วิเคราะห์ก่อนเกม “แดงเดือด” ลิเวอร์พูล พบ แมนฯยูฯ ผีแดงตัวเจ็บเพียบ

ศึกวันแดงเดือด
ภาพจาก : Reuters

วิเคราะห์ก่อนเกมแดงเดือด “ลิเวอร์พูล” เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่กำลังโคม่า สภาพทีมและสถิติหงส์แดงเหนือกว่าชัดเจน เตะคืนนี้เวลา 23.30 น.

วันที่ 17 ธันวาคม 2566 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตช์ “ศึกแดงเดือด” หงส์แดง “ลิเวอร์พูล” เปิดแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” คืนนี้เวลา 23.30 น.

ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่เคยเจอกันมา 240 เกมในทุกรายการ ลิเวอร์พูล ชนะ 81 ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 91 และเสมอกันไป 68 เกม

หากนับในพรีเมียร์ลีก พบกันมาแล้ว 62 เกมลิเวอร์พูลชนะ 19 แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 29 และเสมอ 14 เกม

สถานการณ์ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน 5 เกมล่าสุดในลีก ชนะไป 4 เสมอ 1 เก็บได้ 37 แต้ม ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดรั้งอันดับ 7 ของตาราง 5 เกมล่าสุด ชนะ 3 แพ้ 2 กับฟอร์มขึ้น ๆ ลง ๆ เก็บได้ 27 คะแนน

สำหรับศึกแดงเดือด ช่วงหลังของการเจอกัน ลิเวอร์พูลดูเหนือกว่าอย่างชัดเจน 5 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูลชนะ 4 แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 1 ซึ่งเกมล่าสุดที่พบกันคงไม่มีใครลืม ปีศาจแดงถูกถล่มยับเยิน 7-0 ประตู

การเจอกัน 5 เกมล่าสุด

5 มีนาคม 2566 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 7-0 (พรีเมียร์ลีก)

23 สิงหาคม 2565 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (พรีเมียร์ลีก)

12 กรกฎาคม 2565 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล 4-0 (กระชับมิตร เดอะแมตช์ แบงค็อกเซ็นจูรี่คัพ)

20 เมษายน 2565 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 (พรีเมียร์ลีก)

24 ตุลาคม 2564 แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ ลิเวอร์พูล 0-5 (พรีเมียร์ลีก)

ในพรีเมียร์ลีก เมื่อแข่งที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลไม่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 7 เกมติดต่อกัน ชนะไป 4 และเสมอ 3 โดย 2 เกมล่าสุดในบ้าน หงส์แดงกดยูไนเต็ดไปถึง 11-0 ประตู ( 7-0 และ 4-0)

โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถบุกมาชนะ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ได้เลยเป็นเวลานานถึง 7 ปี ตั้งแต่ปี 2016 เกมนั้น “เวย์น รูนีย์” ยิงประตูชัยให้กับทีมเฉือน ลิเวอร์พูล 1-0 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2559 ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัลล์

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูล

สภาพทีมลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลยังคงมีรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน ทั้งติอาโก้ อัลคันทาร่า, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โจเอล มาติป, สเตฟาน บายเซติช, ดิโอโก้ โชต้า และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์

แต่ฟอร์มการเล่นกำลังไฉไล แม้เกมล่าสุดจะแพ้ “อูนิอง แซงต์-ชิลอยส์” 1-2 ประตู ในศึกยูโรป้า ลีก แต่ก็เป็นการส่งเด็กลงไปเล่น และเก็บตัวหลักไวิพร้อมทำศึกใหญ่กับยูไนเต็ดโดยเฉพาะ

ตัวผู้เล่นหลักเตรียมลงสนาม ไม่ว่าจะเป็น อลิสซง เบ็คเกอร์, เทรนต์ อาร์โนลด์, เวอร์จิล ฟานไดจ์ค, โดมินิค โซบอสซ์ไล, หลุยส์ ดิอาท, ดาร์วิน นูเญซ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เพิ่งทำสถิติยิงให้ลิเวอร์พูล 200 ประตู ตลอด 6 ปีที่ลงเล่นให้สโมสร

ที่สำคัญ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังทำสถิติยิง 12 ประตู จาก 12 เกมที่เจอ แมนฯ ยูไนเต็ดด้วย

สภาพทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

ฟอร์มของแมนฯ ยูไนเต็ด เรียกว่าตรงข้ามกับลิเวอร์พูลอย่างชัดเจน ล่าสุดเพิ่งแพ้ “บาเยิร์น มิวนิค” ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ตกรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมเสีย แฮร์รี แม็คไกวร์ และ ลุค ชอว์ ตัวหลักของทีมจากอาการบาดเจ็บ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ส่วนพรีเมียร์ลีกเกมล่าสุดก็เปิดบ้านแพ้ “บอร์นมัธ” ไปถึง 0-3 ประตู ทำให้ฤดูกาลนี้แพ้ในบ้านตัวเองไปแล้ว 7 เกมรวมทุกรายการ

ปีศาจแดงมีรายชื่อตัวเจ็บอื้อ ซึ่งล้วนเป็นกำลังหลักของทีม ได้แก่ คาเซมิโร, คริสเตียน อีริคเซน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, อาหมัด ดิยัลโล, ไทเรลล์ มาลาเซีย, แฮร์รี แม็คไกวร์ และลิซานโดร มาร์ติเนซ

เคราะห์ซ้ำกรรทซัด กัปตันทีม “บรูโน เฟอร์นานเดส” ยังติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลือง ทำให้ไม่สามารถลงสนามได้


ด้วยสภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม และสถิติที่ลิเวอร์พูลข่มอยู่เต็มประดา อีกทั้งเกมนี้ยังได้พลังจากการเล่นในแอนฟิลด์ เห็นทีว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงรอดยาก แต่หงส์แดงก็ประมาทไม่ได้เพราะนี่คือศึกแดงเดือดที่อะไรก็เกิดขึ้นได้