‘มิโด’ เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุด ‘มัลติฟอร์ท โครโน วัน’ แนะทริคเลือกนาฬิกาเสริมลุคสุดเท่

นาฬิกาถือเป็นหนึ่งแอคแซสซอรี่ชิ้นสำคัญที่จะเป็นตัวช่วยเสริมคาแรคเตอร์ พร้อมบ่งบอกถึงรสนิยม ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี โดยล่าสุดแบรนด์นาฬิกาหรู ‘มิโด’ (Mido) ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่เอาใจเหล่าบุรุษ ในชื่อว่า ‘มัลติฟอร์ท โครโน วัน’ (Multifort Chrono 1) พร้อมแนะนำเทคนิคการเลือกนาฬิกาเสริมลุคสุดเท่

‘มิโด’ (Mido) แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1934 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.

สำหรับคอลเลกชั่น ‘มัลติฟอร์ท’ (Multifort) ถือเป็นหนึ่งคอลเลกชั่นเอกลักษณ์จากมิโด ที่ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1934 ภายหลังจากการสร้างสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ ในประเทศออสเตรเลียเสร็จสิ้น โดยนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ได้นำเสนอคุณภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะในเรื่องของการผสมผสานของฟังก์ชั่นการใช้งานและความประณีตเชิงศิลป์ได้อย่างลงตัว ด้วยคุณภาพและความยอดเยี่ยมนี้ ถูกพิสูจน์ผ่านการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก

โดย ‘มัลติฟอร์ท โครโน วัน’ (Multifort Chrono 1) คอลเลกชั่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับรูปลักษณ์อันทันสมัยและกลไกที่ได้รับการยอมรับว่าถูกพัฒนาขึ้นบนความยอดเยี่ยมของนวัตกรรมของโลกแห่งเรือนเวลา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกเหนือกาลเวลาที่การันตีด้วยชื่อเสียงอันยาวนานผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยออกแบบตัวเรือนให้มีทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร ผ่านการขัดแต่งด้วยลวดลายซาตินขัดเงาให้สัมผัสที่แข็งแกร่ง เคลือบด้วย PVD สีดำ เสริมลุคให้ดูเคร่งขรึมและภูมิฐานด้วยลวดลายบนหน้าปัดแบบเจนีวา สไตรป์ (Geneva Stripes) ที่วางตัวในแนวตั้งซึ่งสื่อถึงสายเคเบิลที่รองรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนที่ถูกขึงอยู่บนสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ พร้อมชุดเข็มนาฬิกาที่มีการเคลือบด้วยสารเรืองแสงแบบซูเปอร์ – ลูมิโนวา (Super-Luminova) สีเบจช่วยให้สะดวกในการมองเห็นในที่มืด

โดยชุดเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีมีการตกแต่งแบบไดมอนด์-คัต ขัดแต่งลวดลายซาตินรับกับเข็มวินาทีสีเบจ และตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกาบนหน้าปัดถูกออกแบบให้เป็นช่องแสดงวันและวันที่ ปิดครอบทับด้วยกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทนแรงกระแทกและรอยขีดข่วน พร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน ตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 80 Si ซึ่งเป็นกลไกที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อติดตั้งในเรือนเวลาหรู ผ่านการทดสอบด้วยมาตรฐาน COSC อีกทั้งยังมีการใช้ไขลานที่ผลิตจากซิลิคอน ชิ้นส่วนสำคัญที่จะคงความเที่ยงตรงในการเดินของนาฬิกาได้อย่างยาวนานกว่ากลไกปกติ อีกทั้งยังทนทานต่อสนามแม่เหล็ก นอกจากนี้ยังมีการสำรองพลังงานที่มากถึง 80 ชั่วโมง มาพร้อมกับสายนาฬิกาที่ผลิตจากสายยางหุ้มด้วยผ้าสีดำตัดเย็บเดินด้วยด้ายสีเบจ พร้อมตัวรัดสายที่ผลิตจากสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำ สร้างความหรูหรายามสวมใส่ในทุกๆ โอกาส และตัวเรือน มัลติฟอร์ท โครโน วัน สามารถกันน้ำได้ที่ 100 เมตร

นอกจากนี้ทางแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ยังได้แนะนำวิธีการเลือกนาฬิกาเสริมลุคเรียบเท่สำหรับเหล่าสุภาพบุรุษ เริ่มที่ ลุคการทำงาน (Business Look) นาฬิกาถือเป็นหนึ่งแอคแซสซอรี่สำคัญที่จะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างบุคลิกของผู้สวมใส่ให้ดูมีความภูมิฐาน น่าเชื่อถือได้ โดยการเน้นเลือกดีไซน์ของนาฬิกาที่มีความเรียบโก้ คลาสสิก อย่างตัวเรือนที่มีหน้าปัดวงกลมขนาดพอดีกับข้อมือ ในโทนสีเบสิก อย่างสีดำหรือสีขาว เพราะสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์นาฬิกาเข้าคู่กับสูทหรือเบลเซอร์ที่มีสีสันได้อย่างหลากหลาย

หนุ่มสายปาร์ตี้ (Party Man) สำหรับหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบการเที่ยวกลางคืน ควรเน้นเลือกนาฬิกาที่มีดีไซน์สปอร์ต เท่ สามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากันได้ดีกับหลากหลายชุด ทั้งเสื้อยืด หรือเชิ้ต และควรเลือกนาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มเติมหรือลูกเล่นใหม่ๆ อย่างเข็มเรืองแสงที่สามารถมองดูเวลาได้ แม้อยู่ในมืด

Previous articleศาลล้มละลายกลางเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการโรงงานฟุตบอลไทยและ เอฟ.บี.ที.สปอร์ต คอมเพล็กซ์
Next articleงานประกาศรางวัลออสการ์ปีนี้ “ไม่มีพิธีกร” นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 30 ปี