาท ทางบริษัทโคลีเซี่ยม พร-คมน์ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด โดย คุณพรพิมล มั่นฤทัย ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงของครูชาลี จึงได้มอบเงินร่วมสมทบอีก 300,000 บาท เพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ต่อมาทางครอบครัวครูชาลี ได้ยื่นหนังสือฎีกาไปยังสำนักพระราชวัง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงรับศิลปินแห่งชาติ 5 แผ่นดิน เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ พร้อมรับสั่งให้โรงพยาบาลศิริราช เข้ารับตัวในการดูแลรักษา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น แก่ครอบครัวอินทรวิจิตรเป็นอย่างยิ่ง

สวดพระอภิธรรม อ.ชาลี อินทรวิจิตร ถึงวันที่ 7 พ.ค.นี้ วัดธาตุทอง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า กำหนดการสวดพระอภิธรรม นายชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์คำร้อง ผู้กำกับภาพยนต์) ปี 2536 ที่ศาลา 9-11 วัดธาตุทอง ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ค.2564

ทั้งนี้พิธีรดน้ำศพ/พระราชทานเพลิงศพวันที่ 5 พ.ค. 2564 และกำหนดสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 5-7 พ.ค. 64 โดยจะเก็บศพไว้ 100วันเพื่อขอพระราชทานเพลิงศพ

 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ