“หัด” ระบาดหนัก สธ.เฝ้าใกล้ชิด แนะปชช.ฉีดวัคซีนให้ครบ ยันป้องกันได้กว่าร้อยละ 95

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวการระบาดของโรคหัดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยโรคหัดในสหรัฐแล้วกว่า 1,000 ราย สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน พบการระบาดของโรคเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2560 พบผู้ป่วย 1,449 ราย เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 2 เท่า และในปี 2561 พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 3,626 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 23 ราย

“สำหรับปี 2562 จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 7 มิถุนายน มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคหัด 1,801 ราย เสียชีวิต 12 ราย ซึ่งขณะนี้ กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และทำการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไป” นพ.สุวรรณชัย กล่าวและว่า โรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในจมูกและลำคอผู้ป่วย อาการที่พบบ่อยของโรคหัด คือ ไข้ออกผื่น โดยมักมีอาการไข้สูงประมาณ 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น โดยผื่นเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปยังใบหน้าบริเวณชิดขอบผม แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายทั่วตัว ประมาณ 2-3 วัน ไข้จะค่อยๆ ลดลง และผื่นก็จะค่อย ๆ จางหายไป ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมากอาจจะลอกเป็นขุยหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นได้ ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและรับการรักษา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค ได้กำหนดให้วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ในเด็กอายุ 1-7 ปี โดยกลุ่มที่ 1 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1, 2 และ 5 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2562 กลุ่มที่ 2 พื้นที่เขตสุขภาพที่ 3, 4, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12 และกรุงเทพมหานคร เดือนมกราคม-มีนาคม 2563 นอกจากนี้ รณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) ในเด็กอายุ 7-12 ปี ทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ โดยให้วัคซีนพร้อมกันทุกจังหวัดในเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ สามารถพาบุตรหลานไปรับวัคซีนได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันโรคหัดมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้มากกว่าร้อยละ 95 ตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของ สธ. จะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน 2 เข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 9 เดือน และเข็มที่ 2 เมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous article‘ธนาธร’ นำทีมอนค.ฟังประมงพื้นบ้าน จ.ภูเก็ต เผยปัญหาเยอะ เสนอสภาฯแก้ พ.ร.ก.ประมง
Next articleโปรเจ็กต์เฉพาะกิจ! รถไฟ-การทาง MOU “ทางหลวงชนบท” ดูแลถนนโลคัลโรด”ประชาชื่น-กาญจนาฯ”เป็นทางสาธารณะ