‘ไวรัสอู่ฮั่น’ คืออะไร? ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในจีน

Photo by NOEL CELIS / AFP

รู้จัก ‘ไวรัสโคโรนา’ โรคติดต่อ จาก ‘คนสู่คน’

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งในไทยว่า ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ กำลังแพร่ระบาดในเมืองสำคัญหลายแห่งของจีน โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมกว่า 217 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน ตามรายงานของหน่วยงานสาธารณสุขจีน

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนได้ประกาศยืนยันในวันเดียวกันว่า เชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งทำให้เกิดอาการปอดอักเสบสามารถติดต่อจาก ‘คนสู่คน’ ซึ่งสร้างความกังวลว่าการแพร่ระบาดอาจลุกลามมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนหลายล้านคนเดินทางท่องโลก

ความกังวลต่อ ‘ไวรัสโคโรนา’ เพิ่มยิ่งขึ้นเมื่อทางการเกาหลีใต้ประกาศตรวจพบการติดเชื้อเดียวกันในชาวจีน วัย 35 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองอู่ฮั่น มายังประเทศเกาหลีใต้ อีกทั้งสอดคล้องกับรายงานจากไทยและญี่ปุ่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ติดเชื้อทั้งหมดล้วนเป็นชาวจีนที่เดินมาจากเมืองอู่ฮั่นทั้งหมด

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงสถานการณ์การควบคุมไวรัสโคโรนาล่าสุด ณ วันที่ 22 มกราคม 2563 พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย 4 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 3 ราย หายดีและกลับประเทศแล้ว 2 ราย และชาวไทย 1 ราย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนครปฐม

“ไวรัสโคโรนา” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” คืออะไร ?

“ไวรัสโคโรนา” เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่พบในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ ซึ่งในการนี้มีประชากรชาวจีนกว่า 11 ล้านคน กำลังประสบปัญหาอยู่ ภายหลังมีการเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ในเวลาต่อมาจีนและอนามัยโลก (WHO) เรียกโรคนี้ว่า ‘โรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ’ (pneumonia of unknown cause)

Photo by NOEL CELIS / AFP

ไวรัสโคโรนาเกิดขึ้นเมื่อใด ?

‘ไวรัสโคโรนา’ เริ่มระบาดในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2019 ในเมืองอู่ฮั่น เริ่มมีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนหลายราย โดยมีอาการไข้สูง ไอแห้ง ๆ อ่อนเพลีย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเจ้าของร้าน ลูกจ้าง หรือลูกค้าที่เคยมาซื้อของที่ตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีการค้าสัตว์หลายชนิด เช่น นก ไก่ฟ้า งู เครื่องในกระต่าย และสัตว์ป่าอื่น ๆ ขณะนี้ตลาดดังกล่าวได้มีการจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และถูกปิดแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาในปัจจุบัน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 ทางการจีนรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 59 ราย เสียชีวิต 1 ราย มีอาการป่วยรุนแรงรักษาในโรงพยาบาลอีกหลายราย และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องติดตาม 739 ราย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการติดต่อจากคนสู่คน รวมถึงไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ป่วย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้มีมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองและป้องกันควบคุมโรค จากไวรัสโคโรนา ดังนี้

1. ทำการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น บริเวณด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศใน 4 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต

2. ขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น

3. การเฝ้าระวังในชุมชน โดยให้ความรู้ประชาชน เมื่อพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้แจ้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422

ไทยคุมเข้มเฝ้าระวังไวรัสโคโรนา

สำหรับประเทศไทยได้มีเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ (จำเป็น) ต้องไปเมืองอู่ฮั่น

1. ขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่มีมลภาวะเป็นพิษ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอ จาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน

2. หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี

3. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น

4. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

5. หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ